posttoday
แช่แข็งเงิน86เครือข่ายแดงเด็ดปีกเพื่อไทย-นปช.

แช่แข็งเงิน86เครือข่ายแดงเด็ดปีกเพื่อไทย-นปช.

17 มิถุนายน 2553

“การแช่แข็ง” ธุรกรรมการเงินไม่เพียงแต่เป็นยุทธวิธีรุกในช่วงที่รัฐบาลกำลังโหนกระแสที่คนเมืองกำลังให้ใจรัฐบาลบริหารประเทศให้เกิดความสงบสุขในบ้านเมือง

“การแช่แข็ง” ธุรกรรมการเงินไม่เพียงแต่เป็นยุทธวิธีรุกในช่วงที่รัฐบาลกำลังโหนกระแสที่คนเมืองกำลังให้ใจรัฐบาลบริหารประเทศให้เกิดความสงบสุขในบ้านเมือง

โดย...ทีมข่าวการเมือง

เมื่อรัฐบาลประกาศ ไม่ปรองดองกับผู้ก่อการร้าย การขยายผลเอาผิดเครือข่ายทักษิณจึงเข้มข้น

นอกจากสอบสวนแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในข้อหาก่อการร้าย อีกวาระคือ เดินหน้าสอบสวนการทำธุรกรรมทางการเงินกับเครือข่ายแดงเพื่อเชื่อมโยงในคดีก่อการร้าย

แช่แข็งเงิน86เครือข่ายแดงเด็ดปีกเพื่อไทย-นปช.

นับตั้งแต่ช่วงชุมนุมเสื้อแดง ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินแช่แข็งการทำธุรกรรมการเงินผู้ต้องสงสัยว่าเป็นเครือข่ายทักษิณรวม 3-4 ล็อต ทั้งบุคคลและนิติบุคคล รวมทั้งหมด 152 ราย

แยกเป็นกลุ่มหลักๆ 7 กลุ่ม

1.กลุ่มครอบครัวทักษิณ ชินวัตร และในวงศ์วานว่านเครือ อาทิ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร พานทองแท้-แพทองธาร-พินทองทา-ยิ่งลักษณ์-เยาวเรศ-พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร บรรณพจน์ ดามาพงศ์ กาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน หรือกลุ่มบริษัทตระกูลชินวัตร บริษัท นิวโอ๊ค บริษัท บีพี พร็อพเพอร์ตี้ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น และในเครือบริษัทในกลุ่ม บี.บี.ดี. พร็อพเพอร์ตี้

2.กลุ่ม นปช. อาทิ นพ.เหวง โตจิราการ วีระ มุสิกพงศ์ ขวัญชัย ไพรพนา นิสิต สินธุไพร ฯลฯ

3.กลุ่มอดีตบิ๊กทหาร-ตำรวจ ที่ใกล้ชิดทักษิณ อาทิ พล.ท.มนัส เปาริก พล.ท.พฤณฑ์ สุวรรณทัต พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก

4.เจ้าของกลุ่มทุนใหญ่ อาทิ สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ พันธ์เลิศ ใบหยก ประยุทธ มหากิจศิริ ไพวงษ์ เตชะณรงค์ ฯลฯ

5.กลุ่ม สส.เพื่อไทย อาทิ ปลอดประสพ สุรัสวดี สันติ พร้อมพัฒน์ ประชา ประสพดี การุณ โหสกุล วิชาญ มีนชัยนันท์ ไพโรจน์ ตันบรรจง ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ไชยา สะสมทรัพย์ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ฯลฯ

6.กลุ่มอดีต สส.พรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนที่ถูกยุบแล้ว อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ฯลฯ

ยิ่งสอบสวน ศอฉ. ยิ่งได้ข้อมูลลึก โยงใยหัวสูบใหญ่ในช่วงชุมนุมเสื้อแดง

ที่ออกมาแฉเป็นตัวอย่าง คือ เครือญาติทักษิณโอนเงิน 7,000 ล้านบาท มีการผ่านเข้าออกธนาคาร 400 ล้านบาท และเข้าบัญชีบิ๊ก ตท.10 ในเพื่อไทยถึง 700 ล้านบาท

เชื่อว่าข้อมูลเด็ดจะออกมาอีกหลายระลอก หลังจากฝ่ายรัฐบาลตั้งคณะกรรมการ 4 หน่วยงาน คือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กรมสรรพากร ตรวจสอบ แยกแยะ 152 ราย ใครไม่เกี่ยวก็ยกเลิกระงับ แต่เบื้องต้นพบ 84 ราย ที่พัวพันกับการส่งกำลังบำรุงเข้าม็อบแดง

พิมพ์เขียวที่เห็นคร่าวๆ ผ่านการตรวจสอบธุรกรรมการเงินเครือข่ายทักษิณ มีทั้งเครือข่ายข้ามชาติ การค้าแรงงานเถื่อน อาวุธสงคราม

นี่เป็นข้อมูลที่รัฐบาลจะนำมาลากไส้เครือข่ายก่อการร้ายป่วนเมือง เหมือนที่ ปณิธาน วัฒนายากร โฆษกรัฐบาล ถึงกับตกตะลึงกับผลสอบของ ศอฉ. และ ปปง. ว่า เราไม่เคยเห็นข้อมูลเครือข่ายเป็นระบบอย่างนี้มาก่อน ซึ่งหากมีหลักฐานชัดจะนำไปสู่การฟ้องร้องทางอาญา ถ้าผิดจริงก็ต้องถูกยึดทรัพย์

สิ่งที่รัฐบาลต้องการมากที่สุด คือ “หลักฐาน” ทั้งการถ่ายโอนการเงิน อาวุธสงคราม พฤติกรรมเชื่อมโยงที่ชี้ว่า การชุมนุมของม็อบแดง แฝงด้วยกองกำลังไม่ทราบฝ่ายจริง เพราะที่ผ่านมารัฐบาลถูกโจมตีตลอดว่า ยัดเยียดข้อกล่าวหาก่อการร้ายให้แกนนำ นปช.

ทั้งหมดอยู่ที่ศาลจะตัดสินว่า การโอนเงิน โยกย้ายถ่ายเทที่ผิดปกติ มีลับลมคมในผ่านเครือข่ายม็อบ มีน้ำหนักน่าเชื่อตามที่รัฐบาลสอบสวนอยู่ และเกี่ยวข้องกับการชุมนุมและขบวนการใต้ดินป่วนเมืองหรือไม่ 

“การแช่แข็ง” ธุรกรรมการเงินไม่เพียงแต่เป็นยุทธวิธีรุกในช่วงที่รัฐบาลกำลังโหนกระแสที่คนเมืองกำลังให้ใจรัฐบาลบริหารประเทศให้เกิดความสงบสุขในบ้านเมือง จึงคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้เพื่อสอบสวนควบคุมกลไกเสื้อแดงอยู่

พลพรรคเสื้อแดงที่ต้องสงบเสงี่ยมเพราะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำจึงกระดุกกระดิกไปไหนไม่ได้ ไม่ว่าการเคลื่อนไหวชุมนุมหรืออำพรางในรูปแบบการจัดคอนเสิร์ต เพราะกลัวอำนาจใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 

ขณะที่พรรคเพื่อไทยถึงแม้จะมีทุนใหญ่จากทักษิณคอยสนับสนุนทางไกลอยู่ “การดองเค็ม” เครือข่ายจึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก และที่ผ่านมาพรรคก็ไม่ได้อัดฉีดเงินเดือนให้ลูกพรรคอู้ฟู่เหมือนคู่แข่งภูมิใจไทย เพราะไม่ได้อยู่ในช่วงรณรงค์หาเสียง และกระแสแดงก็ยังแรงไม่หยุด

แต่กรณีนี้อาจสร้างความรำคาญใจในการเบิกเงินทำธุรกรรมต่างๆ นานา และยังบีบไม่ให้พันธมิตรร่วมทุน หรือ ทุนท้องถิ่นของ สส.เพื่อไทย เข้าใกล้หรือร่วมสนับสนุนเพราะกลัวจะติดร่างแหกระทบกับธุรกิจตัวเอง

ทว่าปีกของเพื่อไทยย่อมไม่พอใจรัฐบาล เพราะเห็นว่าลุแก่อำนาจ กลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม แต่หมากที่ทำให้คนของเพื่อไทยอกสั่นพรั่นพรึง คือ หากคนของพรรคเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการก่อการร้าย และศาลตัดสินผิดจริงก็อาจนำมาสู่การยุบพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง

เพราะรายชื่อที่ ศอฉ.เหวี่ยงแหไปนั้น อย่างน้อยก็มี “ปลอดประสพ สุรัสวดี” หนึ่งในกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยอยู่ด้วย หากมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าผู้ใหญ่ในพรรคอยู่ในจิ๊กซอว์ของขบวนการ M79 ก็ต้องหนาวกันทั้งพรรค

ข้อหาที่นำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทย ตามหนึ่งในฐานความผิดของ พ.ร.บ.พรรคการเมือง “กระทำการอันอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร หรือขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน”

ทั้งหมดไม่เหนือความคาดหมาย เบื้องลึกของหัวใจคนเพื่อไทยรับรู้ถึงชะตากรรมพรรคว่า พรรคอาจไม่รอดจากผลพวงการเมืองยุคอำมหิต และอาจต้องถูกยุบเป็นครั้งที่ 3 โดยเฉพาะหากพรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบในคดีเงินบริจาคก่อน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท