
คดีสลายม็อบพันธมิตรฯ เขย่าขวัญ‘พัชรวาท’
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในเวลานี้ส่วนใหญ่อาจพุ่งตรงมาที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ยังมีอีกสถานการณ์หนึ่งที่ห้ามพลาด คือ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เนื่องจากนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 หรือไม่ ในวันที่ 24 ก.พ.
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในเวลานี้ส่วนใหญ่อาจพุ่งตรงมาที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ยังมีอีกสถานการณ์หนึ่งที่ห้ามพลาด คือ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เนื่องจากนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 หรือไม่ ในวันที่ 24 ก.พ.
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. หลังจากอัยการสูงสุดตัดสินใจไม่ฟ้องคดีให้กับ ป.ป.ช. ทำให้ ป.ป.ช.ต้องยื่นฟ้องเอง โดยใช้เวลาดำเนินการจนถึงการส่งคดีขึ้นศาลฎีกาฯ นานกว่า 3 ปี
ความน่าสนใจของกรณีนี้มีอยู่2 ประเด็น ได้แก่ 1.ที่ประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกา 173 คน ได้ลงมติเลือกองค์คณะจำนวน 9 คน เพื่อทำหน้าที่พิพากษาคดี ซึ่ง 4 ใน 9 คน ปรากฏว่าเป็นถึงระดับรองประธานศาลฎีกา ประกอบด้วย น.ส.เพลินจิต ตั้งพูลสกุล นายวีระพล ตั้งสุวรรณ นายศิริชัย วัฒนโยธิน และนายชีพ จุลมนต์ เพราะมีไม่บ่อยนักที่ศาลฎีกาฯ จะใช้บุคคลระดับรองประธานพิจารณาคดีมากขนาดนี้
2.เหตุใด ป.ป.ช.ถึงได้ส่งคดีขึ้นศาลฎีกาฯ ในช่วงที่ คสช.บริหารประเทศ โดยต้องไม่ลืมว่าจำเลยในคดีมีชื่อ “พล.ต.อ.พัชรวาท” น้องชายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รวมอยู่ด้วย เนื่องจาก พล.ต.อ.พัชรวาท อาจต้องหยุดทำหน้าที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ชั่วคราว หากศาลฎีกาฯ มีคำสั่งประทับรับฟ้อง
การเมืองหลังจากวันที่ 24 ก.พ.ต้องจับตาแบบห้ามกะพริบ







