
ม.สุรนารีจัดงานนวัตกรรมการศึกษาไทย
ม.สุรนารีเชิญครูและนักเรียนร่วมงานนวัตกรรมการศึกษาไทย ครั้งที่22 ระหว่าง 5-8 มี.ค.58
ม.สุรนารีเชิญครูและนักเรียนร่วมงานนวัตกรรมการศึกษาไทย ครั้งที่22 ระหว่าง 5-8 มี.ค.58
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 58 ที่หน่วยประสานงาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) กรุงเทพฯ ศ.ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดี มทส. กล่าวเชิญชวนครู อาจารย์ วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ทุกระดับ รวมทั้งนักเรียน เข้าร่วมงานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ในโรงเรียน ครั้งที่ 22 (วทร.22) ประจำปี 2558 เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการสอนของครู และพัฒนากระบวนการคิดของผู้เรียน ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 5-7 มี.ค. 58 ในหัวข้อ “สะเต็มประเทศไทย-นวัตกรรมการศึกษาไทย” (STEM Thailand – Innovation for Thai education)
อธิการบดี มทส. เปิดเผยว่า วทร.22 ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในการขับเคลื่อนวงการศึกษาไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เนื่องจากจะเป็นเวทีที่ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ทุกระดับ จะได้มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ และเสาะแสวงหาแนวทาง เทคนิคการจัดการเรียนการสอนใหม่ๆ โดยปีนี้ชูประเด็น STEM ที่มาจาก 4 สหวิทยาการได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics)
“เราอาศัยบทเรียนจากวิกฤตการเงินในเอเชีย พ.ศ.2540 หรือต้มยำกุ้ง ที่จะเห็นได้ว่าประเทศเกาหลีใต้ แม้จะประสบปัญหา แต่สามารถฟื้นกลับขึ้นมาได้ก่อนเรา เพราะด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มากกว่า ดังนั้นเราจึงต้องพัฒนาเรื่องนี้ให้มากขึ้น”
ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผอ.สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้แบบ STEM เป็นแนวทางที่ประเทศชั้นนำทางการศึกษารวมทั้งประเทศไทยให้ความสนใจ แต่กระนั้นก็ไม่ได้มองข้ามการพัฒนาศาสตร์อื่นอย่างสังคม วัฒนธรรม โดยภายในงานจะประกอบด้วยหัวข้อการบรรยายพิเศษจากผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รมช.กระทรวงศึกษาธิการ, ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภา มทส., ศ.ดร.สุพจน์ หารหนองบัว นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญจากฟินแลนด์ เกาหลี ญี่ปุ่น พร้อมทั้งกิจกรรมเชิงปฏิบัติการจากผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษากว่า 100 รายการ และการนำเสนอผลงานกว่า 200 รายการ
นางดวงสมร คล่องสารา นายกสมาคมครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กล่าวด้วยว่า ครูนั้นถือเป็นบทบาทสำคัญในกระบวนการพัฒนาการศึกษา แม้ สสวท.จะสร้างครูที่เก่งและมีความสามารถมากมาย แต่หากขาดการสนับสนุน ส่งเสริม และให้โอกาสได้แสดงความสามารถ ก็อาจจะหมดกำลังใจและท้อถอยได้ ซึ่งสิ่งที่งาน วทร. นี้ให้คือเวทีในการแสดงความรู้ และเรียนรู้ไปในคราวเดียวกัน รวมถึงสนับสนุนการวิจัยเพื่อนำไปพัฒนารูปแบบการศึกษา ซึ่งครูไม่เคยนิ่งดูดายและเป็นผู้ที่พร้อมจะทำงานเพื่อสร้างเด็กที่เก่งและมีความรู้อยู่แล้ว
“นอกจากครูแล้ว เรายังต้องฝึกให้ผู้เรียนได้มีกระบวนการคิดที่เป็นระบบ ฝึกตั้งคำถามจากข้อสงสัย และได้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ของเขาเองด้วย”







