
บึ้ม-แถลงการณ์ปลอม ชี้ชะตา'สมยศ-ศรีวราห์'
กลายเป็นประเด็นที่ต้องจับต้องตาม เสียงระเบิดเกิดขึ้นหน้าห้างพารากอน กลางกรุงเทพมหานคร
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
กลายเป็นประเด็นที่ต้องจับต้องตาม เสียงระเบิดเกิดขึ้นหน้าห้างพารากอน กลางกรุงเทพมหานคร เมื่อหัวค่ำวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ห่างไป 1 สัปดาห์ เสียงและกลิ่นของควันระเบิดหน้าห้างพารากอนยังไม่ได้จางหายไปและนับวันคดีเหมือนจะไม่มีความคืบหน้า เมื่อคนร้ายที่ก่อเหตุอุกอาจสังคมยังไม่ได้เห็นแม้แต่เงา
กลายเป็นไฟร้อนที่ถูกสังคมจับตาไปยังตำรวจยุคปัจจุบัน แม้การระดมชุดสืบสวนมือดีของตำรวจในยุคของ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) บวกกับแรงของ “บิ๊กปู” พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ในฐานะหัวหน้าท้องที่เกิดเหตุ ส่งทีม 7 ชุดออกตามล่าคนร้ายกันอย่างจ้าละหวั่น แต่เหมือนยิ่งนานวันเข้า การติดตามหาตัวคนร้าย 2 คนยังคงไร้ทิศทาง
มองย้อนหลังไปยังการทำงานของตำรวจ หลายคดีใหญ่ในห้วงที่สีกากีอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลทหาร ความกระจ่างของคดีไม่ได้ปรากฏต่อสังคมมากนัก เริ่มจากคดีฆ่านักท่องเที่ยวต่างชาติ
ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี แม้จะจับตัวผู้ต้องหา ซึ่งเป็นชาวพม่าได้ 2 คน พร้อมระบุว่าหลักฐานทุกอย่างมีพร้อมจะดำเนินคดี แต่การออกมาเรียกร้องของผู้ต้องหาต่างชาติสองคนนั้นว่าตัวเองไม่ได้ก่อเหตุ ทุกวันนี้ก็เหมือนเรื่องจะเงียบหายไป และปล่อยให้สังคมต้องงงงวยกันต่อ
กระนั้นก็ตาม คดีระเบิดที่เกิดขึ้น แม้ว่า พล.ต.อ.สมยศ จะส่ง “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงไปกำกับดูแลคดีโดยเฉพาะการสืบสวน แม้ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะเป็นมือดีที่มากประสบการณ์ แต่การกำชับสั่งการลงไปยังหน่วยปฏิบัติก็ดูเหมือนจะเป็นปัญหาอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะมีดีก็ตาม แต่เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาไม่หันซ้ายหันขวาตามคำสั่ง คดีย่อมอาจไม่มีความคืบหน้า
บวกกับการสับเปลี่ยนโยกย้ายนายตำรวจล่าสุด ยิ่งในพื้นที่นครบาลของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ที่ดึงตำรวจนอกหน่วยมานั่งเมืองกรุง หวังให้การเดินหน้าปฏิบัติงานไร้รอยต่อหรืออุปสรรค แต่ความจริงแล้วการทำงานสอดรับกับชุดสืบสวนระดับปฏิบัติการอาจมีปัญหาอยู่ เพราะอย่าลืมว่าความถนัดงานระหว่างตำรวจภูธรกับตำรวจเมืองกรุง มันคนละรูปแบบกัน
อีกทั้งหลายนายตำรวจยังคงเป็นคนของ “ขั้วเดิม” ที่ฝักใฝ่กับนายเก่าอยู่ การเข้ามาใหม่และมาเกิดเหตุคดีใหญ่อย่างระเบิดกลางเมือง การสั่งงานย่อมเป็นปัญหา เพราะนายยังไม่ทันได้ใจลูกน้อง ดันเกิดเหตุก็ยากจะตามคดี
เห็นได้จากการไร้ทิศทางในการตามตัวคนร้าย ที่่วันนี้ยังเหมือนงมโข่งกันอยู่ แม้ข่าวล่าสุดจะมีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน แต่คำถามที่สังคมต้องการคำตอบ คือ คนร้ายตัวจริงหรือไม่ ก็ยังไร้คำตอบจากตำรวจ
ทั้งนี้ หากคนร้ายยังลอยนวล ย่อมไม่เป็นผลดีต่อ พล.ต.อ.สมยศ เพราะเมื่อตำรวจไร้ประสิทธิภาพ ย่อมส่งผลไปยังความเชื่อมั่นของรัฐบาล โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วย เพราะเป็นรัฐบาลทหารที่มีอำนาจตามอัยการศึกแต่กลับไม่สามารถจับคนร้ายได้
ที่สำคัญ ภาพที่ออกไปจะทำให้ดูเหมือนไร้น้ำยากันทั้งระบบ เพราะคนที่กล้าลองของกับรัฐบาลและตำรวจในยุคนี้ ย่อมไม่เกรงกลัวอำนาจที่มีอยู่ของพล.อ.ประยุทธ์ แต่อย่างใด และย่อมเป็นลูกโซ่แห่งความหายนะไปยังพล.ต.อ.สมยศ ที่ได้สมใจอยากมานั่งเก้าอี้นายใหญ่ตำรวจไทย แต่ผลงานกลับยังไม่เป็นที่ประจักษ์ และแน่นอนว่าเมื่อผลงานนายไม่เข้าตา ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องพลอยจะเดือดร้อนไปด้วย
ไม่ต่างจากเรื่องแถลงการณ์สำนักพระราชวังฉบับปลอม ที่หลอกคนทั้งประเทศด้วยถ้อยคำที่กระทบกระเทือนจิตใจคนไทย ตำรวจก็ลากตัวได้แต่คนที่เผยแพร่ในลำดับต้นๆ เท่านั้น ส่วนตัวการจับตัวการกลับไม่มีความคืบหน้า
ชั่วยามที่สังคมกำลังถามหาความกระจ่างจากการทำงานของตำรวจ ทั้งคดีระเบิดและคดีที่อยู่ในความสนใจ การทำคดีใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นสำหรับตำรวจในขณะนี้ หากยังไร้ความคืบหน้าใดๆ และที่ร้ายแรงที่สุด คือปล่อยเรื่องเงียบไปตามเวลา บริบททั้งมวลจะทำให้วงการสีกากีต้องมีมลทิน
ถ้ายังไม่เร่งเครื่องแล้วไซร้ ผลเสียจะไปกระเทือนถึงเก้าอี้บิ๊กตำรวจหลายนายแน่นอน และที่สำคัญจะสะเทือนไปถึงรั้วทำเนียบรัฐบาลอีกด้วย







