posttoday
บิ๊กต๊อกเผยคดีผิด112 ออกหมายจับ 40 คน

บิ๊กต๊อกเผยคดีผิด112 ออกหมายจับ 40 คน

05 กุมภาพันธ์ 2558

"พล.อ.ไพบูลย์" เผยออกหมายจับบุคคลคดีผิดมาตรา112ที่เคลื่อนไหวในต่างประเทศ 40 คน

"พล.อ.ไพบูลย์" เผยออกหมายจับบุคคลคดีผิดมาตรา112ที่เคลื่อนไหวในต่างประเทศ 40 คน

เมื่อวันที่ 5 ก.พ.เวลา 13.00 น.ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ขณะนี้คณะทำงานเพื่อดำเนินการติดตามผู้กระทำผิดมาตรา112 กำลังดำเนินให้กระทรวงการต่างประเทศทำข้อมูลชี้ไปแจงไปยังประเทศที่มีผู้ต้องหาคดีดังกล่าวพำนักอยู่ ให้ประเทศดังกล่าวได้ทราบถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น และกลุ่มคนเหล่านั้นยังมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด จะได้รู้ว่าคนในประเทศไทยรู้สึกอย่างไรในเรื่องดังกล่าว และจะต้อง โดยฝ่ายที่มีหน้าที่ปราบปราม ต้องไปสืบสวนหาข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลนั้น ว่าอยู่ประเทศดังกล่าวแน่นอน มีหลักฐานยืนยันชัดเจน พร้อมทั้งรายละเอียดเคลื่อนไหวผ่านระบบโซเชียล มีเดียร์ ว่ามี ไอพีแอ็ดเดรสอยู่ในประเทศนั้นๆและช่วงเวลาใดบ้าง

“เบื้องต้นได้ออกหมายจับบุคคลที่เคลื่อนไหวในต่างประเทศจำนวน 40 คน หลังจากนี้คณะทำงานและกระทรวงต่างประเทศต้องดำเนินการหาข้อมูลและชี้แจงไปประเทศที่กลุ่มผู้ต้องหาพำนักอยู่ ความคาดหวังของตนที่จะนำคนทั้ง 40 คนตามหมายจับมาดำเนินการในเวลาอันใกล้นั้น คงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากมีอุปสรรคเรื่องกฎหมายการแลกเปลี่ยน หรือส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย รวมทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชน ความแตกต่างในเรื่องกฏหมายของสองประเทศ แต่คาดหวังให้ประเทศเหล่านี้ตระหนักว่าต้องควบคุมคนเหล่านี้ไม่ให้เคลื่อนไหวใดๆได้อีก”พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

ส่วนเรื่องคดีมีการเผนแพร่แถลงการณ์ปลอมนั้น  พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ในส่วนการดำเนินคดี นายกฤษณ์ บุดดีจีน อายุ 26 ปี  ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้ต้องหากรณีเผยแพร่แถลงการณ์ปลอมของสำนักพระราชวังฉบับที่ 13 ตามความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ นั้นยืนยันว่ารัฐบาลดำเนินการด้วยความยุติธรรมไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด ใช่หรือไม่ใช่ นปช. ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยหลังจากมีการเผยแพร่ ได้ตรวจสอบพบไอพีแอดเดรสอยู่ที่คอมพิวเตอร์บ้านผู้ต้องหา

เบื้องต้นทราบว่า เป็นแค่คนโพสต์หรือแชร์ต่อ ยังไม่ใช่คนที่ผลิตหรือทำเอกสารปลอม เลยนำตัวผู้ต้องหามาสอบ หาคความเชื่อมโยงว่าได้ข้อมูลมาจากไหน เพื่อสาวต่อไปหาคนทำ และต้นตอทำข้อมูล

นอกจากนี้สำหรับคดีระเบิดบริเวณห้างพารากอน พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ในส่วนคดีระเบิดที่สยามพารากอนนั้น จะเชื่อมโยงกับคดีระเบิดที่สมานเมตตาแม่นชั่น และระเบิดมีนบุรี หรือไม่นั้น ขณะนี้กระแสสังคมวิภาควิจารณ์อยู่นั้นมี 3 ประเด็น 1.รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการ 2.ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล 3.ขัดแย้งภาคเอกชน ระหว่างเอกชนกับเอกชนที่ขัดแย้งทางธุรกิจกันเอง

"ผมมองว่าเหตุระเบิดดังกล่าวทำแล้วได้อะไร ใครได้ประโยชน์ ในส่วนประเด็น 1.กรณีถ้ารัฐบาลทำเองนั้น เพื่อคงอำนาจกฎอัยการศึกต่อไป ที่ผ่านมาหัวหน้า คสช.และรัฐบาลไม่เคยบอกว่าจะยกเลิกกฎอัยการศึก รัฐบาลไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำแบบนั้น และไม่เป็นผลดีต่อการท่องเที่ยว ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามผลักดันเรื่องธุรกิจการท่องเที่ยวจึงไม่จำเป็นต้องทำเรื่องดังกล่าว เรื่องที่รัฐบาลทำเอง ตนคิดว่าตัดทิ้งไปได้เลย เหลือแค่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล และกลุ่มขัดแย้งทางธุรกิจ ให้ สตช.และทางตำรวจไปสืบหาข้อมูล และสืบหาความขัดแย้ง และดูวัตถุที่ใช้ประกอบระเบิดนั้น เชื่อมโยงกับคดีอะไรบ้าง"พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง