
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า พระอรุณนิภาคุณากร
ในจำนวนเจ้านายพระราชวงศ์ที่อุปสมบทจนกระทั่งเจริญรุ่งเรืองในสมณศักดิ์ เป็นถึงสมเด็จพระราชาคณะที่สมเด็จพระพุฒาจารย์
โดย...สมาน สุดโต
ในจำนวนเจ้านายพระราชวงศ์ที่อุปสมบทจนกระทั่งเจริญรุ่งเรืองในสมณศักดิ์ เป็นถึงสมเด็จพระราชาคณะที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ มีอีก 1 รูป คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร เจ้าอาวาสรูปแรกของวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นอกเหนือจาก หม่อมเจ้าพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ (หม่อมเจ้าทัด) อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร มีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้ากระจ่าง ลดาวัลย์ เป็นพระโอรสพระองค์ใหญ่ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้น 3 กรมหมื่นภูมินทรภักดี และหม่อมหรั่ง ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ แรม 12 ค่ำ เดือน 3 ปีขาล จุลศักราช 1204 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 26 ก.พ. 2385 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.3) ณ วังถนนราชินี และถนนมหาราช (ตรงที่เป็นมิวเซียมสยาม อดีตคือกระทรวงพาณิชย์)
เมื่อพระชันษา 16 ปี พ.ศ. 2400 บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ขณะดำรงพระยศเป็นกรมหมื่นบวรรังษีสุริยพันธ์ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์ สมเด็จพระวันรัต (ทับ) ขณะเป็นพระอริยมุนี วัดโสมนัสวิหาร เป็นบรรพชาจารย์
เมื่อทรงบรรพชาแล้วประทับอยู่วัดโสมนัสวิหาร อยู่จนพระชันษาครบอุปสมบท จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ลาผนวชเพื่อทำพิธีสมโภชตามประเพณี 3 วันแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทรงผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อ พ.ศ. 2406 โดยมีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เมื่อยังทรงดำรงพระยศเป็นกรมหมื่นฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ สมเด็จพระวันรัต (ทับ) ขณะนั้นเป็นที่พระพรหมมุนี วัดโสมนัสวิหาร เป็นพระกรรมวาจาจารย์
เมื่อทรงผนวชแล้วทรงมีฉายาว่า “อรุโณ” และได้ทำทัฬหีกรรม (ญัตติซ้ำ) ตามวิธีนิยมที่วัดโสมนัสวิหารอีกครั้งหนึ่ง มีสมเด็จพระวันรัต (ทับ) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระจันทโคจรคุณ (ยิ้ม) วัดมกุฏกษัตริยาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ประทับอยู่วัดโสมนัสวิหารจนถึง พ.ศ. 2413
(แปลว่ามีพระอุปัชฌาย์ 2 รูป 1.เมื่อทรงอุปสมบทที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม 2.เมื่อทรงทำทัฬหีกรรม หรือญัตติซ้ำ ที่วัดโสมนัสฯ)
เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงศึกษาอักขรสมัยภาษาไทยและภาษาบาลีที่วัง เมื่อทรงผนวชแล้วทรงศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เขียว) วัดราชาธิวาสบ้าง พระธรรมราชานุวัตร (ต่าย) วัดเสนาสนาราม (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) บ้าง ได้เข้าสอบพระปริยัติธรรมที่พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ เมื่อ พ.ศ. 2407 ได้เปรียญ 5 ประโยค ความสามารถพิเศษ ทรงเป็นจินตกวีและทรงชำนาญในการแต่งโคลง ฉันท์ เป็นต้น
ต่อมาเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2413 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นหม่อมเจ้าพระราชาคณะ มีราชทินนามว่า “หม่อมเจ้าพระอรุณนิภาคุณากร” และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาราธนามาครองวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งทรงสร้างขึ้นใหม่ มีกระบวนแห่เชิญเสด็จไปพร้อมด้วยพระสงฆ์ 10 รูป เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2413 ต่อมาทรงได้รับสถาปนาเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2430 และดำรงสมณศักดิ์เสมอพระพรหมมุนีทรงตั้งฐานานุกรมได้ 6 รูป วันที่ 29 พ.ย. 2436 ทรงได้รับสถาปนาเป็นเจ้าคณะรองคณะธรรมยุติกนิกาย ทรงตั้งฐานานุกรมได้ 8 รูป
วันที่ 27 ก.พ. 2443 ทรงได้รับสถาปนาเป็นเจ้าคณะใหญ่คณะกลางที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ทรงตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป
ในด้านศาสนกิจนั้น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร ทรงเป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม องค์ที่ 1 ตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มสถาปนาเป็นต้นมา จนถึงปีที่ 32 สิ้นพระชนม์เมื่อวันเสาร์ แรม 3 ค่ำ เดือนอ้าย ปีฉลู จุลศักราช 1263 ตรงกับวันที่ 28 ธ.ค. 2444 ด้วยพระโรคอุจจาระธาตุพิการ รวมพระชนมายุได้ 60 พรรษา และดำรงสมณเพศได้ 39 พรรษา
ส่วนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนา ภายนอกงามสง่าแบบไทย แต่ภายในงามรุ่งเรืองดังพระราชวังแวร์ซายส์ ในฝรั่งเศส ซึ่งพระเทพโมลี (ฟื้น ปสาทิโก) บรรยายว่าเหมือนดังพระวิษณุกรรมเทพนฤมิตร พระอุโบสถงดงามดังราชมณเฑียรของพระเจ้าจักรพรรดิ เป็นวัดประจำรัชกาลของพระเจ้าแผ่นดิน 2 พระองค์ คือ รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7
พระเถระที่เป็นเจ้าอาวาส ปัจจุบันเป็นรูปที่ 6 คือ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) ที่ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส หลังจาก สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร ป.ธ.6) เจ้าอาวาส ลำดับที่ 5 มรณภาพลงอย่างสงบ เมื่อวันเสาร์ที่ 19 ก.ค. 2551
สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) มีนามเดิมว่า อัมพร ประสัตถพงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2470 ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 12 ค่ำ เดือน 7 ปีเถาะ ณ หมู่บ้าน ต.บางป่า อ.เมือง จ.ราชบุรี โยมบิดา-มารดาชื่อ นายนับ และนางตาล ประสัตถพงศ์ ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย ปัจจุบันสิริอายุได้ 86 ปี เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)
และนายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร)







