posttoday
ผลของการปรับอัตราแลกเปลี่ยน ต่อเศรษฐกิจมหภาคของไทย

ผลของการปรับอัตราแลกเปลี่ยน ต่อเศรษฐกิจมหภาคของไทย

09 กุมภาพันธ์ 2558

ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2557 ถึงปัจจุบัน ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของโลกอยู่ในภาวะที่ผันผวนตามนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลักของโลก

โดย...ผศ.ดร.ยุทธนา เศรษฐปราโมทย์

ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2557 ถึงปัจจุบัน ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของโลกอยู่ในภาวะที่ผันผวนตามนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลักของโลก

แม้ว่าจะเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าในระบบเศรษฐกิจแบบเปิดที่มีขนาดเล็ก (Small Open Economy) อัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจมหภาคของประเทศ แต่ขนาดความสำคัญของผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นที่ถกเถียงกันว่าจะมีผลกระทบมากน้อยเพียงใด เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนมีผลไม่เฉพาะต่อการส่งออกรวมถึงการนำเข้าเท่านั้น แต่ยังกระทบการใช้จ่ายภายในประเทศ (การบริโภค-การลงทุนภาคเอกชน) อีกด้วย ดังนั้นการประเมินผลของอัตราแลกเปลี่ยนต่อเศรษฐกิจมหภาคจึงควรมีการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน

จากการคำนวณโดยแบบจำลองเศรษฐมิติมหภาคของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์ พบว่า การแข็งค่าของอัตราแลกเปลี่ยน (Shock) จะส่งผลกระทบต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยปรับตัวลดลง โดยจะส่งผลต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาปีครึ่ง ก่อนที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวจาก Shock ที่เกิดขึ้น และอัตราแลกเปลี่ยนเริ่มปรับตัวเข้าสู่สภาวะปกติ โดยการแข็งค่าขึ้นร้อยละ 10 ของค่าเงินบาทร้อยละ จะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงร้อยละ -1.65 ในช่วง 4 ไตรมาส ซึ่งการชะลอตัวของเศรษฐกิจจากการแข็งค่าของอัตราแลกเปลี่ยน จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในองค์ประกอบต่างๆ ทั้งด้านการค้าระหว่างประเทศ (การส่งออก-การนำเข้า) และอุปสงค์ในประเทศ (การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน)

โดยผลของการแข็งค่าขึ้นร้อยละ 10 ของอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกสินค้าและบริหารหดตัวลงประมาณร้อยละ -2.01 ช่วง 4 ไตรมาสถัดไป ซึ่งสูงกว่าการหดตัวของ GDP ในขณะที่ด้านการนำเข้า แม้ว่าการแข็งค่าของอัตราแลกเปลี่ยนจะทำให้ราคาสินค้านำเข้าถูกลงเมื่อคิดเป็นเงินบาท แต่ปริมาณการนำเข้าไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการลดลงของราคา แต่กลับลดลงร้อยละ -0.95 ในช่วง 4 ไตรมาส ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากการที่การนำเข้าของไทยมีองค์ประกอบสำคัญคือการนำเข้าสินค้าขั้นกลาง ซึ่งใช้ในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก ทำให้การนำเข้าหดตัวตามการส่งออกเมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้น นอกจากนี้การชะลอตัวลงของการขยายตัวทางเศรษฐกิจมีส่วนลดความต้องการสินค้านำเข้าอีกทางหนึ่ง

ไม่เฉพาะการค้าระหว่างประเทศ การบริโภคภาคเอกชนก็ได้รับผลจากการแข็งค่าของอัตราแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกัน แต่จะใช้เวลาในการปรับตัวที่นานกว่า โดยในช่วงสองไตรมาสแรกผลกระทบยังไม่ชัดเจน และผลกระทบจะเริ่มในไตรมาส 3 หลังการเกิด Shock ของอัตราแลกเปลี่ยน และจะส่งผลสูงที่สุดในไตรมาส 6 ซึ่งการบริโภคจะปรับลดลงร้อยละ -2.01 โดยการปรับลดซึ่งใช้เวลานี้มาจากการปรับลดลงของรายได้ตามการหดตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ในด้านการลงทุนภาคเอกชนเป็นตัวแปรเพียงตัวเดียวในองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเงินบาทแข็งค่า โดยหากเงินบาทแข็งค่าขึ้นร้อยละ 10 จะเริ่มส่งผลกระทบต่อการลงทุนภาคเอกชนในช่วง 3-6 ไตรมาสถัดไป ทำให้การลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.51 ในช่วง 4 ไตรมาส โดยการปรับตัวเพิ่มของการลงทุนภาคเอกชนสวนทางกับตัวแปรอื่นๆ น่าจะเกิดจากการที่การลงทุนในประเทศไทยมีการนำเข้าสินค้าทุน รวมถึงสินค้าขั้นกลางจากต่างประเทศ ทำให้เมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้น จึงช่วยลดต้นทุนของการลงทุนลง และทำให้การลงทุนภาคเอกชนปรับตัวสูงขึ้น ส่วนผลที่มีต่ออัตราเงินเฟ้อ การแข็งค่าของอัตราแลกเปลี่ยนร้อยละ 10 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวลดลงทั้งกรณีเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐาน ตามราคาสินค้านำเข้า เช่น ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เมื่อปรับจากเงินดอลลาร์เป็นเงินบาทแล้วมีราคาที่ลดลง โดยเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐานในปีถัดไปจะลดลงประมาณร้อยละ -0.21 และ -0.17

ที่ผ่านมาค่าเงินบาทมีการปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายๆ ครั้ง เช่น ไตรมาส 4 ปี 2553 เงินบาทแข็งค่าขึ้นร้อยละ 5.2 ซึ่งผลจากการคำนวณโดยตัวแบบเศรษฐมิติมหภาคพบว่า การแข็งค่าของเงินบาทในช่วงนั้น ส่งผลทันทีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2553 ให้ลดลงร้อยละ -0.48 เทียบกับกรณีที่เงินบาททรงตัว และส่งผลต่อเนื่องยังปี 2554 ซึ่งส่งผลให้การขยายตัวในปี 2554 ลดลงร้อยละ -0.33 ซึ่งตัวเลขข้างต้นแสดงถึงบทบาทของอัตราแลกเปลี่ยนที่มีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย

ดังนั้น จากผลการศึกษาข้างต้นจะพบว่าการแข็งค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวมไม่เฉพาะต่อการส่งออก แม้ว่าในปัจจุบันค่าเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐจะอยู่ในระดับทรงตัวและมีแนวโน้มอ่อนค่าลงในช่วงปี 2558 ตามทิศทางของนโยบายการเงินสหรัฐ ที่คาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่เมื่อเทียบกับค่าเงินเยน ยูโร ที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว ก็มีผลให้ดัชนีค่าเงินเฉลี่ยของไทยปรับตัวแข็งขึ้น และมีแนวโน้มแข็งขึ้นต่อเนื่องตามการอ่อนตัวของเงินเยนและยูโร ซึ่งเกิดจากการอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางทั้งในญี่ปุ่นและยุโรป ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญในการรับมือกับปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะในปัจจุบันซึ่งอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยอยู่ในระดับที่อ่อนแอ และอัตราเงินเฟ้อปรับตัวลดลงและมีค่าติดลบในเดือน ม.ค. และคาดว่าจะติดลบต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 1 นี้ ดังนั้นการแข็งค่าของอัตราแลกเปลี่ยนจะทำให้ทั้งอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อปรับลดลงมากขึ้นได้ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอีกประการหนึ่งของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันครับ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง