
1สัปดาห์ได้ตัวประธานปฏิรูปประเทศ
นายกรัฐมนตรี รับลูกภาคประชาชน คาดสัปดาห์หน้าได้ตัวประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ เดินหน้าให้สำเร็จภายใน 3 ปี
นายกรัฐมนตรี รับลูกภาคประชาชน คาดสัปดาห์หน้าได้ตัวประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ เดินหน้าให้สำเร็จภายใน 3 ปี
ที่เวทีรับฟังความเห็นเพื่อปฏิรูปประเทศไทย ทันตแพทย์ กฤษฎา เรืองอารีรัตน์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. เปิดเผยว่า ผลการระดมความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางปฏิรูปประเทศไทย โดยเสนอต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นั้น โดยการระดมความคิดเห็นสำหรับข้อเสนอเชิงกลไกจะต้องยึดหลัก 5 ส. คือ สันติภาพ สามัคคี สัตยาบรรณ การสื่อสาร และการมีส่วนร่วม โดยเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล จังหวัด และระดับบุคคล และมีกลไกการทำงานต่อเนื่อง โดยรัฐบาลควรทำหน้าที่สนับสนุนมากกว่าเป็นผู้ดำเนินการเอง รวมถึงประชาชนเป็นผู้จัดกระบวนการเองในรูปขององค์กร โดยเสนอให้องค์กรดังกล่าวมีผู้อาวุโสทางสังคม คือนายอานันท์ ปันยารชุน ,นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม, ศ.นพ.ประเวศ วะสี และม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย
ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุมสัมมนางานระดมความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางปฏิรูปประเทศไทย ว่า ในสัปดาหน้าจะได้ข้อยุติการทาบทามตัวบุคคลที่จะเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ รวมถึงคณะกรรมการในส่วนต่างๆ ด้วย หลังจากภาคประชาชนที่มีการระดมความคิดเห็นในวันนี้ได้มีการเสนอรายชื่อผู้ที่ความอาวุโสทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรี น.พ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส รวมถึง ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์
นายกรัฐมนตรี ยืนยันความความตั้งใจในการเดินหน้าปฏิรูปประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี พร้อมทั้งให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมกับระบุว่า รัฐบาลจะพยายามวางกลไกให้แผนปฏิรูปเดินหน้าแม้ว่าอายุรัฐบาลจะหมดไป ก็จะวางกรอบกลไกให้เดินหน้าไปได้ โดยมองไว้เชิงวิสัยทัศน์ทางด้านคน และระบบสังคม
"ในความรู้สึกผม กรอบ 3 ปี เป็นกรอบเวลาที่เต็มที่ ยาวเพียงพอ แต่ไม่มากไป ที่จะทำให้เป็นรูปธรรม เราจะไม่เดินหน้าสิ่งเหล่านี้โดยไม่ฟังเสียงหรือคิดว่าเป็นเจ้าของเพียงคนเดียว" นายกฯ กล่าว
ทั้งนี้ ในส่วนการเดินหน้าตามแผนปรองดองจะมีความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้ แต่ทั้งนี้การเดินหน้าตามแผนปรองดองจะไม่รอให้แผนเสร็จก่อนถึงเดินหน้าแก้ปัญหา แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม ซึ่งหากมีความคิดเห็นเป็นอย่างไร ทุกภาคส่วนสามารถดำเนินการได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอรัฐบาลเพียงอย่างเดียว
ขณะที่ นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการระดมความคิดเห็นในครั้งนี้มีผู้ร่วมเสนอความเห็นประมาณ 182 คน แบ่งเป็นข้อเสนอเชิงเนื้อหาและเชิงประเด็นกับข้อเสนอเชิงกลไก ซึ่งข้อเสนอเชิงเนื้อหาประกอบไปด้วย 7 ประเด็น ได้แก่ 1.ลดความเหลื่อมล้ำทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการด้อยโอกาสต่างๆ 2.การจัดสรรทรัพยากรควรเน้นการมีส่วนร่วมและความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสทางสังคม 3.ประเด็นการปฏิรูปการศึกษาควรสอนวิธีมองปัญหาที่เน้นการพัฒนาเยาวชน 4.ประเด็นทั่วไปคือกรณีเด็ก เยาวชน การมีส่วนร่วม 5.การบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงการทุจริตคอร์รัปชั่นไม่เอื้อให้ประชาชนมีส่วนร่วม 6.การเมืองการปกครองที่ภาคประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง และ7.การปฏิรูปสื่อโดยให้พื้นที่ชุมชนเป็นตัวตั้ง







