
สปช.ชงแนวทางปฏิรูป20ปีต่อกมธ.ยกร่างฯ
สปช. ชงแนวทางปฏิรูปสู่อนาคต 20 ปี ต่อ กมธ. ยกร่างฯจ่อบัญญัติหลักการในรัฐธรรมนูญส่วนการปฏิรูป
สปช. ชงแนวทางปฏิรูปสู่อนาคต 20 ปี ต่อ กมธ. ยกร่างฯจ่อบัญญัติหลักการในรัฐธรรมนูญส่วนการปฏิรูป
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีการหารือร่วมกับ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศไทย สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) และนางศรีลาภรณ์ บัวสาย โฆษกคณะกมธ.ฯ ในประเด็นการปฏิรูปประเทศไทยไปสู่อนาคตใน 20 ปี ข้างหน้า ที่ได้สังเคราะห์ความคิดเห็นของ สมาชิก สปช. 250 คน
จากการสัมมนาประชุมเชิงปฏิบัติการวิสัยทัศน์ประเทศไทยครั้งที่ 2 ที่โรงแรมเอเชีย เมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีวาระในการปฏิรูปที่สำคัญ 36 วาระ ประกอบด้วย 1. การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น 2. บริหารราชการแผ่นดิน 3. นิติรัฐนิติธรรม 4. ระบบการเกษตรและพลังงาน 5. พัฒนาคุณภาพมนุษย์ 6. ระบบสาธารณสุข และ 7. การกำกับดูแลสื่อมวลชน รวมถึงภารกิจที่จะต้องเร่งพัฒนาประเทศในระยะต่อไป
นายสุทวิทย์ กล่าวว่า วิสัยทัศน์วิวัฒน์ไทยที่ได้จากการสังเคราะห์ความคิดเห็นของสมาชิก สปช. จะต้องมีการแปลงเป็นยุทธศาสตร์ จนนำไปสู่การปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นให้เกิด "ความมั่งคั่ง มั่นคง และการพัฒนาที่ยั่งยืน" โดย เริ่มจากการชี้วิกฤตที่เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะสภาวะเสื่อมถอย ซึ่งพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น การส่งออก การลงทุนจากต่างประเทศที่ลดลง ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ใช้พลังงานสิ้นเปลือง การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร โรคติดต่อทางเพศ ฯลฯ วิกฤตเหล่านี้ส่งผลให้ผลิตภาพของประเทศลดลง
ปัญหาที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งจะสร้างความเสียหายกับประเทศชาติในระยะยาว สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยจะไม่กระทบต่อระบบภายในของประเทศเท่านั้น แต่จะเชื่อมโยงกับบริบทโลก เช่นเดียวกับวิกฤตที่เกิดขึ้นในรดับโลกจะต้องส่งผลต่อประเทศไทย นอกจากนั้นจะต้องคำนึงถึงประเทศที่มีอิทธิพลต่อโลก เช่น จีนและอินเดีย ที่จะกลายเป็นยักษ์ใหญ่ของโลก ที่ประเทศอื่นมุ่งที่จะลงทุน ต่างจากประเทศไทยที่นักลุงทุนไม่อยากลงทุน เพราะขาดโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ขณะที่ประเทศอื่นในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย กำลังจะกลายเป็นประเทศร่ำรวยในอีก 10 ปี
"ขีดความสามารถจะต้องวัดจากคุณภาพคน ประเทศจะแย่ลงเรื่อย เพราะเจอวิกฤต 2 เท่า ประเทศเราคนแก่เพิ่มขึ้น วัยเด็ก และวัยทำงานลดลง ติดอยู่ใน "middle income track" ความรวยกระจุก ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำ อีกทั้งยังมีปัญหาเชิงซ้อน ทั้งอำนาจนิยมและคอร์รัปชั่น วันนี้เราถอดถอยลงแล้ว " นายสุวิทย์ กล่าว
สำหรับวิกฤตด้านการเมือง ประไทยจะต้องก้าวเข้าสู่ระบบประชาธิปไตย ที่ตอบโจทย์โลกศตวรรษที่ 21 ซึ่งอาจจะไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบตัวแทนเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงประชาธิปไตยทางตรงและการตรวจสอบรอบด้าน
น.ส.สีลาภรณ์ บัวสาย โฆษก กมธ. กล่าวว่า ประเทศไทยจะต้องเน้นความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนการแข่งขันทางการค้าควรอยู่ในระดับภูมิภาค หรือ "สุวรรณภูมิคือบ้าน แต่อาเซียนคือตลาดการค้า" การร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ในสามเหลี่ยมอินโดจีน แทนที่จะรอแรงงานเพื่อนบ้านเข้ามา ประเทศไทยจะต้องขยายงานไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยยกระดับคุณภาพชีวิตของเขาให้ดีขึ้น อย่ามองว่าประเทศจะต้องได้ผลประโยชน์มากกว่า ซึ่งจะต้องสร้างระบบสาธารณสุขการศึกษา และเศรษฐกิจ เพื่อสร้างโอกาสให้กับแรงงานกลุ่มดังกล่าว
"โจทย์ของการค้ามนุษย์จะยุตติ เขาจะอยู่บ้านเขา โดยนักลงทุนของไทยเข้าไปร่วม มันต้องโตด้วยกันถึงจะอยู่ได้ สุวรรณภูมิจะต้องมุ่งเน้นเรื่องคุณภาพชีวิต เพราะไม่มีแรงพอ เช่น ผลิตข้าวและผลิตยาง ฯลฯ ส่วนเรื่องเศรษฐกิจต้องไปอาเซียน โหมดความคิดของไทยคือการแข่งเพื่อนบ้าน ไม่ได้คิดเรื่องความร่วมมือ" นางสีลากรณ์ กล่าว







