posttoday
ยธ.ถก8ประเทศวางแนวทางคุมสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด

ยธ.ถก8ประเทศวางแนวทางคุมสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด

09 กุมภาพันธ์ 2558

พล.อ.ไพบูลย์ ร่วมประชุมกับตัวแทน 8 ประเทศ วางแนวทางควบคุมสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด

พล.อ.ไพบูลย์ ร่วมประชุมกับตัวแทน 8 ประเทศ วางแนวทางควบคุมสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในการประชุมเพื่อวางแนวทางการควบคุมสารตั้งต้นไม่ให้ไปสู่แหล่งผลิตยาเสพติดได้ โดยมีตัวแทนจาก8ประเทศเข้าร่วมประชุม ได้แก่ กัมพูชา จีน อินเดีย เกาหลี ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ภายหลังที่ทั้ง4ประเทศ ได้แก่ จีน ไทย ลาว และเมียนม่า ได้ร่วมมือกันจัดตั้งศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัย  จากนั้นได้ประชุมหารือถึงแนวทางการป้องกันปัญหายาเสพติด โดยที่ประชุมเห็นตรงกันว่านอกจากจัดตั้งศูนย์เพื่อประสานข้อมูลในการปราบปรามยาเสพติดแล้ว ควรจัดหารือ เพื่อร่วมมือกันในการดูแล ป้องกัน ควบคุมสารตั้งต้นที่ใช้ผลิตยาเสพติด และเชิญประเทศอินเดีย ประเทศเกาหลี เข้าร่วมด้วย เนื่องจากทั้งสองประเทศนี้มีการใช้สารตั้งต้นในอุตสาหกรรมการผลิตยารักษาโรคจำนวนมากและถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ ที่ประชุมจะหารือ ถึงสารตั้งต้นบางชนิดที่ผสมอยู่ในตัวยา แต่สามารถนำมาสกัดผลิตเป็นยาเสพติดได้

รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เมื่อเดือนส.ค. ปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่ของประเทศเมียนม่า สามารถจับกุมขบวนการลักลอบขนยาเสพติดบริเวณแนวชายแดน ไทย-พม่า พร้อมของกลางยาบ้า10 ล้านเม็ด นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมสารตั้งต้นที่จะนำไปผลิตเป็นยาเสพติดได้อีกโดยปริมาณของสารที่จับได้นั้นสามารถนำไปผลิตเป็นยาเสพติดได้ถึง100-200 ล้านเม็ด

“หากเจ้าหน้าที่มุ่งจับแต่ยาเสพติดที่ผลิตแล้ว คงไม่สามารถลดปัญหายาเสพติดลงได้ ดังนั้นถ้าเราสามารถปิดช่องทางการลักลอบนำสารตั้งต้นเพื่อไปผลิตเป็นตัวยา ก็จะสามารถระงับยับยั้งเครือข่ายยาเสพติดได้”พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

ด้าน นายเพิ่มพงษ์ กล่าวว่า มาตรการที่เราจะเสนอต่อที่ประชุม ดังนี้ 1.แต่ละประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ทั้งนี้ตามกฎหมายแต่ละประเทศที่เกี่ยวกับสารตั้งต้นอาจแตกต่างกัน เนื่องจากบางประเทศนำไปใช้ในด้านอุตสาหกรรมจำนวนมาก โดยฐานะของสารตั้งต้นอาจถูกกฎหมาย แต่แตกต่างจากประเทศไทยที่กำหนดให้สารตั้งต้นเป็นสารที่ผิดกฎหมาย

2.จัดระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารในการยักย้าย ถ่ายเท นำเข้าสารเหล่านี้ หากมีการเคลื่อนย้าย ก็ให้มีระบบในการประสานข้อมูลกัน โดยประเทศไทยในฐานะที่ได้รับผลกระทบด้านนี้มาก จะอาสาในการเป็นตัวกลางร่วม

3.หากมีการจับกุมผู้กระทำผิดไม่ว่าในประเทศใด จะทำการสอบสวนว่านำสารตั้งต้นมาจากประเทศไหน และมีการนำเข้าลักษณะใด

4.การพิสูจน์ ด้วยวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ทราบว่าสาร หรือยานั้น ฐานผลิตอยู่ที่ใด จะได้ย้อนดูมาตราการป้องกันว่ามีการรั่วไหลจุดใด

5.การปรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสารตั้งต้นนี้

สำหรับสารตั้งต้นประเภทซูโดอีนเฟดรีนในประเทศอินเดียนั้น ใน 1 เม็ด สามารถสกัดผลิตเป็นยาบ้าได้ถึง 10 เม็ด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท