posttoday
เผยพบโลหะหนักปนเปื้อนรอบเหมืองทองพิจิตร

เผยพบโลหะหนักปนเปื้อนรอบเหมืองทองพิจิตร

10 กุมภาพันธ์ 2558

นักวิชาการเผยผลวิจัยตัวอย่างดิน น้ำ พืช เลือด รอบพื้นที่เหมืองทองพิจิตร พบโลหะหนักเพียบ ด้านอัคราฯแจงวิจัยไม่ครบกระบวนการ

นักวิชาการเผยผลวิจัยตัวอย่างดิน น้ำ พืช เลือด รอบพื้นที่เหมืองทองพิจิตร พบโลหะหนักเพียบ ด้านอัคราฯแจงวิจัยไม่ครบกระบวนการ

ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ร่วมกับมหาวิทยาลัยรังสิต จัดเวทีนำเสนอผลการศึกษาในหัวข้อ "เปิดหลักฐานใหม่ ผลตรวจสิ่งแวดล้อม...เหมืองทองคำพิจิตร" โดยเป็นผลการวิเคราะห์ตัวอย่างดิน พืช น้ำ และเลือดของชาวบ้านที่อาศัยโดยรอบพื้นที่เหมืองทองคำ จ.พิจิตร ซึ่งทีมศึกษาได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. 2557 ที่ผ่านมา

น.ส.สิตางศุ์ พิลัยหล้า จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ผลวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำบาดาลบ่อตื้นทั้งหมด พบว่ามีค่าการปนเปื้อนปรอทและตะกั่วเกินมาตรฐาน ทั้งๆที่ต้องไม่มีในน้ำสำหรับการบริโภคเลย นอกจากนี้ยังพบการปนเปื้อนแมงกานีส สารหนู และแคดเมียม ในพื้นที่บางแห่งด้วย ดังนั้น จึงไม่เหมาะนำมาบริโภค มิฉะนั้นอาจมีอาการเจ็บป่วยตามชนิดของสารปนเปื้อนและปริมาณที่ได้รับ ขณะที่ผลวิเคราะห์ตัวอย่างตะกอนดินแหล่งน้ำผิวดิน พบว่าดินตะกอนท้องน้ำมีค่าสารหนูเกินมาตรฐานเช่นกัน

นางอาภา หวังเกียรติ วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า จากการเก็บตัวอย่างดิน 56 ตัวอย่าง พบว่ามี 47 ตัวอย่าง หรือ 83.9% ที่มีสารหนูเกินค่ามาตรฐาน 3.9 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (มก./กก.)  แบ่งเป็น ดินตัวอย่างจากเหมืองและบ่อกักเก็บกากแร่ 8 ตัวอย่าง ค่าสารหนูที่พบอยู่ระหว่าง 204.9-387.5 มก./กก. ดินจากกองดินและกองกันทิ้ง และดินจากขอบบ่อกักเก็บแร่ 4 ตัวอย่าง ค่าสารหนูที่พบอยู่ระหว่าง 35.7-99.5 มก./กก. ดินจากศูนย์เรียนรู้/ที่ว่างเปล่า 3 ตัวอย่าง ค่าสารหนูที่พบอยู่ระหว่าง 20.3-23.3 มก./กก. และดินที่กระจายทั่วไปในพื้นที่ 32 ตัวอย่าง ค่าสารหนูที่พบอยู่ระหว่าง 4.01-12.2 มก./กก.

อย่างไรก็ตาม แม้ดินตัวอย่างที่กระจายทั่วไปในพื้นที่จะมีค่าสารหนูเกินมาตรฐาน อาจเป็นเพราะพื้นที่เหล่านี้มีศักยภาพของแร่อยู่ จึงมีสารหนูมากโดยธรรมชาติ

“จากผลการตรวจหลายๆอย่างที่พบ โดยส่วนตัวมองว่า มีผลวิจัยที่ยังไม่สำเร็จสมบูรณ์ คิดว่า กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ควรจะเลื่อนเวทีสาธารณะออกไปก่อน แล้วให้นักวิชการหลายๆส่วนที่เกี่ยวข้องได้หารือเรื่องข้อมูลเพิ่มเติม ยังไม่ควรจะจัดเวทีเพื่อขอความคิดเห็นจากหน่วยงานอื่น เพราะผลวิจัยแต่ละครั้งมีข้อมูลใหม่เสมอและน่าศึกษาต่อเนื่องให้เกิดความละเอียด”นางอาภา กล่าว

ด้าน น.ส.ลักษณา เจริญใจ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ผลการวิเคราะห์ไซยาไนด์และโลหะหนักในพืช พบสารไซยาไนด์ในพืชประเภทไม้เถา เช่น ผักบุ้ง กะทกรก หญ้าปลักควาย เป็นต้น มีปริมาณ 18-24 PPM สารตะกั่วพบบ้างอยู่ที่ 10 PPM แม้จะไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานแต่ต้องระวังไว้เพราะสารตะกั่วเป็นโลหะหนักที่ไม่ควรจะมีในพืชโดยเฉพาะต้นข้าว เพราะโลหะตะกั่วไม่ได้มีตามธรรมชาติในพืชบางชนิดเหมือนไซยาไนด์ที่ตามธรรมชาติอาจพบได้ในมันสำปะหลัง จึงต้องศึกษาข้อมูลลึกไปในส่วนของการทำเกษตรของประชากรเพิ่มเติมว่ามีการใช้สารเคมีอื่นร่วมด้วยหรือไม่

นอกจากนี้ยังพบแคดเมียมสูงเกินค่ามาตรฐานในต้นข้าว และสารแมงกานีสพบสูงเกินค่ามาตรฐานในพืชหลายชนิด เช่น ข้าว ผักบุ้ง กระชาย เป็นไปได้ว่าการที่พืชบางชนิดโตในน้ำและโตในดิน อาจมีส่วนซึมซับสารจากพื้นที่ด้วย

นางอรนันท์ พรหมมาโน คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า จากการเก็บตัวอย่างเลือดและปัสสาวะกลุ่มตัวอย่าง 731 ราย เพื่อตรวจหาโลหะหนักและความเสียหายของดีเอ็นเอ พบว่ามี 483 ราย หรือกว่า 60% ที่มีโลหะหนักเกินค่ามาตราฐาน แบ่งเป็น มีสารหนูในปัสสาวะเกินค่ามาตรฐาน 73 ราย แมงกานีสในเลือดเกินค่ามาตรฐาน 168 ราย เกิดความเสียหายของดีเอ็นเอ 91 ราย มีสารหนูในปัสสาวะร่วมกับแมงกานีสในเลือด 36 ราย สารหนูในปัสสาวะร่วมกับความเสียหายของดีเอ็นเอ 35 ราย แมงกานีสในเลือดร่วมกับความเสียหายดีเอ็นเอ 67 ราย สารหนูในปัสสาวะร่วมกับแมงกานีสในเลือดและความเสียหายของดีเอ็นเอ 13 ราย

นางอรนันท์ กล่าวว่า  เมื่อเทียบการพบทั้งในพืช ดิน น้ำ แล้ว พบว่ามีปัจจัยหลายอย่างสอดคล้องกับการพบโลหะหนักปนเปื้อนในเลือดและปัสสาวะของคน ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อประชาชน ควรที่จะต้องเร่งรัดทำการรักษาและคัดกรองประชาชนก่อน เพื่อให้ปลอดภัยและเป็นการป้องกันสุขภาพโดยตรง จากนั้นขั้นตอนต่อไปคือรอผลวิจัยอย่างละเอียดถึงการปนเปื้อนสารโลหะหนักในทรัพยากรต่างๆรอบเหมือง เพราะขณะนี้กลุ่มที่น่าห่วงคือกลุ่มที่มีดีเอ็นเอผิดปกติ ซึ่งอาจส่งผลต่อพันธุกรรมในอนาคต

นายสมิทธ์ ตุงคะสมิต วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า จากผลการวิเคราะห์ทั้งหมดไม่สามารถสรุปได้ว่า เกิดจากการทำเหมืองแร่ทองคำโดยตรง อย่างไรก็ตามประชาชนส่วนใหญ่มีความวิตกกังวลเรื่องปัญหาสุขภาพและความมั่นคงในการดำเนินชีวิต และจากการสัมภาษณ์พบว่าประชาชนในพื้นที่มีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเฉลี่ยครอบครัวละ 2,500-3,000 บาทหรือกว่า 20% ของรายได้ครัวเรือน

ขณะเดียวกัน บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบธุรกิจเหมืองทองใน จ.พิจิตร ออกหนังสือชี้แจง ใจความว่า ผลการศึกษาดังกล่าวอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าสาเหตุหลักมาจากกิจการของเหมือง ทั้งที่ไม่มีการศึกษาวิจัยหาสาเหตุที่มาของโลหะอย่างครบกระบวนการและเป็นที่เชื่อถือได้จากหน่วยงานกลาง รวมทั้งไม่มีการศึกษาเปรียบเทียบกับพื้นที่อื่นๆในประเทศ

นอกจากนี้ การเปิดเผยผลวิจัยดังกล่าว ยังขัดกับข้อตกลงของคณะกรรมการทำงานร่วม 5 ฝ่าย ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนชาวบ้าน เหมือง ฝ่ายปกครอง ทหาร และนักวิชาการ ที่ต้องแสดงผลหรือหารือกับคณะกรรมการก่อนเสนอผลต่อสาธารณะ

บริษัท ขอเรียกร้องให้มีการตั้งคณะนักวิจัยที่เป็นกลาง พร้อมทีมศึกษาอย่างตรงไปตรงมาด้วยความยุติธรรม เพื่อทำการศึกษาวิจัยหาสาเหตุที่มาของระดับโลหะหนัก อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการที่เป็นมาตรฐานสากล

 

ภาพประกอบข่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ