posttoday
วิษณุแจงแก้กฎหมายไซเบอร์ไม่กระทบศก.ดิจิทัล

วิษณุแจงแก้กฎหมายไซเบอร์ไม่กระทบศก.ดิจิทัล

06 กุมภาพันธ์ 2558

"วิษณุ"ถกตัวแทนองค์กรวิชาชีพสื่อ ระบุ พร้อมเสนอข้อกังวลปมกม.ดิจิทัให้นายกฯพิจารณา ย้ำหากมีการแก้ไม่กระทบศก.ดิจิทัล

"วิษณุ"ถกตัวแทนองค์กรวิชาชีพสื่อ ระบุ พร้อมเสนอข้อกังวลปมกม.ดิจิทัให้นายกฯพิจารณา ย้ำหากมีการแก้ไม่กระทบศก.ดิจิทัล

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือกับตัวแทนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน   สมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต สมาคมผู้ผลิตสื่อออนไลน์ กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และฮาร์แวร์กว่า 30 คน ที่ยังมีข้อกังวลต่อร่างกฎหมาย 10 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลที่อยู่ในขั้นตอนของกฤษฎีกาว่า  ในการหารือตัวแทนองค์กรสื่อและผู้ให้บริการดิจิทัลแสดงความกังวลต่อชุดกฎหมายใน 3 ประเด็นหลัก คือ  1.เห็นว่าข้อความในกฎหมายมีความคลุมเครือของถ้อยคำ ซึ่งเมื่อพิจารณาดูแล้วก็คลุมเครือตามที่มีการตั้งข้อสังเกตจริง 2. กฎหมายจะไปล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลบางอย่างโดยไม่สมควรและปราศจากการควบคุมการใช้อำนาจรัฐเช่นมาตรา 35 ของ พ.ร.บ.ไซเบอร์ และประเด็นใหญ่ที่สุดคือ 3. กฎหมายใหม่จะสร้างภาระให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งแต่เดิมไม่มีภาระ และหากไม่ทำตามก็จะกลายเป็นผู้กระทำผิด

อย่างไรก็ตาม จากกฎหมายทั้ง 10 ฉบับ ข้อกังวลส่วนใหญ่จะอยู่ที่ พ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์ ซึ่งจะเป็นกฎหมายที่ลำดับความสำคัญต้องเร่งรีบออกจะอยู่ระยะสุดท้ายเพราะมันไม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยตรงแต่ไปเกี่ยวกับความมั่นคง แต่ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล ดังนั้นต้องเร่งผลักดันส่วนที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจออกไปก่อน ส่วนที่เห็นต่างกันอยู่ก็ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง และเชื่อว่าส่วนที่จะแก้ไขนี้จะไม่กระทบต่อการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล

ทั้งนี้ จะรวบรวมข้อกังวลทั้งหมดนี้เพื่อเสนอต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก่อนจะเสนอไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไป แต่ทั้งนี้ แม้จะยังไม่ได้เสนอข้อกังวลที่มีการสะท้อนมา แต่คณะกรรมการกฤษฎีกาก็ได้มีการดำเนินการไขกฎหมายไปหลายมาตรแล้วและตรงกับข้อที่เอกชนมีความกังวลเพราะคณะกรรมการเองกก็ติดตามข่าวสารในสื่อมวลชน และในขั้นตอนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะประสานไปให้เพิ่มสัดส่วนคณะกรรมาธิการมากกว่า 15 คน เพื่อให้องค์กรวิชาชีพสื่อและผู้ประกอบการเสนอผู้เป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของรัฐบาล

“ถ้าถามว่าจะใช้เวลานานไหมที่จะแก้ไขกฎหมาย ถ้าเราวัดจากจำนวนมาตรา พ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์มันไม่มากมาตรหรอกแต่บังเอิญแต่ละมาตรามันมีข้อโต้แย้งกันอยู่ ฝ่ายเอกชนเขาท้วง แต่ถ้าพูดกันด้วยเหตุผลหลายมาตราก็คงแก้ แต่วันนี้เท่าที่ฟังมา ไม่ทันที่ภาคเอกชนจะไปชี้แจง คณะกรรมการกฤษฎีกาเขาก็ได้แก้ล่วงหน้าไปหลายมาตรา และตรงกันหลายมาตราเพราะกรรมการเขาก็อ่านหนังสือพิมพ์ ผมเลยบอกฝ่ายที่เข้าหารือวันนี้ว่าให้กฤษฎีกาแก้ไปและพอเจอร่างสุดท้ายคุณไปดูเสียอีกทีไปดูใหม่”นายวิษณุ กล่าว  

นายจักร์กฤษณ์​ เพิ่มพูล ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ  กล่าวว่า กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ เป็นกฎหมายสำคัญที่สุดของชุดนี้ เพราะได้ตัดข้อยกเว้นการคุ้มครองการรายข้อมูลส่วนบุคคลของสื่อมวลชนได้รับการยกเว้นและคุ้มครอง แต่กฎหมายนี้ได้ตัดข้อความออกไป ทำให้การรายข่าวของสื่อและข่าวเชิงสืบสวนปการทำข่าวเชิงสืบสวนไม่สามารถทำได้อีกต่อไป และกฎหมายความมั่นคงปอลดภัยไซเบอร์ เป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานของรัฐเข้าถึงสิทธิส่วนบุคคล ให้อำนาจในฐานะพนักงานสอบสวนตาม ป.วิ.อาญา โดยไม่จำเป็นต้องขอหมายศาล โดยไม่มีเกณฑ์วัดว่าใช้ดุลพินิจอย่างไร แค่ไหน 

"เป็นกฎหมายที่มุ่งเน้นไปที่เรื่องความมั่นคงมากกว่าการส่งเสริมการค้าขายตามชื่อกฎหมายและการคุ้มครองบุคคล" นายจักร์กฤษณ์ กล่าว

ขณะที่นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตสื่อออนไลน์  กล่าวว่า จุดที่น่าเป็นห่วงก็คืออำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานแต่ละฉบับที่ให้อำนาจเข้าไปตรวจค้น เข้าถึงระบบข้อมูลของเอกชน โดยไม่มีกระบวนการกลั่นกรอง เนื้อหากฎหมายคล้ายคลึงกันเหมือนก็อบปี้กันมา เป็นการขยายอำนาจหน้าที่่ของเจ้าพนักงาน ที่เดิมจะต้องมีการขอหมายต่อศาล แต่ฉบับนี้ได้เพิ่มอำนาจไปยังฉบับอื่นๆ อีกด้วย และที่ผ่านมาพบว่าไม่ผ่านกระบวนการฝึกอบรมให้ความรู้อย่างเพียงพอในการบังคับใช้กฎหมายให้เจ้าหน้าที่ ที่เดิมจะต้องมีการอบรมสามเดือน แต่ความเป็นจริงกลับอบรมเพียงสามวันเท่านั้น เป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่เกินขอบเขต ที่จะมีผลกระทบตามมาในอนาคต

“มีการเขียนคุ้มครองว่าการทำธุรกรรมร่วมกับเอกชนๆ ไม่สามารถมาไล่เบี้ยเอาผิดสำนักงานธุรกรรมทางอิเลกทรอนิกส์ได้ หากมีปัญหาตามมา หน่วยงานนี้จึงเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจมากกว่าหน่วยราชการอื่นๆ และ แทนที่ส่งเสริมเศรษฐกิจ แต่กลับจะกลายเป็นขัดขวาง เพราะรัฐเข้าไปแทรกแซงหรือเข้าถึงข้อมูลเอกชน”นายชวรงค์ กล่าว

นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษากฎหมายสมาคมผู้ผลิตสื่ออนไลน์ เสนอว่า  โดยโครงสร้างถือเป็นหลักการที่ดี แต่เนื้อหาให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลได้ทั้งกายภาพและเทคนิคหรือการเข้าแฮ็กฯข้อมูลได้เลย ทั้งๆ ที่ที่ผ่านมากว่าจะได้ต้องขอต่อศาล เพราะอยู่ดีๆ เจ้าหน้าที่รัฐจะไปติดตามใครเลยไม่ได้ แม้แต่กฎหมายของดีเอสไอยังต้องให้อธิบดีศาลออาญาเป็นคนกลั่นกรองและมี่กำหนดเงื่อนไขขั้นตอนไว้และมีกำหนดระยะเวลา และที่ผ่านมาก็พบว่าไม่มีการบังคับใช้กฏหมายที่มีอยู่ เช่นการให้คนลงทะเบียนตามอินเทอร์เน็ตคาเฟ่หากเข้าใช้บริการ แต่กลับมาออกกฎหมายที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้

ทั้งนี้  กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเดิมได้คุ้มครองการรายงานข่าวเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่ร่างนี้ได้ตัดทิ้ง หากบังคับใช้นักข่าวต้องตกงานและจะมีคนตกงานมากขึ้น เพราะไม่มีอะไรให้รายงานได้อีกต่อไป และกฎหมายนี้ยังให้อำนาจสำนักงานธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มีอำนาจทางปกครอง เช่น มีอำนาจปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาทที่เป็นอำนาจของธนาคารแห่งประเทศไทยกรณีกระทำผิดในการทำธุรกรรมทางการเงิน

นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันอิศรา กล่าวว่า  คนร่างกฎหมายมีความเร่งรัดและมีแนวคิดให้อำนาจรัฐ ที่น่าจะหมดไปได้แล้ว หากนำแนวคิดที่พวกเราเสนอไปแล้วปรับปรุงน่าจะมีความเหมาะสมกว่า จึงเห็นควรว่ารัฐบาลต้องนำร่างกฎหมายกลับมาทบทวนใหม่ทั้งหมด หากถอนไม่ได้ ก็อยากเสนอให้คณะกรรมการกฤษฎีเปิดให้รับฟังความคิดเห็น เพราะเป็นเรื่องแปลกที่กฎหมายให้อำนาจทั้งการเข้าถึงและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท