
หนุนตั้ง"สวรส."ดึงงบ4พันล้านบาทรวมหน่วยงานเดียว
หมอวิจารณ์นำแถลงหนุนตั้ง “สวรส.” ดึงงบวิจัยสุขภาพปีละ 4,000 ล้านบาท รวมหน่วยงานเดียว
หมอวิจารณ์นำแถลงหนุนตั้ง “สวรส.” ดึงงบวิจัยสุขภาพปีละ 4,000 ล้านบาท รวมหน่วยงานเดียว
เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่อาคารสุขภาพแห่งชาติ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบวิจัยสุขภาพ จัดเวทีเสวนา “การขับเคลื่อนกลไกส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยสุขภาพของประเทศ” เพื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยสุขภาพ พ.ศ....โดยจะยุบสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เพื่อตั้ง สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยสุขภาพ โดยรวมภารกิจวิจัยด้านสุขภาพทั้งหมด เช่น วิจัยทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิจัยทางคลินิก วิจัยด้านชีววิทยาศาสตร์ รวมถึงการผลิตยาและเวชภัณฑ์ ฯลฯ ไว้ที่หน่วยงานนี้ เพื่อให้การกำหนดทิศทางการวิจัยด้านสุขภาพ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และจะเป็นกลไกหลักในการจับเคลื่อนงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ต่อไป
ทั้งนี้ เงินทุนจะมาจาก 2 แหล่งทุน คือ เงินทุนประเดิม 1,000 ล้านบาท และ 2.เงินอุดหนุนรายปีที่รัฐบาลจัดสรรให้จากงบประมาณแผ่นดินประจำปี โดยในปีแรกที่ พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ ให้จัดสรรให้สำนักงาน 1% ของวงเงินงบประมาณที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้รับรวมกัน และเพิ่มเป็นไม่น้อยกว่า 2% ในปีที่สามและถัดไป โดยหากคิดจากงบประมาณปัจจุบัน ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานได้รับจัดสรรจากรัฐบาลประมาณ 2 แสนล้านบาท งบประมาณในการขับเคลื่อนหน่วยงานใหม่ จะอยู่ที่ 4,000 ล้านบาทต่อปี เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่งบวิจัยด้านสุขภาพของประเทศอยู่ที่ 2,464 ล้านบาทต่อปี ประมาณ 1,500 ล้านบาท
สำหรับขั้นตอนการจัดทำ ร่างพ.ร.บ. ขณะนี้ได้มีการรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.แล้ว และจะมีการเสนอไปยัง นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สธ. รวมถึง นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอีกครั้ง ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
อย่างไรก็ตาม ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าวว่า จะไม่มีการดึงงบประมาณจากทั้ง 2 หน่วยงานมาใช้บริหารจัดการองค์กรดังกล่าว แต่จะมีการตั้งงบประมาณ โดยอิงจากงบประมาณของทั้ง 2 หน่วยงานเท่านั้น ไม่ใช่ปลายเปิดอย่างที่มีการวิจารณ์ก่อนหน้านี้
นพ.ภูษิต ประคองสาย รักษาการผู้อำนวยการสวรส. เปิดเผยว่า หน่วยงานสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยสุขภาพ อาจใช้ชื่อย่อว่า สวรส. มีฐานะเป็นนิติบุคคล และอยู่ในกำกับของนายกรัฐมนตรี โดยจะมีคณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยสุขภาพ 16 คน ทำหน้าที่กำกับนโยบาย และมีคณะกรรมการติดตามประเมินผลฯ 8 คน ส่วนประเด็นที่ต้องมีการหารือกันอีกมากคือการจัดการประเด็นที่ทับซ้อนระหว่างหน่วยงานวิจัยอื่นๆ และต้องเปลี่ยนวิธีคิดว่าการวิจัยคือการลงทุนของประเทศ ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย
ขณะที่ นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ที่ปรึกษารมว.สธ. และอดีตผู้อำนวยการสวรส. กล่าวว่า สนับสนุนให้นำงบประมาณดังกล่าวมาใช้ในงานวิจัย เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการรักษา และพัฒนาสิทธิประโยชน์ของสปสช. รวมถึงพัฒนาระบบบริการของสธ. ต่อไป ซึ่งจะสร้างความยั่งยืนให้กับสุขภาพคนไทยในอนาคต







