
ระทึก!ตู้พ่วงรถไฟหลุดหัวลำโพง-ไร้เจ็บ
เกิดเหตุตู้พ่วงรถไฟหลุดระหว่างลากซ่อมที่หัวลำโพง โชคดีไม่มีคนเจ็บ
เกิดเหตุตู้พ่วงรถไฟหลุดระหว่างลากซ่อมที่หัวลำโพง โชคดีไม่มีคนเจ็บ
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. เวลา 06.35 น. เกิดเหตุรถพ่วงที่กำลังจะลากเข้ามารอการซ่อมในชานชาลาที่ 12 ของสถานีรถไฟหัวลำโพงได้เกิดตะขอชำรุด และหลุดออกทำให้รถพ่วง 9 คัน หลุดออกมาชนกับรถที่มีการจอดอยู่ในชานชาลาดังกล่าวจนได้รับความเสียหาย 1 คัน ทั้งนี้ รถได้ชนเสาโครงสร้างหลังคาหัก เจ้าหน้าที่ได้นำเหล็กห้ามล้อราง จำนวน 5 อันไปวางขวางไว้จึงไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย
นายพรสุทธิ ทองสาด หัวหน้าสำนักงานประจำการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า เหตุรถไฟตกรางที่สถานีรถไฟหัวลำโพงเป็นตู้สำหรับบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ ซึ่งจากการสอบถามของเจ้าหน้าที่ทราบว่า เกิดปัญหาระหว่างสับเปลี่ยนตู้รถ โดยตะขอเกี่ยวเกิดขัดข้องทำให้รถไหลมาชนกับแท่นปะทะก่อนจะตกรางบริเวณราง 12 แต่ไม่กระทบต่อการเดิน และไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากเป็นตู้สินค้า และจุดที่ตกรางปกติใช้เป็นจุดพักขบวนรถ ไม่ได้เปิดให้บริการผู้โดยสาร ซึ่งต่อมาเวลา 12.05 น.เจ้าหน้าที่รถไฟก็สามารถเร่งกู้ตู้รถขึ้นจากการตกรางได้สำเร็จ
สำหรับตู้รถที่ตกรางเป็นตู้สำหรับขนส่งสินค้ารุ่นเก่า ซึ่งปัจจุบันการรถไฟฯ ได้นำมาขนส่งอะไหล่ และอุปกรณ์สำหรับซ่อมแซมรางกับรถไฟเท่านั้น ไม่ได้เปิดให้บริการขนส่งคนหรือสินค้าแล้ว ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดตกรางเบื้องต้นน่าจะเกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ซึ่งจะมีการสอบสวนหาสาเหตุต่อไป ขณะที่ความเสียหายยังประเมินมูลค่าไม่ได้ แต่พบว่ามีตู้รถ ราง แท่นปะทะ และหลังคาชานชาลาที่เสียหาย ซึ่งจะมีการรวบรวมและประเมินวงเงินผลกระทบต่อไป
ด้านนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่า ร.ฟ.ท. กล่าวว่า เหตุรถไฟตกรางที่หัวลำโพง เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างที่มีการสับเปลี่ยนขอเกี่ยวตู้รถ ซึ่งตนไม่ได้คิดว่าเป็นการรับน้องใหม่หลังเพิ่งเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.แต่อย่างใด เพราะเรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่หลังจากนี้ตนมีแผนประชุมกับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของร.ฟ.ท. เร่งปรับปรุงการให้บริการรถไฟเพื่อสร้างความเชื่อมั่นใจให้ประชาชน ทั้งการแก้ปัญหาตกราง การสร้างความปลอดภัยในการเดินทาง การตรงต่อเวลาในการเดินรถ รวมถึงการปรับปรุงความสะอาดในห้องน้ำ ห้องโดยสาร โดยตั้งเป้าหมายว่าจะ เห็นการเปลี่ยนแปลงการบริการของการรถไฟฯ ไปในทางที่ดีขึ้นภายใน 3-6 เดือนข้างหน้า







