
เงื่อนไขสำคัญ
เกือบลืมกันไปแล้วว่า ในปัจจุบันเมืองไทยยังคงประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่
เกือบลืมกันไปแล้วว่า ในปัจจุบันเมืองไทยยังคงประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่
สำหรับชาวบ้านปกติการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แทบจะไม่มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่
ใครอยากทำอะไร จะใช้ชีวิตอย่างไร ก็เหมือนเดิมคงไม่ผิดนัก นอกเสียจากจะเห็นการตั้งด่านของตำรวจกับทหาร ในบางจุดเท่านั้น
แต่ทว่า การที่ยังต้องคงกฎหมายนี้ ก็เนื่องจากมีกระแสข่าวอีก 2 เดือนข้างหน้า เสื้อแดง เตรียมเคลื่อนไหวมาชุมนุมอีกครั้ง รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเข้าไปจัดการตัดไฟเสียต้นมือ
ขณะเดียวกันยังมีการรายงานด้วยว่า อาจเกิดการก่อวินาศกรรมโรงเก็บน้ำมันและโรงไฟฟ้า รวมทั้งการสร้างสถานการณ์ควรจะยังให้มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อไป จึงจำเป็นต้องใช้กำลังตำรวจ กำลังทหาร ในการออกลาดตระเวนให้เข้มงวดมากขึ้น
นอกจากนั้น หน่วยงานสืบสวนสอบสวนด้านความมั่นคงก็จำเป็นต้องอาศัยกฎหมายพิเศษดังกล่าวอีกเช่นกัน
แต่ธุรกิจที่เข่าอ่อน และได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็คือ ท่องเที่ยว
เพราะตราบใดที่ยังมีข่าวเมืองไทยการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือยังมีข่าวความไม่สงบปรากฏอยู่ ตราบนั้นนักท่องเที่ยวยังคงรีรอในการเดินทางเข้ามาเมืองไทย
ปีนี้คงกลายเป็นปีที่เลวร้ายสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างเลี่ยงไม่ได้
แต่ก็เชื่อได้ ในเวลาไม่นานนัก รัฐบาลจำเป็นต้องยกเลิก พ.ร.ก.ฉุนเฉิน
สาเหตุเนื่องจากการคงกฎหมายดังกล่าวไว้นานๆ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อภาพพจน์ประเทศ และสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในการดูแลความสงบเรียบร้อยของรัฐบาล
แต่เมื่อยกเลิกไปแล้วก็ต้องไปนั่งลุ้น เมืองไทยจะสงบลงไปได้จริงหรือ
หากบ้านเมืองสงบ ก็คงต้องถอนหายใจด้วยความโล่งในหัวอก
แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น ก็คงต้องว่ากันอีกเรื่อง
เพราะหลายๆ ฝ่ายยังเชื่อ ทุกอย่างยังคงไม่เข้ารูปเข้ารอย และอาจจะมีรายการสร้างความปั่นป่วนได้ง่ายๆ
แน่นอน-อนาคตข้างหน้ายังไม่มีใครหยั่งรู้ แต่ที่รู้แน่ๆ ก็คือความไม่มั่นคง การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ
และสำคัญ เมื่อรัฐบาลประกาศนโยบายปรองดองแห่งชาติไปแล้ว ห้วงเวลาสำคัญที่จะเป็นตัวพิสูจน์ว่านโยบายนี้จะสำเร็จหรือล้มเหลวก็คือ หลังการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นี่เอง
บ้านเมือง จะเป็นอย่างไรต่อไป อีกไม่นานได้เห็นกัน!!!







