posttoday
พิจิตรหนุนปลูกข้าวอินทรีย์ต้นทุนต่ำ

พิจิตรหนุนปลูกข้าวอินทรีย์ต้นทุนต่ำ

10 กุมภาพันธ์ 2558

พิจิตร-ผู้ว่าฯพิจิตรเอาจริงสร้างกลุ่มชาวนาปลูกข้าวอินทรีย์ต้นทุนต่ำมั่นใจสู้เวียดนามได้

พิจิตร-ผู้ว่าฯพิจิตรเอาจริงสร้างกลุ่มชาวนาปลูกข้าวอินทรีย์ต้นทุนต่ำมั่นใจสู้เวียดนามได้

เมื่อวันที่10ก.พ.58 นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่าในสถานการณ์ปัจจุบันที่ไม่มีโครงการรับจำนำข้าวทำให้ทุกฝ่ายเป็นห่วงว่าราคาข้าวเปลือกเหลือเพียงตันละ 6-7พันบาท ชาวนาจะอยู่ได้อย่างไรดังนั้นจึงได้ร่วมกับ นายธนวิทย์  จารุสาธิต พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ,นายไชยา สมถวิล นายอำเภอวชิรบารมี , นายบุญเวทย์  ศรีพวงใจ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดพิจิตร รวมถึงปราชญ์ชาวบ้านร่วมกันสร้างโรงเรียนชาวนาขึ้นที่วัดนิคม อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร ซึ่งขณะนี้มีชาวนามาเรียนเทคนิคการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ รวมถึงการลดต้นทุนแต่ได้ผลผลิตดี ซึ่งมีการเปิดสอนไปแล้ว 5 รุ่น มีชาวนาหัวก้าวหน้าจำนวน 300 คน ที่จบหลักสูตรนี้แล้วไปลงมือทำจริง ปรากฏว่าได้ผลเกินคาด นั่นคือลงทุนในการทำนาแค่ไร่ละพันกว่าบาท แต่ได้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งถือว่าเป็นการทำนาต้นทุนต่ำกว่าชาวนาของประเทศเวียดนามที่กำลังเป็นคู่แข่งทางการค้าข้าวของไทย อีกทั้งข้าวที่ปลูกก็เป็นข้าวหอมมะลิแดง ข้าวหอมปทุมเทพ  ข้าวขาวตาเคลือบ ข้าวเหลืองอ่อนนาปรัง โดยส่วนใหญ่ชาวนากลุ่มนี้จะปลูกและแปรรูปเป็นข้าวสารขายเองจึงทำให้ข้าวมีราคาขายได้สูงถึงตันละ 15,000 – 18,000 บาท  ซึ่งถือว่าอยู่ได้ในยุคที่ไม่มีโครงการรับจำนำข้าวดังกล่าว
           
สำหรับการลงพื้นที่ของ นายสุรชัย เพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการสร้างชาวนารุ่นใหม่ไม่ใช่สารเคมีปลูกข้าวแบบเกษตรอินทรีย์ ทำปุ๋ย ทำฮอร์โมน ทำสารไร่แมลงใช้เองในคราวนี้พบว่าเริ่มมีชาวนาจากพื้นที่ที่ห่างไกลจากโรงเรียนชาวนาแห่งนี้มาเรียนกันมากขึ้น ซึ่งในรุ่นที่ 5 ที่อบรมในคราวนี้ ปรากฏว่ามีชาวนาจากตำบลเขาเจ็ดลูกและตำบลเขาทรายที่โดยรอบเหมืองแร่ทองคำอัครา รีซอร์สเซส มาสมัครเรียนถึง 40 กว่าคน จากจำนวนผู้เข้าอบรมรุ่นละ 60 คน เนื่องจากชาวนากลุ่มนี้มีความศรัทธาว่า ถ้าปลูกข้าวปลอดสารพิษและห่างไกลจากการใช้สารเคมีก็จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง จึงแห่กันมาเรียน
           
สำหรับการเรียนทั้งทฤษฎีและปฏิบัติได้แบ่งเป็นฐานการเรียนรู้ต่างๆ ทั้งในห้องเรียนและในแปลงนาโดยฐานเรียนรู้ที่ 1 เป็นนาของ นายธนวิน  แก้วภู่ ทำนา 10 ไร่ ที่มีจุดเด่น คือ ปักดำด้วยกล้าต้นข้าวต้นเดียว แต่แตกกอใหญ่ 20-50 ต้น โดยใช้เมล็ดพันธุ์แค่ 5 ก.ก. ซึ่งในอดีตเคยใช้มากถึง 30-40 กิโลกรัมแต่เข้าหลักสูตรเรียนรู้ก็ได้นำเทคนิคมาปรับใช้รวมถึงกรรมวิธีลดการใช้น้ำด้วยการปลูกแบบเปียกสลับแห้งแกล้งข้าว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวิธีลดต้นทุนการผลิต
           
ฐานเรียนรู้ที่ 2 เป็นแปลงนาของ นางทิพย์วิมล วงศ์โปทา ทำนา 5 ไร่  หมู่ 16 บ้านบ่อแร่ ต.บ้านนา อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร ที่มีจุดเด่นคือทำน้ำหมักชีวภาพที่มีสารตั้งต้น คือ จาวปลวกผสมกับข้าวสุกผสมน้ำสะอาดแล้วนำเอาไปหมักกับบอระเพ็ดและเปลือกไม้สะเดา เป็นสารไล่แมลงรวมถึงใช้พืชสมุนไพรอื่นๆอีกหลายตัวนำไปในการย่อยสลายตอซังข้าวให้เป็นปุ๋ย รวมถึงทำให้ดินนุ่มร่วนซุยสังเกตได้จากมี “กองอะเลย ซึ่งเป็นภาษาส่วย”  หรือขยองเดือน ก็คือขี้ของไส้เดือนนั่นเอง ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่านาข้าวแปลงนี้ดินมีสภาพเป็นการเหมาะแก่การปลูกข้าว
           
ฐานเรียนรู้ที่ 3 คือ แปลงนาของ นายเสถียร  บุราคร ทำนา 10 ไร่ จุดเด่นคือ การทำนาแบบหว่านน้ำตมจมเลน ซึ่งใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวแค่ 15 กก. ต่อ ไร่ จากที่ในอดีตเคยใช้ 40-50 กก. ต่อ ไร่ ลดต้นทุนไปได้หลายร้อยบาท และมีกรรมวิธีในการควบคุมวัชพืช โดยเมื่อหว่านข้าวได้ 2-3 วัน ก็จะปล่อยน้ำเข้านาสูงถึง 20 เซนติเมตร จากนั้นเมล็ดข้าวก็จะโตขึ้นหนีน้ำเมื่ออายุข้าวได้ 7-10 วัน ก็จะใช้พืชสมุนไพรที่มีฤทธิ์คลุมวัชพืชใส่ลงไปในแปลงนาโดยไม่ฉีดยาเมื่อข้าวอายุได้ 25 วัน ก็จะปล่อยให้น้ำแห้งเป็นการทำแบบวิธีเปียกสลับแห้งแกล้งข้าว สิ่งที่ได้คือลดการใช้น้ำ ลดการใช้สารเคมี และไม่มีวัชพืชหรือข้าวดีดในแปลงนา

ฐานเรียนรู้ที่  4 คือ แปลงนาของ นายสมจิตร   สุขสำราญ ส.อบต. หมู่ 16 ต.บ้านนา ซึ่งทำนา 10 ไร่ ปลูกข้าวหอมปทุมเทพซึ่งปลูกในช่วงอากาศหนาวและเจอกับโรคแมลงบั่ว โดยชาวนาผู้นี้ได้ใช้สารสกัดชีวภาพที่ทำขึ้นเองและสามารถชนะโรคแมลงบั่วได้เป็นคนแรกของตำบลบ้านนา อีกทั้งปักดำด้วยข้าวพียงต้นเดียว แต่ข้าวแตกกอถึง 120 ต้น โดยใน 1 ต้นจะได้ข้าวนับพันเมล็ด จึงนับได้ว่าชาวนารุ่นใหม่หัวก้าวหน้าต้นแบบที่เข้าโรงเรียนชาวนา ของนายสุรชัย  ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ทุกคนต่างยืนยันว่าถ้าได้ลงมือทำแล้วใส่ใจแทนการใส่ปุ๋ยเคมี ถึงแม้ไม่มีโครงการรับจำนำข้าวก็สามารถยืนอยู่ได้ด้วยลำแข้งดังกล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท