posttoday
ต่างเจน ต่างใจ

ต่างเจน ต่างใจ

08 กุมภาพันธ์ 2558

นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล

นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล แจกแจงการเปลี่ยนแปลงของพลโลกในปัจจุบัน ทำให้มีการให้คำจำกัดความคนแต่ละรุ่นที่บ่งบอกบุคลิกภาพและนิสัยใจคอได้อย่างชัดเจนว่า

ยุคเบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomer)

กลุ่มเบบี้บูม หรือที่เรียกกันว่า เจนบี ซึ่งหมายถึงคนรุ่นหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง ประชากรหลังสงครามของแต่ละประเทศก้มหน้าเร่งฟื้นฟูประเทศให้กลับมาเข้มแข็ง แต่ขาดกำลังคน คนในยุคนี้จึงมีค่านิยมที่จะต้องมีลูกหลายๆ คน เพื่อสร้างแรงงานขึ้นมาพัฒนาประเทศชาติ คนในยุคนี้อยู่กันอย่างลำบาก จึงอดทนกับความลำบากได้ดี มีชีวิตเพื่อการทำงาน เคารพกฎเกณฑ์ กติกา มีความอดทนสูง ทุ่มเทให้กับการทำงานและองค์กรมาก เคร่งครัดในขนบธรรมเนียมประเพณี

เจเนอเรชั่น เอ็กซ์ (Generation X)

หลังจากยุคเบบี้บูมเมอร์ ปัญหาที่ตามมาก็คือ จำนวนประชากรเพิ่มขึ้น แต่ทรัพยากรที่มีอยู่ในโลกมีจำกัด เกิดเป็นยุค “เจเนอเรชั่น เอ็กซ์” (Generation X) หรือเรียกสั้นๆ ว่า “เจนเอ็กซ์” คนยุคนี้จะเกิดอยู่ในช่วงปี 2508-2522 เกิดมาพร้อมในยุคที่โลกมั่งคั่งแล้ว ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย เติบโตมากับการพัฒนาเทคโนโลยีหลายด้าน ปัจจุบันเป็นคนวัยทำงาน มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไปแล้ว เป็นรุ่นที่ชอบอะไรง่ายๆ ไม่ต้องเป็นทางการ ให้ความสำคัญกับเรื่องความสมดุลระหว่างงานกับครอบครัว ทำงานแบบรู้ทุกอย่างทำทุกสิ่งได้เพียงลำพัง ไม่พึ่งพาใคร เป็นตัวของตัวเองสูง อยากเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงทางสังคม

เจเนอเรชั่น วาย (Generation Y)

เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่อยู่รอบตัวเราก็เปลี่ยนไปอีก มาสู่ยุคที่เทคโนโลยียิ่งอำนวยความสะดวกสบายยิ่งขึ้นไปอีก จนพลเมืองของโลกมีคุณลักษณะเปลี่ยนไปอีกครั้ง สู่ยุคของ เจเนอเรชั่น วาย (Generation Y) ที่พร้อมจะก่อหนี้ผูกพันง่ายขึ้น รักความสบายมากขึ้น ไม่ได้ต้องการเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงเหมือนคนยุคก่อน

เจเนอเรชั่น ซี (Generation Z)

จนกระทั่งถึงยุคของเจเนอเรชั่น ซี (Generation Z) หรือเจนซี ซึ่งเป็นคำนิยามล่าสุดของคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน หมายถึงคนที่เกิดหลัง พ.ศ. 2540 ขึ้นไป เทียบ อายุแล้วก็คือวัยของเด็กๆ นั่นเอง เด็กๆ กลุ่มเจนซีนี้จะเติบโตมาโดยได้เห็นว่าทุกสิ่งเป็นเทคโนโลยีที่สั่งงานง่าย เด็กรุ่นนี้ได้รับการเลี้ยงดูจากคนอื่นมากกว่าพ่อแม่ของตัวเอง

เด็กรุ่นนี้มีสิ่งที่คนรุ่นก่อนหน้านี้ไม่มี นั่นคือสังคมกลางอากาศ ซึ่งเป็นโลกไร้พรมแดน ค้นหาสิ่งต่างๆ ผ่านโลกออนไลน์ได้จนทำให้มีความเป็นปัจเจกหรือความเป็นตัวของตัวเองมาก จนพวกเขาไม่จำเป็นต้องสื่อสารกับคนอื่นแบบพบมีตัวตนสัมผัสได้ แต่สื่อสารผ่านออนไลน์ที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาสถานที่ จนเกิดคำใหม่ ที่เรียกว่า นาโนเซกเกิลคัลเจอร์ หรือวัฒนธรรมที่เกิดผ่านกระแสที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแค่ชั่วพริบตา

เจนเนอเรชั่น อัลฟา (Generation Alfa)

นพ.สุริยเดว ระบุว่า ปัจจุบันนักวิชาการด้านเด็กทั่วโลก นิยามไปถึงประชากรในอนาคต นั่นคือ เด็กที่เรียกว่า “เจนอัลฟา” เด็กกลุ่มนี้คือกลุ่มที่กำลังเรียนชั้นอนุบาลอยู่กับเทคโนโลยีมากกว่าบ้าน วัด โรงเรียน ไม่เหมือนเด็กสมัยก่อน จึงมีปัญหาเรื่องปฏิสัมพันธ์ทั้งพ่อแม่และชุมชน มีปัญหาทักษะการสื่อสาร ที่ทำให้เป็นเด็กไม่มีน้ำใจ ไม่รู้จักความเอื้ออาทร และถูกโลกโซเชียลมีเดียสร้างปัญหาให้กับชีวิตได้

เด็กรุ่นนี้หากไม่ได้รับการพัฒนาอะไรเลย เขาจะอยู่ตัวคนเดียวมากขึ้นและอยู่ได้เสียด้วย ความผูกพันกับองค์กรและถิ่นฐานเดิมไม่มี ฉะนั้นเขาไม่จำเป็นต้องอยู่ประเทศไทยก็ได้ รากเหง้าวัฒนธรรมตัวเองอาจไม่รู้จักด้วยซ้ำไป ทักษะการสื่อสารก็ไม่มี กลายเป็นโลกแห่งดิจิทัลเทคโนโลยีหมด อาการน่าเป็นห่วงอย่างรุนแรง เพราะพวกเขาจะโตมาโดยใช้อารมณ์เพียงอย่างเดียวในการดำรงชีวิต นี่เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ของทุกประเทศกำลังจะเผชิญในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท