
10 องค์กรใหม่ดันปฏิรูปประเทศ
การประชุมร่วมกันระหว่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
การประชุมร่วมกันระหว่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ถือว่าเป็นไฮไลต์ทางการเมืองที่สำคัญเนื่องจากมีการตรวจการบ้านอย่างเข้มข้น
นอกจากนี้ คสช.ตั้งข้อสังเกตให้คณะ กมธ.ยกร่างฯ ไปพิจารณาถึงการตั้งหน่วยงานใหม่ที่อาจจะเป็นภาระงบประมาณของประเทศด้วย
สำหรับองค์กรใหม่ทั้งในรูปแบบหน่วยงานและคณะกรรมการ หรือการเพิ่มแผนกคดีในศาล รวมกันอาจมีถึง 10 หน่วยงาน ซึ่งจะมาจากการดำเนินการของคณะ กมธ.ยกร่างฯ และ สปช.
เริ่มที่ “สภาตรวจสอบภาคประชาชน-สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ-สมัชชาพลเมือง” ทั้งสามสภานี้คณะ กมธ.ยกร่างฯ ได้รับรองไว้ในร่างรัฐธรรมนูญหมวดความเป็นพลเมืองและหน้าที่ของพลเมือง โดยต้องจับตาไปที่การก่อตั้งสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ว่าจะมีอำนาจขนาดไหน แต่ที่มีแน่ๆ คือ การเป็นองค์กรกลางสำหรับรวบรวมข้อมูลของผู้สมัครเลือกตั้งมาให้ประชาชนตรวจสอบ
ส่วนองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ภายหลังคณะ กมธ.ยกร่างฯ มีความเห็นให้ยุบผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าด้วยกัน และเปลี่ยนชื่อเป็น “ผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิประชาชน” ให้มีกรรมการจำนวน 11 คน แต่คงอำนาจหน้าที่ของสองหน่วยงานเก่าตามเดิม
เช่นเดียวกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แม้ กกต.จะยังคงสถานะตามเดิม แต่อำนาจที่มีอยู่เดิมถูกเฉือนออกไปบางส่วน เมื่อคณะ กมธ.ยกร่างฯ เห็นควรให้ดำเนินการตั้ง “คณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง” (กจต.) เพื่อทำหน้าที่จัดเลือกตั้งแทน กกต. โดยจะมาจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้งจากข้าราชการในแต่ละหน่วยงาน หน่วยงานละ 1 คน
ตามมาด้วยการมี “ซูเปอร์องค์อิสระ” ในนาม “คณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติ” ทำหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์กรอิสระเป็นรายปี และแจ้งให้องค์กรดังกล่าวและประกาศให้สาธารณชนทราบ ซึ่งอาจมีรูปแบบเดียวกับคณะกรรมการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือซูเปอร์บอร์ด กสทช.
คณะ กมธ.ยกร่างฯ ยังได้ออกแบบกระบวนการแต่งตั้งข้าราชการใหม่ ผ่านการให้มี “คณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการโดยระบบคุณธรรม” จำนวน 7 คน ทำหน้าที่เสนอรายชื่อบุคคลที่เห็นสมควรดำรงตำแหน่ง โยกย้าย หรือพ้นจากตำแหน่งปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าปลัดกระทรวงต่อนายกรัฐมนตรี
ขณะที่ “ศาล” จะมีแผนกใหม่ คือ “ศาลปกครองแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณ” ทำหน้าที่วินิจฉัยคดีเกี่ยวกับกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ เพื่อตีกรอบให้การใช้จ่ายงบประมาณด้วยความรอบคอบ
ส่วน “ศาลฉ้อราษฎร์บังหลวง” ที่มาจากแนวความคิดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ คณะ กมธ.ยกร่างฯ ยังไม่เคยหารืออย่างเป็นทางการ แต่ภายใน สปช.กำลังมองถึงความเป็นไปได้อาจเสนอกฎหมายเพื่อตั้งเป็นแผนกคดีอาญาของเจ้าหน้าที่รัฐในศาลฎีกาหรือศาลอาญา
อีกองค์กรหนึ่ง แต่ยังไม่ค่อยเห็นแสงสว่างมากนักเห็นจะเป็น “องค์การอิสระคุ้มครองผู้บริโภค”เนื่องจาก สปช.เพิ่งมีมติให้คณะ กมธ.ของ สปช.ทบทวน ภายหลังกฎหมายมีจุดบกพร่องหลายจุด ซึ่ง สปช.ในกลุ่มภาคประชาสังคมต้องการผลักดันให้มีการตั้งองค์กรนี้และจะกลับไปแก้ไขก่อนนำมาเสนอ สปช.อีกครั้ง







