posttoday
เปิดหน้าลุยยิ่งลักษณ์ ​คสช.วางเกมอยู่ยาว

เปิดหน้าลุยยิ่งลักษณ์ ​คสช.วางเกมอยู่ยาว

10 กุมภาพันธ์ 2558

สัญญาณไม่สู้ดีสำหรับแผนการเดินทางไปฮ่องกงของอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

สัญญาณไม่สู้ดีสำหรับแผนการเดินทางไปฮ่องกงของอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีกระแสข่าวว่าถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แตะเบรกเอาไว้ ภายหลังอัยการสูงสุด (อสส.) มีคำสั่งฟ้องอาญาคดีรับจำนำข้าว

ต่างจากท่าทีก่อนหน้านี้​ตั้งแต่ช่วงหลังรัฐประหาร ที่ยังปล่อยให้อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์เดินทางไปต่างประเทศได้หลายรอบ ทั้งที่ยังมีหลายคดีจ่อรอการพิจารณา

​​ความแตกต่างของรอบนี้อยู่ตรงที่คดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติพ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 มีเส้นตายที่ อสส.จะดำเนินการส่งฟ้องภายในวันที่ 21 ก.พ.นี้ การปล่อยให้ยิ่งลักษณ์​ออกนอกประเทศอาจเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ​

หนำซ้ำสังคมยังออกมาดักคอล่วงหน้าห่วงยิ่งลักษณ์จะใช้เทคนิคเดิม เดินทางไปต่างประเทศเพื่อหนีคดี ซ้ำรอย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย ที่ยังระหกระเหินอยู่ต่างแดนจนถึงเวลานี้

หาก คสช.ตัดสินใจอนุญาต​ให้ยิ่งลักษณ์เดินทางออกนอกประเทศรอบนี้ ​และเกิดกรณี ยิ่งลักษณ์ไม่เดินทางกลับประเทศจริง แรงเสียดทานทั้งหมดต้องย้อนกลับมาตกที่ คสช.อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ทางเลือกที่ปลอดภัยกับ คสช.มากที่สุด คือ การเบรกแผนการเดินทางไปต่างประเทศของยิ่งลักษณ์ในครั้งนี้ และรอให้การพิจารณาคดีในชั้นศาลเริ่มต้น จากนั้นหากยิ่งลักษณ์จะขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศครั้งต่อไป ก็จะเป็นศาลที่จะวินิจฉัยชี้ขาดว่าจะอนุญาตหรือไม่ โดย คสช.ไม่จำเป็นต้องมาแบกรับแรงเสียดทานด้วยตัวเอง

​แต่อย่างน้อยท่าทีของ คสช.ที่ออกมาเบรกแผนเดินทางออกนอกประเทศรอบนี้ย่อมเป็นสัญญาณตอกย้ำ​การเปิดหน้าชนของ คสช.และขั้วอำนาจเก่า หลังคดีถอดถอนอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์

ต่อเนื่องจากเหตุป่วนเมืองต่างๆ ที่ถูกเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับทั้งเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย เริ่มจาก “ระเบิดไปป์บอมบ์” บริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม จากลักษณะของระเบิดแสวงเครื่อง เจ้าหน้าที่ออกมาแสดงความเห็นว่าคล้ายกับเหตุป่วนการเมืองในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่มีนบุรี

ถัดมาที่แถลงการณ์ปลอมที่เข้าข่ายขัดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่เบื้องต้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเป็น นปช.เพชรบูรณ์ ในฐานะผู้เผยแพร่ ซึ่งระบุว่าได้แถลงการณ์ปลอมดังกล่าวจากกลุ่ม นปช.ด้วยกัน และเจ้าหน้าที่กำลังสืบสาวหาต้นตอต่อไป

ยังไม่รวมกับการไล่​เชิญตัวแกนนำเสื้อแดงและเพื่อไทย ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กรณีการถอดถอนยิ่งลักษณ์ไปปรับทัศนคติ ไล่มาตั้งแต่ จาตุรนต์ ฉายแสง สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล และล่าสุด เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ 

การเปิดหน้าชนขั้วอำนาจเก่าของ คสช.ที่เกิดขึ้นเวลานี้ วิเคราะห์ได้ว่ามาจากหลายสาเหตุ ทั้งเพื่อ “ตัดตอน” ขั้วอำนาจเก่าไม่ให้มีฤทธิ์ออกมาเคลื่อนไหวปั่นป่วน ที่จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาในอนาคต

โดยเฉพาะระยะหลังที่แม้จะมี “กฎอัยการศึก” แต่ทั้งเสื้อแดงและเพื่อไทยยังออกมาเคลื่อนไหวท้าทาย คสช.อย่างต่อเนื่องและหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ แถมยังปลุกแนวร่วมให้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

อีกประเด็นสำคัญที่เชื่อว่าเป็นเหตุผลให้ คสช.​เปิดหน้าชน เป็นเพราะต้องการกระชับแนวร่วมที่เคยยืนอยู่ฝั่งสนับสนุนรัฐประหารฝ่าทางตันให้ยังเหนียวแน่นต่อไป ไม่ใช่ถูกผลักไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม

ดังจะเห็นว่าเวลานี้หลายรายเริ่มเตรียมจะสละเรือ ถีบให้ คสช.​ไปเผชิญกับแรงเสียดทานจากปัญหาที่รุมเร้าต่างๆ เวลานี้เพียงฝ่ายเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ราคายางตกต่ำ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น

ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ คสช.จำเป็นต้องรักษาแนวร่วมให้กลับมาเหนียวแน่น ร่วมประคับประคองเดินหน้าฝ่ามรสุมที่กำลังรุมเร้า เดินหน้าสู่เป้าหมาย “ปฏิรูป” ไม่ให้รัฐประหารที่ผ่านมาต้องเสียของไปอย่างน่าเสียดาย

อย่าลืมว่าสัญญาณ “ฮั้ว” เพื่อ “ปรองดอง” ในช่วงการลงมติถอดถอนอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ที่ถูกปลุกขึ้นมานั้น ทำให้แนวร่วม คสช.เปิดตัวออกมากดดันอย่างหนัก

เวลานี้คดีของ “ยิ่งลักษณ์” ถือเป็นชนักที่จะปักหลังต่อไปในอนาคต หากปล่อยเสือเข้าป่า หรือเปิดทางให้หลบหนีออกไปต่างประเทศ สุดท้ายย่อมอาจใช้เวทีนานาชาติเคลื่อนไหวปลุกปั่นสร้างความปั่นป่วนเหมือนที่ผ่านมา

แม้นั่นอาจจะยิ่งเข้าทางให้ คสช.มีเหตุผลต้องยื้ออยู่ในอำนาจยาวนานกว่าโรดแมปปฏิรูปที่เคยได้กำหนดเอาไว้

​ทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนให้เห็นว่า คสช.วางกลไกไว้สำหรับลุยเกมยาว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท