posttoday
จับตาแบงก์หนี้สุมหัวยุโรปหนีเสือปะจระเข้

จับตาแบงก์หนี้สุมหัวยุโรปหนีเสือปะจระเข้

17 มิถุนายน 2553

ในช่วงเวลาที่รัฐบาลในยุโรปกำลังสาละวนกับมาตรการรัดเข็มขัด หากสถาบันการเงินยังมีความเชื่อมั่นต่อกันได้ ก็พอที่จะต่อท่อน้ำเลี้ยงพยุงชีวิตสถาบันการเงินไม่ให้กลายเป็นภัยคุกคามยุโรปซ้ำซ้อน

ในช่วงเวลาที่รัฐบาลในยุโรปกำลังสาละวนกับมาตรการรัดเข็มขัด หากสถาบันการเงินยังมีความเชื่อมั่นต่อกันได้ ก็พอที่จะต่อท่อน้ำเลี้ยงพยุงชีวิตสถาบันการเงินไม่ให้กลายเป็นภัยคุกคามยุโรปซ้ำซ้อน

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ในชั้นแรกที่วิกฤตหนี้สาธารณะของยุโรปเริ่มคลี่คลายให้เห็นถึงระดับความรุนแรง หลายฝ่ายยังพอเหลือความมั่นใจอยู่บ้างว่า อย่างน้อยวิกฤตในด้านการเงินการคลังอาจกระทบเพียงเสถียรภาพของเงินยูโรเมื่อถึงที่สุดแล้ว แต่ระบบการเงินการธนาคารของยุโรปจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก จึงไม่ต้องคอยกังวลอีกทอด ว่ายุโรปจะตกที่นั่งเดียวกับวิกฤตสถาบันการเงินเหมือนดังกรณีของสหรัฐเมื่อ 2 ปีก่อน

อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์คลี่คลายไปสู่อีกระดับที่รุนแรงขึ้น ทุกฝ่ายเริ่มมองเห็นลางร้ายในระบบการเงินการธนาคารยุโรป

เพราะขณะนี้เริ่มมีความเสี่ยงที่สถาบันการเงินในภูมิภาคจะประสบกับภัยคุกคามร้ายแรงเช่นเดียวกับสถาบันการเงินสหรัฐ นั่นคือปัญหาสินทรัพย์ถดถอย หรือ Writedown

จับตาแบงก์หนี้สุมหัวยุโรปหนีเสือปะจระเข้

มูลเหตุใหญ่ของปัญหา Writedown ในยุโรป คือการที่นักลงทุนเริ่มหันหลังให้กับหลักทรัพย์การลงทุน โดยเฉพาะตราสารหนี้ของประเทศที่มีปัญหาหนี้สินรุงรัง ไม่ว่าจะเป็นกรีซ โปรตุเกส และสเปน เนื่องจากหวั่นเกรงว่า มูลค่าหลักทรัพย์ที่ถืออยู่จะดิ่งลงเหว

แต่การละทิ้งพันธบัตรของประเทศเหล่านี้กลับกลายเป็นการตอกย้ำปัญหาให้สาหัส เพราะกลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่เชื่อมโยงระหว่างมูลค่าหลักทรัพย์ที่เสื่อมราคาลงเพราะปัญหาหนี้สินสาธารณะระดับชาติ ตามมาด้วยวิกฤตศรัทธาของนักลงทุนที่ทำให้หนี้สินทรัพย์ราคาตกต่ำ ซึ่งจะยิ่งทำให้หลักทรัพย์นั้นเสื่อมถอยลงยิ่งขึ้นไปอีก

กล่าวโดยรวบรัดก็คือ หากนักลงทุนทิ้งพันธบัตรด้วยถือเป็นความเสี่ยง ก็ไม่นับเป็นเรื่องผิดวิสัยของสัญชาตญาณแต่อย่างใด เว้นเสียแต่ว่าหากนักลงทุนสละเรือพร้อมกัน ก็หมายถึงตลาดพันธบัตรจะพลอยล้มละลายไปพร้อมกันด้วย

เหตุครั้งนี้ จึงนับเป็นวงจรอุบาทว์ที่บังเกิดขึ้นจากวิกฤตศรัทธาโดยแท้

วิกฤตศรัทธาของบรรดานักลงทุน เป็นผลสืบเนื่องมาจากการลดระดับความน่าเชื่อถือของประเทศต่างๆ ดังเช่นล่าสุดที่มูดี้ส์ประกาศลดระดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของกรีซลงอีกครั้ง ให้เหลือระดับ Junk ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุด และหมายถึงระดับที่นักลงทุนควรหลีกเลี่ยงที่จะเข้ามาลงทุนด้วย

สัญญาณที่อันตรายอย่างยิ่งก็คือ ยอดขายพันธบัตรในยุโรปช่วงเดือน พ.ค. ทิ้งตัวลงต่ำที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเลห์แมน บราเธอร์ส ล้มละลายเมื่อปี 2551

ขณะที่ธนาคารด้วยกันเองบ่ายเบี่ยงที่จะปล่อยเงินกู้ให้กับธนาคารในยุโรป โดยเฉพาะประเทศที่จมปลักในปัญหาหนี้สิน และหันมากู้กับธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพราะต่างก็ไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน ยังผลให้สภาพคล่องเริ่มเหือดแห้งลงเข้าทุกวัน ซึ่งหมายถึงท่อต่อชีวิตของธนาคารยุโรปใกล้ที่จะขาดสะบั้นลง

สภาพการณ์เช่นนี้แทบไม่ต่างอะไรกับช่วงเวลาก่อนที่ปัญหาซับไพรม์จะระเบิดตูมใหญ่กลายเป็นวิกฤตที่ผลักดันสถาบันการเงินรายแล้วรายเล่าในสหรัฐจนล้มครืนราวกับโดมิโน
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จับตาสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด พร้อมคาดการณ์ว่า ยอด Writedown ในยุโรปอาจสูงถึง 1.95 แสนล้านยูโร ภายในปี 2554

อย่างไรก็ตาม จอน พีซ นักวิเคราะห์จาก|โนมูระ โฮลดิง กล่าวกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า Writedown ในยุโรปอันเป็นผลมาจากวิกฤตหนี้สินของกรีซอาจสูงถึง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด สถาบันการเงินทั่วโลกอาจพลอยถูกลูกหลงไปด้วย และอาจพบกับความสูญเสียเป็นมูลค่าสูงถึง 9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ที่น่าหวั่นใจไม่แพ้กันก็คือ ตัวเลขคาดการณ์ 1.95 แสนล้านยูโร ยังไม่รวมตัวเลข Writedown ของเดิมที่มียอดสะสม 4.44 แสนล้านยูโร เมื่อรวมของเก่าและของใหม่ ยอดจะแซงหน้า Writedown ของสหรัฐในปีนี้ ซึ่งอยู่ที่ 7.62 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ทางออกจากวิกฤตซ้ำสองที่กำลังก่อตัวในระบบการเงินยุโรปนี้มีอยู่ไม่กี่ทาง

ประการแรก คือปฏิรูปตนเองให้เป็นสถาบันการเงินที่มีความน่าเชื่อถือ หรือปรับปรุงตนเองให้เป็นผู้กู้ยืมที่มีคุณภาพ

ประการที่สอง ต้องคอยรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล จนกว่าจะสามารถพยุงตัวเองจากภาวะลุ่มๆ ดอนๆ

สำหรับทางออกประการที่สอง ไม่เพียงเป็นการแก้ปัญหาที่ชะงัดเท่านั้น แต่ยังบั่นทอนเสถียรภาพทางการเงินของภาครัฐให้ทรุดโทรมลงไปอีก จากที่ขณะนี้ต้องคอยรัดเข็มขัดงบประมาณ และจัดการกับหนี้สินสาธารณะไปพร้อมๆ กันอยู่แล้ว

ทางออกประการแรกจึงส่งผลที่สมเหตุผลและทรงประสิทธิภาพในระยะยาวมากที่สุด ทั้งยังเป็นความพยายามที่สหภาพยุโรปผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด แม้ขณะนี้จะมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยก็ตาม

อย่างไรก็ตาม แม้ทางออกจะเหลือเพียงไม่กี่ทาง แต่ก็มีโอกาสที่ปัญหา Writedown จะไม่ขยายวงกลายเป็นวิกฤตครั้งใหญ่

ดังเช่นการประเมินของมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ที่ชี้ว่าธนาคารและสถาบันการเงินในยุโรปจะสามารถรับมือกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับตราสารหนี้ของภาครัฐและเอกชนได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องรับความช่วยเหลือเพื่อเพิ่มทุน

แม้จะเป็นการประเมินที่เหมือนตบหัวแล้วลูบหลัง ภายหลังจากเพิ่งลดเครดิตกรีซ

แต่อย่างน้อยการประเมินของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินรายนี้ มีส่วนช่วยไม่น้อย หากจะพิจารณาว่าปัญหา Writedown ในสถาบันการเงินของยุโรป ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากวิกฤตศรัทธา และความไม่ไว้วางใจของนักลงทุน และสถาบันการเงินด้วยกันเอง

ในช่วงเวลาที่รัฐบาลในยุโรปกำลังสาละวนกับมาตรการรัดเข็มขัด หากสถาบันการเงินยังมีความเชื่อมั่นต่อกันได้ ก็พอที่จะต่อท่อน้ำเลี้ยงพยุงชีวิตสถาบันการเงินไม่ให้กลายเป็นภัยคุกคามยุโรปซ้ำซ้อน

และทำให้ยุโรปต้องตกอยู่ในภาวะ “หนีเสือปะจระเข้”

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ