
สมัยสร้างอุโบสถ
“พุทธคุณ” เป็นคอลัมน์ใหม่ที่เกิดขึ้นตามคำเรียกร้องของท่านผู้อ่านและทีมงาน ที่อยากให้เขียนเรื่องของที่ระลึก
โดย...ภัทระ คำภิทักษ์
“พุทธคุณ” เป็นคอลัมน์ใหม่ที่เกิดขึ้นตามคำเรียกร้องของท่านผู้อ่านและทีมงาน ที่อยากให้เขียนเรื่องของที่ระลึกของครูบาอาจารย์ซึ่งเป็นที่นับถือของผู้คนทั้งปวงด้วย นอกเหนือจากเรื่องธรรมะ และชีวประวัติครูบาอาจารย์
ขอมาก็จัดให้...
อ่านเอาสนุกและความรู้นะครับ ครูบาอาจารย์ท่านสอนว่า ปลามีทั้งก้างทั้งเนื้อ คนฉลาดก็เลือกรับประทานเอา ให้ถือเสียว่า เป็นกิจกรรมเกี่ยวกับของสะสมซึ่งเป็น “เครื่องอยู่” ชนิดหนึ่ง ตามที่หลวงปู่ดู่ พฺรหฺมปญฺโญ วัดสะแก จ.พระนครศรีอยุธยา ท่านเคยพูดถึงที่คนสนใจพระเครื่องเอาไว้ว่า ติดดี ดีกว่าติดเสีย
ฉบับนี้ขอประเดิมด้วย ล็อกเกตหลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต จ.ขอนแก่น
ล็อกเกตที่เห็นนี้ เป็นที่นิยมของนักสะสม ด้านหน้าเป็นรูปท่านนั่งข้างบาตร ด้านบนมีชื่อ ฉายา ด้านล่างบอกวัด ด้านหลังปิดด้วยแผ่นโลหะ มีข้อความว่า สมัยสร้างอุโบสถ วัดศรีแก้งคร้อวนาราม 16 พฤษภาคม 2516
ปีใหม่ที่ผ่านมา ผมไปเยี่ยมเพื่อนที่ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ คุณหมอวิระ ตติยานุพันธ์วงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแก้งคร้อเลยพาไปเยี่ยมที่ทำงาน พอเอ่ยปากถามว่า วัดศรีแก้งคร้อไกลจากนี่ไหม เพื่อนก็บอกว่า อยู่ติดโรงพยาบาลนี่เอง ว่าแล้วก็พาไปถึงที่เลย เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อผมแสดงความสนเท่ห์ขึ้นมาว่า วัดนี้เคยออกเหรียญและล็อกเกตหลวงปู่ผาง ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมากเพราะน่าจะออกวัดอุดมคงคาคีรีเขตต์ แต่กลับมาเป็นที่นี่ คุณหมอก็ยิ้มเผล่เลย แล้วเพื่อนก็บอกว่า จะพาไปหาคนคนหนึ่ง
แล้วปริศนาที่ผมสงสัยอยู่ก็ได้รับการเฉลย เมื่อคุณหมอพามาหา คุณลุงย่งติ่ง แซ่ลี้
คุณลุงเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ผางและเป็นผู้ก่อตั้งวัดศรีแก้งคร้อวนาราม และเป็นผู้จัดสร้างล็อกเกตรุ่นนี้ขึ้นเอง
คุณลุงต้อนรับขับสู้อย่างดีและเล่าถึงความหลังเมื่อ 40 ปีที่แล้วอย่างมีความสุข
ท่านกล่าวถึงปฐมเหตุที่ทำให้รู้จักหลวงปู่ผาง ว่า ราวปี 2505-2506 มีญาติผู้หญิงคนหนึ่งเอาผ้าแดงมาผูกเสาขวัญบ้านแล้วเกิดอาการร้องโวยวายขึ้นมา จากนั้นมีอาการไม่ปกติเหมือนโดนผีเข้า บางครั้งก็รู้ตัว บางครั้งก็ไม่รู้ตัว หาใครมาแก้ไขอย่างไรก็ไม่ได้ผล จนกระทั่งไปถามร่างทรงเจ้าพ่อช่องสามหมอ
ช่องสามหมอที่คุณลุงกล่าวถึงนั้น คือ ชุมทางโบราณที่เป็นช่องเขาที่เชื่อมต่อระหว่าง จ.ชัยภูมิ กับ จ.ขอนแก่น คนยุคก่อนตั้งศาลขึ้นเพื่อแสดงความนับถือเจ้าที่เจ้าทางที่เรียกกันว่า เจ้าพ่อช่องสามหมอ เพราะจะได้มีกำลังใจว่า สิ่งนั้นจะคุ้มครองให้การเดินทางไปมาไม่มีอุปสรรคหรืออุบัติเหตุ
“ต่อมา เจ้าพ่อช่องสามหมอก็บอกว่าไม่ต้องไปหาใครมารักษาหรอก ไม่มีใครรักษาได้ เว้นแต่หลวงปู่ที่อยู่บนภูเขา พระรูปนั้นคือ หลวงปู่ผาง เป็นพระรูปเดียวที่จะรักษาได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะนิมนต์ท่านมาได้ง่ายๆ
เจ้าพ่อบอกไม่เป็นไร เจ้าพ่อจะไปนิมนต์ให้...”
คุณลุงเล่าว่า ถึงวันคุณลุงกับพรรคพวกร่วม 10 คน ก็ชักชวนกันเดินเท้ากันครึ่งวันข้ามภูเขาบริเวณช่องสามหมอซึ่งตอนนั้นเป็นทางเกวียน ไปหาหลวงปู่ผาง พอไปถึงก็เรียนให้ท่านทราบถึงเหตุที่เกิดขึ้น ท่านก็นัดแนะว่า วันนั้นๆ จะมา
“ท่านไม่ได้เรียกตัวเองว่าหลวงพ่อนะ ท่านเรียกตัวเองว่า “ญาพ่อ” เพราะท่านเป็นคนอุบลราชธานี...”
ถึงวันหลวงปู่ผางก็เดินเท้าข้ามเขามา ทางคุณลุงกับคณะก็จัดรถยนต์ไปรอรับอยู่ตีนเขาแต่ท่านก็บอกว่า ท่านไม่นั่งรถ ท่านเดินเท้าเปล่ามาจนถึง แล้วจึงไปพักที่ชายป่านอกอำเภอ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งโรงสีแห่งหนึ่ง
“ท่านบอกว่า พรุ่งนี้ ญาพ่อจะบิณฑบาตมาแล้วให้รับบาตรเข้าบ้าน รุ่งขึ้นท่านก็มา พอรับบาตรท่านเข้าบ้าน ท่านทำน้ำมนต์ให้ขันหนึ่ง คนที่ป่วยหายปั๊บเลย ตอนนั้นเจ้าพ่อช่องสามหมอมีข้อแม้ว่า ถ้ารักษาหายแล้วต้องให้ผู้หญิงที่เป็นคนป่วยรายนี้ไปรำถวาย แต่หลวงปู่บอกไม่ได้ เพราะถ้าไปรำก็ต้องมีเครื่องเซ่นเครื่องไหว้ ต้องฆ่าเป็ดฆ่าไก่ มันจะมีกรรมผูกพันไปตลอดชีวิต พอเป็นอย่างนี้ ทางนั้นก็มาเข้าทรงด่า ไอ้ผางอย่างโน้นอย่างนี้ เวลานั้นหลวงปู่ท่านยังไม่กลับ ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไร ญาพ่อจะเว้าเอง...”
“ที่น่าแปลกคือ ระหว่างที่คนป่วยเจ็บอยู่จะมีเม็ดมะค่าลอยเข้ามาในบ้านตกใส่คนป่วย ตอนนั้นผู้กำกับตำรวจแก้งคร้อชื่อ พงษ์ศักดิ์ บอกไม่เชื่อว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ เลยให้เอาตำรวจมาเฝ้าดูคนป่วย มาเฝ้าทั้งข้างหน้า ข้างหลังบ้าน แล้วปิดประตูหน้าบ้าน ปิดประตูห้อง ท่านว่า ผมอยากดูว่ามันจะมายังไง พอท่านพูดจบไม่ถึง 10 นาที เม็ดมะค่ามาเลย ไม่รู้หล่นมาไง แต่หล่นมาใส่คนไข้ได้”
“หลังจากนั้นประมาณ 10 วัน ผมกับคนป่วยก็ไปหาท่านอีก พอถึงยอดเขาที่นั่นเขาเรียกทำเกีย มีรอยเท้าสองรอยที่เหยียบอยู่บนหิน ว่ากันว่าเป็นรอยที่หลวงปู่ผางเหยียบไว้บนหินทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ พอถึงที่คนป่วยคนนี้วิ่งปี๊ดเลย หนุ่มๆ ทั้งหลายวิ่งตามไม่ทันตกใจกันหมด เขาวิ่งไปนอนอยู่ปากเหวแต่ก็ไม่มีอะไร ไปถึงก็เห็นนอนหลับอยู่ พอคนป่วยได้กินข้าวก้นบาตรของท่านก็หายขาด ปัจจุบันผู้หญิงคนนั้นยังมีชีวิตอยู่นะ เขาอยู่ที่บ้านหนองบัวบาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ...”
นั่นเป็นปฐมเหตุที่หนึ่งซึ่งทำให้คุณลุงนับถือหลวงปู่ผางอย่างสุดจิตสุดใจ
อีกเหตุหนึ่งคือ ระหว่างรักษาผู้หญิงคนดังกล่าวให้หายจากอาการประหลาดนั้น หลวงปู่ผางได้บอกให้คุณลุงไปเก็บหินก้อนเล็กๆ มา 7 ก้อน เพื่อทำน้ำมนต์
“ผมก็วิ่งไปเอาหินมา 7 ก้อน เอามาให้ท่านเสก เสร็จแล้วท่านสั่งว่าให้เอาใส่โอ่งน้ำเอาไว้ ท่านว่า ตราบใดที่หินไม่ละลาย น้ำมนต์ของญาพ่อก็ยังจะศักดิ์สิทธิ์อยู่ ระหว่างที่รักษาไม่หายขาดนั้น ปรากฏว่า หินนี้วิ่งๆ ขึ้นๆ ลงๆ บางทีก็มาอยู่บนฝาโอ่ง บางทีก็ลงไปอยู่ข้างในโอ่ง คือ หินมันก็ขึ้นๆ ลงเองได้...”
เรื่องราวแบบนี้ไม่ได้มีแต่ท่านกับพรรคพวกเท่านั้นที่เห็นกับตา คุณลุงว่า สมัยนั้นชาวบ้านมาดูเหตุการณ์นี้กันเต็มไปหมด
ศรัทธานั้นทำให้คุณลุงได้ไปบวชกับหลวงปู่หนึ่งพรรษา นำมาสู่เรื่องราวการสร้างวัดศรีแก้งคร้อและล็อกเกตดังกล่าวในเวลาต่อมา
(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)







