
วงถกแก้รธน.ตั้งอนุกก.3ชุด
ที่ประชุมคณะกรรมการแก้รัฐธรรมนูญ ตั้งอนุ กก. 3 ชุด ศึกษา ดึงภาคประชาชนร่วม พร้อมเสนอแผน 30 มิ.ย.
ที่ประชุมคณะกรรมการแก้รัฐธรรมนูญ ตั้งอนุ กก. 3 ชุด ศึกษา ดึงภาคประชาชนร่วม พร้อมเสนอแผน 30 มิ.ย.
เมื่อเวลา 09.30 น. ได้มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มี นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ด้วย ขณะที่ คณะกรรมการทั้งหมด ก็ได้เข้าร่วมประชุมครบ ขาดเพียง นายประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ที่ติดภารกิจในต่างประเทศ ทั้งนี้ การประชุมนัดแรกวันนี้ จะเป็นการพิจารณาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น ตามที่ คณะกรรมการสมานฉันท์ เสนอและการสร้างความเข้มแข็งทางการเมืองในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้ง การสร้างความมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง ขณะที่คณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีการรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 2 เดือนก่อนที่จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์อีกครั้ง โดยใช้ระยะเวลาอีก 2 เดือนก่อนนำเสนอให้กับนายกรัฐมนตรี
หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีจะเดินทางเข้ารับฟังข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแผนปรองดองแห่งชาติ และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทุกภาคส่วนที่อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี
ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายบรรเจิด สิงคะเนติ หนึ่งในคณะกรรมการ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น กรณีที่ พรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตว่า คณะกรรมการส่วนใหญ่ ไม่เป็นกลาง โดยระบุเพียงสั้น ๆ ว่าตนไม่ได้เป็นคนตั้งคณะกรรมการชุดนี้ ควรจะไปสอบถามคนที่แต่งตั้งเอง
จากนั้น 12.00 น. นายสมบัติ แถลงข่าวหลังการประชุมนัดแรกว่า วันนี้ได้ประชุมครั้งแรก โดยนายกฯได้ให้แนวทางและเปิดโอกาสให้คณะกรรมการสอบถามโจทย์จากรัฐบาลว่าต้องการให้ทำอะไรบ้าง โดยโจทย์3ข้อนั้นมีดังนี้ กรอบการทำงานของคณะกรรมการฯที่ต้องพิจารณาคือ 1.พิจารณาตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองเเละศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ วุฒิสภาที่เคยยื่นข้อเสนอ6ประเด็นกับนายกฯไว้แล้วนั้น นายกฯบอกว่าหากมีสิ่งใดที่นอกเหนือจาก6ประเด็นดังกล่าว สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ขอให้คณะกรรมการฯเสนอความเห็นเพิ่มเติมได้ 2.การสร้างความเข้มแข็งทางการเมืองการปกครองในระบอบอประชาธิปไตย 3.สร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากประชาชน
“คณะกรรมการชุดนี้ไม่มีธง มีความเป็นอิสระเต็มที่ นายกฯไม่เข้ามาครอบงำการทำงาน” นายสมบัติกล่าวและว่า นายกฯไม่ได้กำหนดกรอบเวลาทำงานว่าต้องแล้วเสร็จเมื่อใด เรื่องใดที่เสร็จก่อนก็นำเสนอก่อน และคณะกรรมการทราบว่ารัฐบาลอยากให้สรุปและเสนอกลับมาที่รัฐบาลให้ได้ในเดือนต.ค. คณะกรรมการคิดว่าบางส่วนอาจเสนอต่อรัฐบาลได้ในช่วงเวลานั้น
นายสมบัติกล่าวว่า คณะกรรมการได้แบ่งคณะอนุกรรมการเป็น3ชุดคือ 1.คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯโดยมีนายศักดา ธนิตกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นประธาน นายเจษฎ์ โทณะวณิก เป็นกรรมการและเลขานุการ นายตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ นายวุฒิสาร ตันไชย นายสิริวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ เป็นกรรมการ 2.คณะอนุกรรมการวิเคราะห์กรอบโครงสร้างรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปการเมืองไทย โดยมีนายแสวง บุญเฉลิมวิภาส อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธาน นายเธียรชัย ณ นคร เป็นกรรมการและเลขานุการ นายศุภชัย ยาวะประภาษ นายจรัส สุวรรณมาลา นายนันทวัฒน์ บรมานันท์ นายบรรเจิด สิงคะเนติ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เป็นกรรมการ 3.คณะอนุกรรมการการมีส่วนร่วมกับประชาชนในการสร้างความเข้มแข็งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีนายไชยา ยิ้มวิไล เป็นประธาน นายทวี สุรฤทธิกุล เป็นกรรมการและเลขานุการ นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต นายประสาท สืบค้า นายสุนทร มณีสวัสดิ์ เป็นกรรมการ
นายสมบัติกล่าวว่า คณะอนุกรรมการทั้ง3ชุดนี้อาจจะตั้งคณะทำงานชุดอื่นๆที่มีบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมงานเพิ่มขึ้นเพื่อให้มีความครอบคลุมในเนื้อหาประเด็นต่างๆมากขึ้น และคณะอนุกรรมการทั้ง3ชุดจะไปจัดทำแผนการงานและเสนอต่อคณะกรรมการในการประชุมวันที่30มิ.ย.เวลา09.00น.ที่สำนักปลัดสำนักนายกฯ เพื่อให้ความเห็นชอบแผนการทำงานของคณะอนุกรรมการต่อไป
นายสมบัติกล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญนั้นแบ่งเป็น2ส่วนย่อย คือ1. การศึกษาแก้ไขตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯเสนอไว้ใน6ประเด็น คณะอนุกรรมการจะไปสอบถามความเห็นประชาชนในเรื่องนี้ว่ามีความเห็นเช่นใดจากนั้นคณะกรรมการจะพิจารณาต่อโดยยึดหลักวิชาการและประโยชน์ของประเทศ และน่าจะดำเนินการได้ก่อน 2.ส่วนการวิเคราะห์ปรับโครงสร้างรัฐธรรรมนูญเพื่อการปฏิรูปการเมืองนั้น มันเป็นเรื่องในอนาคตที่ใหญ่มากและต้องใช้เวลาเพราะอาจเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างกระบวนการยุติธรรม สถาบันทางการเมืองและความเข้มแข็งของระบบการเมือง แม้เรื่องนี้ไม่ใช่โจทย์หลักของรัฐบาลแต่คณะกรรมการจะดำเนินการและเสนอใครก็ได้ในอนาคตที่เห็นว่าเรื่องนี้หากมีประโยชน์ก็ควรนำมาขับเคลื่อน เมื่อถามว่า คณะกรรมการระบุว่าการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเสร็จในเดือนต.ค.สอดรับกับสิ่งที่นายกฯระบุว่าจะยุบสภาในช่วงนั้น นายสมบัติกล่าวว่าไม่ทราบ เรื่องนั้นเป็นเรื่องของรัฐบาล คณะกรรมการไม่ได้กำหนดแบบนั้น สิ่งใดที่เสร็จแล้วก็จะเสนอให้รัฐบาล เมื่อถามว่าการแก้รัฐธรรมนูญนั้น นายกฯระบุหรือไม่ว่าจะนำไปสู่การยุบสภา นายสมบัติกล่าวว่า นายกฯไม่ได้พูด และเรื่องนี้อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
นายสมบัติกล่าวว่า การศึกษาแก้ไข6ประเด็นนั้นเป็นการต่อยอดความเห็นของนักการเมืองโดยตรง เพราะข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯเป็นข้อเสนอจากส.ส.และส.ว.จนโดนวิจารณ์ว่าการแก้ไขใน6ประเด็นนั้นเป็นการทำเพื่อนักการเมืองและคงไม่นำความเห็นของคณะกรรมการเป็นหลัก แต่จะต่อยอดในสิ่งที่นักการเมืองทำไว้ ฉะนั้นจะบอกว่าไม่รับฟังก็คงไม่ได้
เมื่อถามว่า คณะกรรมการชุดนี้นั้นสังคมบางส่วนคลางแคลงใจเพราะเลือกข้าง คืออยู่ฝ่ายสีเหลือง นายสมบัติกล่าวว่า ความคิดเรื่องสีนั้นก็มีการคุยกันในที่ประชุมว่าเวลาที่ตนทาบทามคนนั้น เราไม่ได้ดูสี เพราะเราดูจากความรู้ ประสบการณ์







