
โลกมองไทย
หนึ่งในประเด็นร้อนของไทยในขณะนี้ ที่สำนักข่าวต่างชาติจับตามอง คือ การที่รัฐบาลไทยเดินหน้าซื้อดาวเทียมไทยคมคืน จากบริษัท เทมาเซก โฮลดิงส์ ประเทศสิงคโปร์
ล่าสุด บลูมเบิร์ก รายงานว่า หุ้นของไทยคมดีดตัวสูงขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 12 ปี หลังจากรัฐบาลไทยประกาศว่าเตรียมจะซื้อดาวเทียมไทยซึ่งเป็นสมบัติของชาติคืนจากเทมาเซก ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงของชาติ
โดยบลูมเบิร์กรายงานอ้างแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านทางอีเมลของเทมาเซก ที่ระบุว่า
“ไทยคม” นั้นถือหุ้นโดยกลุ่มชินคอร์ป อยู่ 41% ดังนั้นหากจะมีการซื้อขายใดๆ ต้องเป็นการพิจารณาเพื่อตัดสินใจร่วมกันระหว่างไทยคม และชินคอร์ปสำหรับการเจรจาเพื่อขอซื้อคืนดาวเทียมไทยคมนั้น เริ่มมีการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2550 แล้วซึ่งหัวหน้าฝ่ายรัฐประหารในขณะนั้นได้เตือนว่า สิงคโปร์จะใช้ทรัพย์สินของชินคอร์ป เป็นตัวสอดแนมคณะรัฐประหาร ซึ่งในขณะนั้นทางเทมาเซกได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
“
หากมีการเสนอราคาที่น่าพอใจในการซื้อดาวเทียมคืน ผมก็ไม่เห็นว่าอะไรจะทำให้เทมาเซกไม่ตกลงขาย” เมลวีน ตว่อ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารความเสี่ยงบีเอ็นพี พาริบาส ของมหาวิทยาลัยด้านการจัดการสิงคโปร์ กล่าวนอกจากนี้ ตว่อ ยังกล่าวว่า หากเทมาเซกไม่ตอบตกลงขายดาวเทียมให้ไทย เทมาเซกก็ต้องถูกตอบโต้จากรัฐบาลไทย
ขณะที่เว็บไซต์อีโคโนมิสต์ไทม์ รายงานว่า ฟอร์ด อินเดีย ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ได้เริ่มส่งออกเครื่องยนต์แก๊สโซลีนมายังบริษัท ออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัดแล้ว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฟอร์ด กล่าวว่า ยอดการส่งออกล็อตแรกนั้น อยู่ที่ 1,000 คัน
อย่างไรก็ดี ฟอร์ดอินเดีย ตั้งเป้าที่จะเพิ่มปริมาณการส่งออกเครื่องยนต์แก๊สโซลีนดังกล่าวเป็น 2,500 ยูนิตต่อเดือนในอนาคต นอกจากนี้ ยังหวังว่าจะขยายการส่งออกไปยังโรงงานของฟอร์ดในแอฟริกาและเอเชียแปซิฟิกอีกด้วย







