
สปช.ถกร่างพ.ร.บ. วิสาหกิจเพื่อสังคมฯพร้อมส่งปรับแก้
สปช. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พร้อมส่งให้คณะกรรมการฯ ปรับแก้ ภายใน 7 วัน ก่อนนำมาพิจารณาอีกครั้ง
สปช. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พร้อมส่งให้คณะกรรมการฯ ปรับแก้ ภายใน 7 วัน ก่อนนำมาพิจารณาอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 9 ม.ค. สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีการพิจารณารายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง "วิสาหกิจเพื่อสังคม" (Social Enterprise) และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. ... ซึ่งคณะกรรมการศึกษาและจัดทำรายงานเรื่อง "วิสาหกิจเพื่อสังคม" พร้อมร่างกฎหมาย ที่มี ศ. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว จึงเสนอต่อ ที่ประชุม สปช. ให้มีการพิจารณาและลงมติ ดังนี้ 1. เห็นชอบกับรายงานและข้อเสนอของคณะกรรมการฯ 2. เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. ... และ 3. เห็นชอบให้ส่งรายงาน ตามข้อ 1 และร่าง พ.ร.บ. ตามข้อ 2 ให้คณะรัฐมนตรีและประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อดำเนินการเสนอร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ต่อ สนช. ต่อไป
ศ.บวรศักดิ์ ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า วิสาหกิจเพื่อสังคมเป็นกลไกที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ทั้งนี้วิสาหกิจสังคม คือ องค์กรที่ใช้วิธีบริหารกิจการเช่นเดียวกับบริษัทเอกชน แต่เป้าหมายสำคัญของการประกอบธุรกิจ คือการนำกำไรที่ได้จากการดำเนินการ กลับคืนสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่น วิสาหกิจเพื่อสังคมในประเทศอังกฤษแห่งหนึ่ง รับบุคคลที่พ้นโทษเข้าเป็นพนักงานในบริษัทหรือรับบุคคลที่ทุพพลภาพเข้าทำงานในกิจการ แทนที่จะปล่อยให้บุคคลกลุ่มดังกล่าวรอรับผลประโยชน์หรือการสงเคราะห์จากสังคมเพียงอย่างเดียว
"การส่งเสริมให้เกิดวิสาหกิจเพื่อสังคมที่มีคุณภาพ จะต้องผลักดันนโยบายและมาตรการเชิงยุทธศาสตร์ ดังนี้ 1. ส่งเสริมให้เกิดการเรียนการสอนเรื่องวิสาหกิจเพื่อสังคมในทุกระดับชั้น 2. ต้องนำการวิจัยและนวัตกรรมใหม่มาปรับใช้ 3. รัฐต้องสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนในระยะเริ่มต้น 4. เปิดโอกาสให้จดทะเบียนรับรองสถานะเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม 5. สร้างระบบการจดทะเบียนพาณิชย์ สำหรับวิสาหกิจเพื่อสังคม ที่ไม่ได้มุ่งแสวงผลกำไรมาแบ่งปันกัน 6. ต้องมีระบบกองทุนสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม 7. สร้างระบบจัดซื้อจัดจ้างที่ยั่งยืน 8. สร้างระบบยกเว้นหรือลดภาษีสำหรับวิสาหกิจเพื่อสังคม และ 9. สร้างกลไกในทุกระดับทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ขณะที่สมาชิก สปช. มีการอภิปรายหลากหลายมิติ โดย นางถวิลวดี บุรีกุล กล่าวว่า ประเทศไทยมีโครงสร้างและกลไกในลักษณะดังกล่าวอยู่แล้วจำนวนหนึ่ง เช่น วิสาหกิจชุมชนและโอท็อป ฯลฯ จึงกังวลว่า พ.ร.บ. ที่พิจารณาอยู่นี้ จะเกิดความซ้ำซ้อนกับโครงสร้างเดิมที่มีอยู่ ฉะนั้นควรมีการบูรณาการอำนาจหน้าที่เหล่านั้น ให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. ดังกล่าว อย่างไรก็ตามโครงสร้างของวิสาหกิจเพื่อสังคม ไม่ควรจะถูกกำกับโดยภาครัฐมากนัก เนื่องจากจะไม่มีกลไกในการบริหารที่แตกต่างจากระบบราชการ อย่างไรก็ตามควรมีการสนับสนุนการเพิ่มมูลค่าทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจเพื่อสังคมเหล่านั้นด้วย เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืนในตลาดทุนนิยม
น.ส.ศรีลาภรณ์ บัวสาย กล่าวว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ ควรปลอดจากการแทรกแซงจากการเมือง กลไกการแต่งตั้งคณะกรรมการฯ หรือผู้บริหารที่จะมาจัดการกองทุน ซึ่งเป็นกองทุนที่เกิดขึ้นจาก พ.ร.บ. ดังกล่าว ไม่ควรให้ฝ่ายการเมืองมีส่วนร่วมในการแต่งตั้งโดยไม่จำเป็น เพราะจะก่อให้เกิดการใช้อิทธิพลทางการเมืองแทรกแซงองค์กรดังกล่าว อย่างไรก็ตามควรมีการติดตามผลที่สอดคล้องกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้น ไม่ใช่ชี้วัดจากการเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น
ทั้งนี้ที่ประชุม สปช. มีมติเห็นชอบกับรายงานและข้อเสนอของคณะกรรมการฯ ซึ่งมีมติเห็นชอบ 230 คะแนน รวมถึงมีมติเห็นชอบกับข้อเสนอแนะของสมาชิก สปช. ให้นำไปปรับใช้ในการร่าง พ.ร.บ. วิสาหกิจเพื่อสังคม ที่มีการอภิปราย โดยมีมติเห็นชอบ 220 คะแนน นอกจากนั้นยังมีมติเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. ... โดยมีมติเห็นชอบ 225 คะแนน แต่มติเห็นชอบให้มีแก้ไขปรับปรุง ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ซึ่งมีมติเห็นชอบ 182 คะแนน ฉะนั้นสรุปได้ว่า สปช. เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว แต่คณะกรรมการฯ จะต้องแก้ไขปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของสมาชิก สปช. ภายใน 7 วัน ก่อนจะนำมาพิจารณาในที่ประชุม สปช. อีกครั้ง







