posttoday
‘WO-MANIS กิจการเพื่อสังคมเพื่อสตรี 3 จังหวัดภาคใต้’

‘WO-MANIS กิจการเพื่อสังคมเพื่อสตรี 3 จังหวัดภาคใต้’

08 กุมภาพันธ์ 2558

ปัจจุบันการทำกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) หรือเรียกกันว่า “SE” มีมากในสังคมไทย

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง

ปัจจุบันการทำกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) หรือเรียกกันว่า “SE” มีมากในสังคมไทย บ้างยังอยู่ได้ บ้างล้มหายตายจากไป ความยากของ SE คือต้องตั้งขึ้นมาด้วยการแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมผ่านกลไกการค้าและบริการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ได้หวังกำไรสูงสุด แต่เน้นการมีความยั่งยืนทางการเงิน ไม่เป็นภัยต่อสังคม/สิ่งแวดล้อม โดยนำผลกำไรที่ได้มาคืนกลับสู่สังคม และต้องมีการดำเนินงานที่โปร่งใส

ตัวอย่าง SE ที่ถือว่าสามารถอยู่ได้และมีความพยายามทำให้กลุ่มอยู่อย่างยั่งยืน คือ “WO-MANIS” ที่ดำเนินการเพื่อสตรีม่ายใน 3 จังหวัดภาคใต้ให้มีอาชีพเสริมจากการตัดเย็บ/ปักผ้าฮิญาบและผ้าพันคอ และมาจัดจำหน่ายทางออนไลน์ หลังจากสูญเสียสามีไปจากเหตุการณ์ไม่สงบ

“อัสมา นาคเสวี” หนึ่งในผู้ก่อตั้งและบริหารจัดการ “WO-MANIS” เล่าว่า แรงบันดาลใจที่ตั้งกลุ่มนี้ขึ้นมา เกิดขึ้นตอนเธออายุ 20 ปี เป็นนักศึกษาปี 2 คณะเทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาลัยชินวัตร (ทุนการศึกษา) เมื่อปี 2554 ปรึกษาพี่สาวและชวนทำ เพราะเห็นปัญหาและผลกระทบตั้งแต่เด็กใน จ.ปัตตานี ว่าสตรีม่ายมีชีวิตลำบากมากขึ้นหลังสูญเสียผู้นำครอบครัวไป แม้พวกเขาจะได้รับเงินจากรัฐ 4,500 บาท/เดือน แต่ค่าใช้จ่ายต่อเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 6,000-7,000 บาท แน่นอนรายรับไม่พอกับรายจ่าย ประกอบกับการที่ “อัสมา” มาเรียนที่ภาคกลางและเห็นว่ามีหลายคนต้องการช่วยเหลือคน 3 จังหวัดภาคใต้มากมาย แต่ไม่มีช่องทางหรือการสื่อสารระหว่างคน 2 กลุ่ม

‘WO-MANIS กิจการเพื่อสังคมเพื่อสตรี 3 จังหวัดภาคใต้’

 

เริ่มต้นมองจากสิ่งรอบตัวและเห็นว่าสตรีในชุมชนเย็บปักงานผ้าพันคอและผ้าฮิญาบได้ จึงรวมตัวจากสมาชิกเริ่มต้น 5 คน ผลิตและขายผ่านทางเฟซบุ๊กชื่อ “A.N.Hijab Shop“ ซึ่งได้รับการตอบรับดี ระหว่างนั้นเธอไปอบรมที่ต่างๆ และรู้จักคำว่า “SE” พร้อมคิดว่าจะทำลายผ้าแบบทั่วไปไม่ได้แล้ว จึงเริ่มหาดีไซเนอร์อาสาทั้งจากโลกโซเชียล มีเดีย และพื้นที่ในปัตตานี จนได้นักวาดเรือกอและมาช่วยเปลี่ยนลายบนผ้าฮิญาบ ทำให้มีเอกลัษณ์และมีเรื่องราวชาวใต้มากขึ้น ต่างจากที่อื่น เป็นลายดอกไม้ ทั้งนี้ ผ้างานทุกชิ้นเมื่อปักเสร็จสมาชิกจะได้ค่าปักเลยในช่วงราคา 200-1,500 บาท/ผืน ตามความละเอียดของงานและอยู่ที่ใครจะบริหารเวลา

ปัจจุบันมีสมาชิก 20 คน จาก 3 ชุมชนใน 2 จังหวัดคือ อ.มายอ อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี และ อ.ยะฮา จ.ยะลา มีผลิตภัณฑ์ 2 แบบ ผ้าเช็ดหน้า และผ้าคลุมไหล่ซึ่งปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนชนิดผ้าเพื่อสามารถทำทั้งผ้าคลุมไหล่และผ้าฮิญาบได้เหมือนกันเพราะราคาขายดีกว่า มีดีไซเนอร์อาสาทั้งหมด 10 คน มีทั้งนักศึกษาที่เรียนด้านการออกแบบและดีไซเนอร์มืออาชีพ

‘WO-MANIS กิจการเพื่อสังคมเพื่อสตรี 3 จังหวัดภาคใต้’

 

“ปัจจุบันกลุ่มสามารถบริหารจัดการได้ เพราะมีเงินสนับสนุนหลังจากกลุ่มส่งแผนงาน SE ไปทั้งจากมูลนิธิอโซก้า (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนผู้ประกอบการสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืน และการชนะเลิศโครงการ BANPU Champions for Change 3 ทว่า กลุ่มก็ต้องพัฒนาอีก เพราะสมาชิก 20 คน ผลิตชิ้นงานได้ 10-15 ชิ้น/คน/เดือน แต่ยอดขายกลับเฉลี่ยอยู่ที่ 5-10 ชิ้น/เดือน ซึ่งจากพฤติกรรมลูกค้าทำให้พบว่าส่วนหนึ่งเขาซื้อเพราะความสงสาร จึงไม่เกิดการซื้อซ้ำ และความเชื่อไม่นิยมซื้อผ้าเช็ดหน้าให้กัน จึงมาพัฒนาเน้นไปที่ผ้าพันคอและฮิญาบ”อัสมาเล่า

อีกทั้งจะเพิ่มเป้าหมายผลิตเพื่อเป็นของที่ระลึกหรือของขวัญมากขึ้นจากเดิมผลิตเพื่อผู้หญิง ได้แนวคิดจากลูกค้าหลายรายเป็นผู้ชายแต่ซื้อไปให้คนรัก จึงเพิ่มความมีเอกลักษณ์และเรื่องราวความเป็นภาคใต้มากขึ้น เช่น ลายเรือกอและลายตูปะ (ขนมต้ม) ที่เป็นสัญลักษณ์ความรักใคร่ กลมเกลียวกัน นิยมทำช่วงเทศกาลฮารีรายอและเทศกาลสำคัญ ลายนกกรงหัวจุกที่นิยมเลี้ยงกันในปัตตานี พร้อมกับเพิ่มการประชาสัมพันธ์ การจำหน่าย และกลยุทธ์การตลาดมากขึ้น จากปัจจุบันมีเว็บไซต์ www.WO-MANIS.com เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม และถ้าทางกลุ่มมีกำไรที่มากขึ้นก็จะนำกำไรในส่วนนี้ไปมอบให้แก่เด็กกำพร้าต่างๆ ใน 3 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งระหว่างนี้กำลังพิจารณาอยู่

ทั้งนี้ 1-2 ปีนี้พยายามขยายกลุ่มผู้ผลิตให้ครบ 3 จังหวัดภาคใต้ เพราะในอนาคตต้องการให้สินค้า WO-MANIS เป็นที่รู้จักมากขึ้น

‘WO-MANIS กิจการเพื่อสังคมเพื่อสตรี 3 จังหวัดภาคใต้’

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท