posttoday
10 องค์กรใหม่ดันปฏิรูปประเทศ

10 องค์กรใหม่ดันปฏิรูปประเทศ

06 กุมภาพันธ์ 2558

การประชุมร่วมกันระหว่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การประชุมร่วมกันระหว่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ถือว่าเป็นไฮไลต์ทางการเมืองที่สำคัญเนื่องจากมีการตรวจการบ้านอย่างเข้มข้น

นอกจากนี้ คสช.ตั้งข้อสังเกตให้คณะ กมธ.ยกร่างฯ ไปพิจารณาถึงการตั้งหน่วยงานใหม่ที่อาจจะเป็นภาระงบประมาณของประเทศด้วย

สำหรับองค์กรใหม่ทั้งในรูปแบบหน่วยงานและคณะกรรมการ หรือการเพิ่มแผนกคดีในศาล รวมกันอาจมีถึง 10 หน่วยงาน ซึ่งจะมาจากการดำเนินการของคณะ กมธ.ยกร่างฯ และ สปช.

เริ่มที่ “สภาตรวจสอบภาคประชาชน-สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ-สมัชชาพลเมือง” ทั้งสามสภานี้คณะ กมธ.ยกร่างฯ ได้รับรองไว้ในร่างรัฐธรรมนูญหมวดความเป็นพลเมืองและหน้าที่ของพลเมือง โดยต้องจับตาไปที่การก่อตั้งสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ว่าจะมีอำนาจขนาดไหน แต่ที่มีแน่ๆ คือ การเป็นองค์กรกลางสำหรับรวบรวมข้อมูลของผู้สมัครเลือกตั้งมาให้ประชาชนตรวจสอบ

ส่วนองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ภายหลังคณะ กมธ.ยกร่างฯ มีความเห็นให้ยุบผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าด้วยกัน และเปลี่ยนชื่อเป็น “ผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิประชาชน” ให้มีกรรมการจำนวน 11 คน แต่คงอำนาจหน้าที่ของสองหน่วยงานเก่าตามเดิม

เช่นเดียวกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แม้ กกต.จะยังคงสถานะตามเดิม แต่อำนาจที่มีอยู่เดิมถูกเฉือนออกไปบางส่วน เมื่อคณะ กมธ.ยกร่างฯ เห็นควรให้ดำเนินการตั้ง “คณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง” (กจต.) เพื่อทำหน้าที่จัดเลือกตั้งแทน กกต. โดยจะมาจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้งจากข้าราชการในแต่ละหน่วยงาน หน่วยงานละ 1 คน

ตามมาด้วยการมี “ซูเปอร์องค์อิสระ” ในนาม “คณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติ” ทำหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์กรอิสระเป็นรายปี และแจ้งให้องค์กรดังกล่าวและประกาศให้สาธารณชนทราบ ซึ่งอาจมีรูปแบบเดียวกับคณะกรรมการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือซูเปอร์บอร์ด กสทช.

คณะ กมธ.ยกร่างฯ ยังได้ออกแบบกระบวนการแต่งตั้งข้าราชการใหม่ ผ่านการให้มี “คณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการโดยระบบคุณธรรม” จำนวน 7 คน ทำหน้าที่เสนอรายชื่อบุคคลที่เห็นสมควรดำรงตำแหน่ง โยกย้าย หรือพ้นจากตำแหน่งปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าปลัดกระทรวงต่อนายกรัฐมนตรี

ขณะที่ “ศาล” จะมีแผนกใหม่ คือ “ศาลปกครองแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณ” ทำหน้าที่วินิจฉัยคดีเกี่ยวกับกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ เพื่อตีกรอบให้การใช้จ่ายงบประมาณด้วยความรอบคอบ

ส่วน “ศาลฉ้อราษฎร์บังหลวง” ที่มาจากแนวความคิดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ คณะ กมธ.ยกร่างฯ ยังไม่เคยหารืออย่างเป็นทางการ แต่ภายใน สปช.กำลังมองถึงความเป็นไปได้อาจเสนอกฎหมายเพื่อตั้งเป็นแผนกคดีอาญาของเจ้าหน้าที่รัฐในศาลฎีกาหรือศาลอาญา

อีกองค์กรหนึ่ง แต่ยังไม่ค่อยเห็นแสงสว่างมากนักเห็นจะเป็น “องค์การอิสระคุ้มครองผู้บริโภค”เนื่องจาก สปช.เพิ่งมีมติให้คณะ กมธ.ของ สปช.ทบทวน ภายหลังกฎหมายมีจุดบกพร่องหลายจุด ซึ่ง สปช.ในกลุ่มภาคประชาสังคมต้องการผลักดันให้มีการตั้งองค์กรนี้และจะกลับไปแก้ไขก่อนนำมาเสนอ สปช.อีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท