
จี้แม่น้ำ 5 สายเร่งปฏิรูป-ขออำนาจเซ็นเซอร์สื่อ
พล.อ.ประยุทธ์ ขอแม่น้ำ 5 สายเลิกฟุ้ง เน้นแก้ปัญหาเก่าไม่สร้างปัญหาใหม่
พล.อ.ประยุทธ์ ขอแม่น้ำ 5 สายเลิกฟุ้ง เน้นแก้ปัญหาเก่าไม่สร้างปัญหาใหม่
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการปฏิรูปประเทศกลางที่ประชุมแม่น้ำ 5 สาย ซึ่งประกอบด้วย คสช. คณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ขอให้พิจารณาถึงความเป็นไปได้และระยะเวลาในการดำเนินการด้วย แทนที่จะเสนอมาทุกเรื่องเข้ามา
“ต้องแก้ปัญหาเก่าไม่สร้างปัญหาใหม่ คิดสร้างอนาคตข้างหน้า รัฐบาลและ คสช.จะดูแลความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มุ่งสู่ความปรองดองสมานฉันท์เร่งรัดการปฏิรูป โดยมุ่งเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง” แหล่งข่าวอ้างคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้หยิบยกกระแสคัดค้านการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ว่า เวลานี้มีแต่คนบอกไม่ให้เปิดประมูล แต่ไม่มีการเสนอทางออกมาให้ ในเมื่อประเทศไทยไม่มีบริษัทที่จะสำรวจเกี่ยวกับพลังงานจะให้ทำอย่างไรก็อยากก็ให้ไปคิดกัน
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้แสดงความเห็นเรื่องการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายหลังคณะ กมธ.ยกร่างฯได้ตัดอำนาจของฝ่ายความมั่นคงในการกลั่นกรองการนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนในภาวะการรบออกไปว่า อาจทำให้มีปัญหาได้
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้ยกเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาเป็นตัวอย่าง โดยขอให้คณะ กมธ.ยกร่างฯ ให้เพิ่มบทบัญญัติที่ให้สามารถกลั่นกรองการนำเสนอข่าวในช่วงเหตุการณ์ความไม่สงบเข้าไปด้วย โดยให้รัฐบาลสามารถเซ็นเซอร์ได้ เพื่อป้องกันการนำเสนอข่าวที่อาจมีผลต่อสถานการณ์
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีความกังวลอย่างมากคือ ปัญหาความขัดแย้ง ไม่ปรองดองภายหลังจากที่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บังคับใช้ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปพิจารณาหาทางแก้ไข
สำหรับรายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรานั้นที่ประชุมไม่มีการท้วงติง แต่ได้ตั้งข้อสังเกตกว้างๆ อาทิ ประเด็นการตรวจข่าวของสื่อมวลชน ซึ่งมีผู้ท้วงติงว่าจะตรวจข่าวได้เฉพาะช่วงเกิดสงครามเท่านั้น ซึ่งได้ตอบไปว่าในรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านๆ มาเขียนไว้เช่นนั้น







