posttoday
ความเชื่อมั่นหด เศรษฐกิจเหี่ยว

ความเชื่อมั่นหด เศรษฐกิจเหี่ยว

09 กุมภาพันธ์ 2558

เศรษฐกิจไทยปีนี้เริ่มต้นได้ไม่ถึง 2 เดือน ก็อยู่ในภาวะทางสองแพร่ง จะขึ้นเขาหรือหล่นเขาได้ลุ้นระทึกกันตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียวรัฐบาลก็พยายามเรียกความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

เศรษฐกิจไทยปีนี้เริ่มต้นได้ไม่ถึง 2 เดือน ก็อยู่ในภาวะทางสองแพร่ง จะขึ้นเขาหรือหล่นเขาได้ลุ้นระทึกกันตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียวรัฐบาลก็พยายามเรียกความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวกำลังรุ่งโรจน์รอบใหม่ แต่เอกชนผู้ประกอบการ คนทำมาค้าขายกลับยังผวาไม่แน่ใจว่าเศรษฐกิจไทยจะดีอย่างที่รัฐบาลพยายามให้ความหวัง

กระทรวงการคลังปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้เหลือ 3.9% ต่อปี จากที่เดิมประมาณการไว้เมื่อปลายปีที่ผ่านมาจะขยายตัวได้ 4.1% ต่อปี แม้ว่าปรับลดลงไม่มาก แต่ก็มีบางสิ่งบางอย่างคาดการณ์ได้ว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้มีปัจจัยลบมากกว่าที่คิดไว้

นอกจากนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก ยังปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้เหลือขยายตัว 3.5% ต่อปี เพราะเห็นว่าเศรษฐกิจโลกจากการทำมาตรการคิวอีกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เกิดความผันผวนของตลาดเงินโลกตามมา ส่งผลกระทบกับประเทศเศรษฐกิจเล็กๆ อย่างไทยมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ไม่น้อยกว่า 4% ต่อปี โดยยกเอาการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชน จากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ แวต ในปลายปีที่ผ่านมาเก็บได้เดือนละ 3 หมื่นล้านบาท จนมาเป็น 4 หมื่นล้านบาท ในเดือน ม.ค. 2558 คิดเป็นมูลค่าธุรกรรมค้าขายสินค้าและบริการสูงถึง 5 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงจนมั่นใจว่าเศรษฐกิจดีขึ้น

สาเหตุที่แวตภายในประเทศเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมา ทั้งการจ่ายเงินชาวนาชาวสวนยางไร่ละ 1,000 บาท วงเงิน 4.8 หมื่นล้านบาท การอนุญาตเปิดโรงงานใหม่ 4,234 โรงงาน มีการเปิดจริงแล้ว 2,026 โรงงาน เป็นมูลค่า 2.38 แสนล้านบาท มีการจ้างงาน 9.99 หมื่นคน ทำให้คนมีกำลังซื้อมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ยังมีจุดอ่อน เรื่องของการลงทุนภาครัฐ เฉพาะการเบิกจ่ายงบลงทุนปีงบประมาณ 2558 วงเงิน 4.44 แสนล้านบาท ในเดือน ต.ค. 2557-ม.ค. 2558 เบิกจ่ายงบลงทุนได้ 12% ซึ่งล่าช้ามาก

จากสภาพที่เป็นอยู่ แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจมีปัจจัยบวกเพิ่มขึ้น แต่ปัจจัยลบก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน รัฐบาลมองว่าการบริโภคไทยฟื้นตัวชัดเจนจากการเก็บแวตได้เพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ประกาศอัตราเงินเฟ้อเดือน ม.ค. 2558 ขยายตัวติดลบ ทำให้หลายฝ่ายผวาว่าเศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืด จนรัฐบาลต้องออกมาตัดไฟแต่ต้นลมว่า เศรษฐกิจยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด เงินเฟ้อที่ติดลบเป็นเรื่องของราคาสินค้าที่ลดลงจากราคาน้ำมันที่ถูกลงอย่างมาก และมาตรการแก้ปัญหาสินค้าราคาแพง แต่ความต้องการบริโภคยังขยายตัว

นอกจากนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ม.ค. 2558 อยู่ที่ 80.4 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ในระดับ 81.1 เนื่องจากไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยในอนาคต ทั้งที่ราคาน้ำมันลดแต่ของยังแพง รายได้น้อยจากราคาพืชผลทางการเกษตรทั้งข้าวและยางพาราตกต่ำ

จากผลสำรวจความเชื่อมั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกได้ว่า การเก็บแวตการบริโภคในประเทศที่ทำให้รัฐบาลใจชื้นว่าเศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัว ก็อาจจะกำลังแผ่วรอบใหม่ในอนาคต ซึ่งจะทำให้รัฐบาลปฏิเสธไม่ได้ว่า เศรษฐกิจยังฟื้นตัวเป็นลูกคลื่น ซึ่งหมายความว่า เศรษฐกิจยังผันผวนเอาแน่เอานอนไม่ได้

ภาวการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเริ่มมีปัญหาแผ่วลง ทั้งความเชื่อมั่นการบริโภค ความเชื่อมั่นในการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงความเชื่อมั่นการส่งออก รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเข้ามาแก้ไขก่อนจะสายเกินแก้ ทำเศรษฐกิจตกเขาเหมือนปีที่ผ่านมา

ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น เป็นเรื่องที่รัฐบาลประมาทไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่หากเสียไปแล้วดึงกลับยาก ยิ่งมาผสมโรงกับปัญหาทางการเมือง การวางระเบิดย่านใจกลางเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ยิ่งเป็นตัวเร่งทำให้ความเชื่อมั่นขวัญกระเจิงเพิ่มขึ้น หากมีขึ้นอีกก็เป็นฝันร้ายเศรษฐกิจไทย เพราะความเชื่อมั่นลดน้อยมากเท่าไร เศรษฐกิจไทยก็ห่อเหี่ยวเข็นไม่ขึ้นไปไม่ถึงเป้าเมื่อนั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท