
ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ติดใจปมยุบรวมกับ กสม.
ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ติดใจ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญยุบรวมกับกรรมการสิทธิ แนะลด คณะกรรมการเหลือ 5 คน
ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ติดใจ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญยุบรวมกับกรรมการสิทธิ แนะลด คณะกรรมการเหลือ 5 คน
เมื่อวันที่ 3 ก.พ. นายศรีราชา วงศารยางกูร และ พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมกันแถลงข่าวกรณีคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีมติยกสถานะและผนึกกำลังผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เป็น"ผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิ์ของประชาชน" โดยนายศรีราชา กล่าวว่า การที่กมธ.ยกร่างฯมีมติยกสถานะ 2 หน่วยงานเป็นองค์กรเดียวกัน ทางผู้ตรวจการฯพิจารณาแล้วเห็นว่าพอรับได้กับข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการฯไม่ได้สูญหายไป ยังครบถ้วนเหมือนเดิม ยกเว้นการตรวจสอบจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ที่อาจนำไปให้สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติดำเนินการแทน ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้ผู้ตรวจการฯไม่ต้องไปเผชิญหน้ากับฝ่ายการเมืองหรือผู้มีอำนาจ
อย่างไรก็ตามอยากขอให้กมธ.ยกร่างฯคงอำนาจการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมไว้ที่ผู้ ตรวจการฯเช่นเดิม เพราะกรณีนี้จะช่วยทำให้ภาคราชการดีและใสสะอาด รวมทั้งทำให้การร้องทุกข์เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการลดลงและจะ เป็นผลดีต่อประเทศชาติและบ้านเมือง
นายศรีราชา กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันมองว่า หากจะควบรวมทั้ง 2 หน่วยงานก็ควรมีความชัดเจนเพื่อลดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อนระหว่างองค์กรหรือข้อ ครหาสองมาตรฐาน การออกแบบโครงสร้างองค์กร โดยเฉพาะการกำหนดให้มีคณะกรรมการฯถึง 11 คนนั้นมีมองว่าจำนวนมากเกินไป อาจมีปัญหาในทางปฏิบัติเพราะมองว่ามากคนก็มากความ จึงคิดว่าจำนวน 5 คนน่าจะเหมาะสมกว่า ส่วนกระบวนการสรรหาและการได้มาซึ่งองค์อำนาจต้องเป็นระบบเดียวกัน โดยคนที่จะมาทำหน้าที่ควรเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ มีศักยภาพ มีความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ประจักษ์
นอกจากนี้เห็นว่าการควบรวมอาจส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่ เนื่องจากทั้ง 2 หน่วยงานระบบการบริหารงานแตกต่างกัน ผู้ตรวจการฯใช้ระบบแบบองค์กรอิสระ ขณะที่กรรมการสิทธิฯใช้ระบบแบบข้าราชการ ทำใหสิทธิประโยชน์แตกต่างกัน ดังนั้นควรกำหนดให้ชัดเจนด้วยว่าหากควบรวมทั้ง2 หน่วยงานไว้ด้วยกันแล้วจะใช้ระบบใด
"ทางผู้ตรวจ การฯขอฝากไปยังกมธ.ยกร่างฯให้ฟังเสียงของประชาชน เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะเป็นการปลดล็อคทำให้บ้านเมืองดีขึ้น เราไม่ได้ติดใจ แต่มองว่าอะไรที่ทำแล้วมีปัญหา ส่งผลกระทบต่อประชาชน ไม่บรรลุเป้าหมาย ก็ควรทำด้วยคามรอบคอบ เพราะการทำงานเร็วๆจะมีปัญหา บางอย่างถูกละเลยไม่ตอบสนองหรือตอบโจทย์ที่แท้จริงได้ อย่างไรก็ตาม ใน ขั้นตอนของการยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญควรที่จะให้ผู้แทนของ 2 หน่วยงานได้เข้าร่วมด้วย ไม่ใช่ทำกันเหมือนนั่งเทียน เพราะหากเป็นเช่นนั้นที่หวังว่าโครงสร้างที่รัดกุมอาจละหลวมได้ ผมรู้สบายใจและมีความสุขที่กมธ.ยกร่างฯยังกำหนดชื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นชื่อนำอยู่ แต่ต้องดูกันต่อไปว่าเกมนี้จะเป็นไปได้อย่างไรเพราะยังมีเสียงคัดค้านอยู่ จิ้งจกทักก็ต้องฟัง"ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าว
ด้าน พล.อ.วิทวัส กล่าวว่า ผู้ตรวจการฯไม่ได้ติดใจหากกมธ.ยกร่างฯจะควบรวมทั้ง 2 หน่วยงานหากเดินหน้าให้รวมเราก็พร้อมรวมแต่หากให้แยกเราก็พร้อมแยก แต่มองว่าการสิ่งสำคัญของการยกร่างฯคือต้องอุดช่องว่างของปัญหา เมื่อ ควบรวมแล้วก็ต้องไปดูว่าในการทำหน้าที่ในแต่ละเรื่องมีที่มาที่ไปอย่างไร และฝากให้กมธ.ยกร่างฯเขียนโครงสร้างอำนาจหน้าที่ในรัฐธรรมนูญไม่ให้เกิดความ ยืดเยื้อหรือยาวจนเกินไป เมื่อควบรวม 2 หน่วยงานแล้วการทำรายงานต่อสหประชาชาติเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ ส่วนเรื่ององค์อำนาจนั้นเห็นว่ามีจำนวน 5 คนเท่ากับกกต.มีความเหมาะสม ส่วนจะไปแบ่งหน้าที่อย่างไรก็ต้องพิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับชื่อองค์กรกับชื่อผู้ดำรงตำแหน่งต้องแยกกันเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน โดยตัวองค์กรจะใช้ชื่อผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิประชาชนก็ใช้ไป แต่ตัวกรรมการควรเรียกว่าผู้ตรวจการแผ่นดินก็น่าจะเพียงพอ เพราะชื่อนี้ถือว่าเริ่มติดตลาดซึ่งประชาชนจำได้แล้ว
เมื่อ ถามว่ากสม.ต้องรายงานการทำงานต่อสหประชาชาติทุกปีหากมีการควบรวมกับผู้ตรวจ การจะได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติหรือไม่ นายศรีราชา กล่าวว่า ข้อเท็จจริงไม่สามารถตอบคำถามแทนได้ แต่ถ้าหากสหประชาชาติมีความเข้าใจว่าแม้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อองค์กรแต่อำนาจ ในการทำหน้าที่ยังเหมือนเดิมก็ไม่น่ามีปัญหา หากสหประชาชาตินั้นทำหน้าที่เพียงคนที่คอยควบคุมและกระตุ้น แต่สิ่งสำคัญเราต้องทำให้ชัดเจน สิ่งที่เราทำเป็นผลดีต่อประเทศไทยไม่ใช่สหประชาชาติ เพราะเราไม่ได้ยืมจมูกคนอื่นหายใจ
ด้าน พล.อ.วิทวัส กล่าวว่า มาตรฐานเกี่ยวกับเรื่องสิทธิในประเทศไทยนั้น แม้สหประชาชาติจะเป็นผู้ประเมิน แต่หน้าที่สำคัญของคนไทยที่จะต้องไม่ทำให้อันดับเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของ ประเทศไทยตกลง เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจะมีผลกระทบต่อทั้งระบบเศรษฐกิจและสังคม







