
ผ่านร่างกม.สวนป่ายันไม่กระทบชาวบ้าน
สนช.ผ่านกม.สวนป่า เปิดช่องออกพ.ร.ฎ.ปรับรายชื่อต้นไม้บัญชีแนบท้าย แจงกระทบแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ ไม่สะเทือนชาวบ้าน
สนช.ผ่านร่างกม.สวนป่า เปิดช่องออกพ.ร.ฎ.ปรับรายชื่อต้นไม้บัญชีแนบท้าย แจงกระทบแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ ไม่สะเทือนชาวบ้าน
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติ 185 ต่อ 2 งดออกเสียง 5 เสียง เห็นชอบในวาระ 3 สมควรให้ ร่าง พ.ร.บ.สวนป่าฉบับที่ พ.ศ. ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ สาระสำคัญของ ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นการปรับปรุงแก้ไขมาจาก พ.ร.บ.สวนป่า ปี 2535 ที่ มีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสมและเป็นอุปสรรคต่อการสนับสนุน ส่งเสริมให้มีการปลูกสร้างสวนป่า รวมทั้งเป็นปัญหาอุปสรรคในการแปรรูปไม้และการออกใบรับรองไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า และความไม่ชัดเจนของสถานะของสัตว์ป่าหรือของป่าในสวนป่า ดังนั้นสมควรต้องแก้ไขหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนสวนป่า และปรับปรุงมาตรการในการกำกับดูแล
นอกจากนี้ ยังปรับแก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อเป็นมาตรการในการส่งเสริมและจูงใจให้มีการปลูกสร้างสวนป่า ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการพื้นที่ป่าไม้ของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และให้สอดคล้องกับการส่งเสริมการค้าไม้ต่างประเทศ ให้นำไม้ซึ่งมีที่มาที่ไปแปรรูปขายไปยังต่างประเทศ และสอดรับกับการจัดสรรที่ดินให้เอกชน ซึ่งบางพื้นที่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ก็ให้ทำเป็นรูปแบบสหกรณ์เพราะบางแปลงเหมาะกับการทำสวนป่า
พล.อ.ดนัย มีชูเวท ประธาน กมธ. การเกษตรและสหกรณ์ สนช.ในฐานะ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.สวนป่า กล่าวว่า ทางกมธ.ได้แก้ไข ให้สามารถเพิ่มและถอนรายชื่อต้นไม้ออกจากบัญชีแนบท้ายได้ โดยให้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา จากเดิมที่นำเข้ารายชื่อต้นไม้ไปแต่ไม่สามารถนำออกได้
อย่างไรก็ตาม ได้มีการตัดรายชื่อต้นไม้ที่อยู่ในบัญชีแนบท้ายพ.ร.บ.จำนวน 8 รายการจากที่ครม.เสนอเข้ามาจำนวน 66 รายการ อาทิ ยางพารา มะฮอกกานี โกงกาง ยูคาลิปตัส สนประดิพัทธิ์ เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตเกษตรกรและเพื่อความเหมาะสม
พล.อ.ดนัย กล่าวว่า ผู้ที่ต้องการขึ้นทะเบียนตามพ.ร.บ.สวนป่า เป็นไปตามด้วยความสมัครใจ โดยหากขึ้นทะเบียนแล้วก็จะได้รับสิทธิ์ต่างๆโดยไม่ต้องเสียค่าทะเบียน สามารถตัดโค่น แปรรูปไม้หรือเคลื่อนย้ายได้ โดยได้รับการยกเว้นไม่เสียค่าบำรุงหรือค่าภาคหลวง ซึ่งจะไม่กระทบกับประชาชนโดยทั่วไปหรือผู้ทำสวนป่ารายย่อย หรือเกษตรกรชาวสวนที่จะรื้อ โค่น ตัด สวนยางเพื่อปลูกใหม่ แต่จะกระทบกับผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายเท่านั้น
พล.อ.ดนัย กล่าว สำหรับโทษผู้ที่ฝ่าฝืนจากเดิมมีทั้งโทษอาญา ทั้งจำคุกและปรับ กมธ.ได้ปรับให้ใช้โทษทางปกครองโดยดูเรื่องเจตนาเป็นหลัก หากมีการละเมิดก็ใช้วิธีการตักเตือน และที่สุดคือการถอนการขึ้นทะเบียนสวนป่า
นอกจากนี้ โดยผู้ทำสวนป่าไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย โดยไม่จัดทำบัญชีแสดงชนิดจำนวนไม้ที่ปลูกตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด กมธ.ได้ตัดโทษจำคุกออกเหลือเพียงโทษปรับ 1 หมื่นบาท หรือหากทำบัญชีเป็นเท็จต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2หมื่นบาท ส่วนกรณีความผิดจากการค้า มีไว้ในครอบครอง หรือนำไม้มาสวมตอ จะมีความผิดระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ.







