
อย่าซ้ำเติมสถานการณ์
ไม่ว่าคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุลอบวางระเบิดบริเวณสยาม เมื่อค่ำวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา จะมีวัตถุประสงค์ใด และเป็นฝีมือคนกลุ่มไหน แต่เหตุการณ์นี้ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นสถานการณ์บ้านเมืองที่อยู่ภายใต้ประกาศกฎอัยการศึกอย่างสมบูรณ์แบบ
ไม่ว่าคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุลอบวางระเบิดบริเวณสยาม เมื่อค่ำวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา จะมีวัตถุประสงค์ใด และเป็นฝีมือคนกลุ่มไหน แต่เหตุการณ์นี้ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นสถานการณ์บ้านเมืองที่อยู่ภายใต้ประกาศกฎอัยการศึกอย่างสมบูรณ์แบบ
แปลความได้ว่าการสร้างความรุนแรงจงใจดิสเครดิตคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐบาลโดยตรง และได้ทำให้เกิดความหวั่นวิตกในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะกระทบต่อขวัญของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เกิดความหวาดผวาในการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนโดยทั่วไปขึ้น ณ ศูนย์กลางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ เป็นที่เรียบร้อย
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังการทำรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 เป็นครั้งแรก ซึ่งนอกจากเจตนาท้าทายอำนาจกองทัพแล้ว ยังมีนัยถึงความไม่พอใจต่อนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างมิอาจปฏิเสธ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงอาจโยนความผิดไปยังคู่ขัดแย้งทางการเมืองที่อาจไม่พอใจผลการลงมติคดีทุจริตโครงการจำนำข้าวของอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเพิ่งถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติถอดถอนสิทธิทางการเมืองไปก่อนหน้านี้
คนร้ายจะเป็นกลุ่มที่เจ้าหน้าที่คาดการณ์หรือไม่ก็ตาม แต่เป็นพฤติการณ์ที่มีเจตนาบ่อนทำลายความสงบสุขของประเทศ จงใจให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองซึ่งอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ทั้งการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองจากยุครัฐประหารไปสู่การเลือกตั้ง และภาวะดิ้นรนเอาตัวรอดจากวิกฤตเงินขาดมืออยู่ทั่วทุกหัวระแหง
เมื่อภัยร้ายที่ซุ่มอยู่ในเงามืดออกปฏิบัติการท้าทายเช่นนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะต้องปรับแนวทางการป้องกันความไม่สงบที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำเสียใหม่ให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น บริเวณไหนมีช่องโหว่ก็ควรเพิ่มเติมมาตรการเฝ้าระวัง แม้จะกระทบต่อความไม่ปกติสุขในการดำรงชีวิตของประชาชนอยู่บ้าง แต่เมื่อผลการดำเนินงานของรัฐบาล และคสช.เริ่มมีช่องโหว่ก็จำเป็นต้องปรับแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้
ภายใต้ภาวการณ์ที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาแนวโน้มสถานการณ์ได้ ไม่ว่าอนาคตการเมืองหลังจากนี้ที่ไม่รู้จะออกหัวออกก้อย เศรษฐกิจของประเทศที่ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะกอบกู้กลับมาได้แค่ไหน ปฏิเสธไม่ได้ว่าประชาชนคนไทยต้องการความมั่นใจ ต้องการความปลอดภัยในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะความคาดหวังต่อผู้นำรัฐบาลที่จะต้องขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ได้ประกาศไว้ให้พอจะจับต้องได้ภายใต้กำหนดเวลา
นอกจากนั้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่ออนาคตของประเทศ รัฐบาลและ คสช.ต้องคลายความอึมครึมของสถานการณ์ด้วยการตอกย้ำโรดแมปที่วางไว้ให้ชัดเจนว่าจะเดินไปตามนั้น เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งในเร็ววัน อย่าแทงกั๊กเพราะยิ่งจะทำให้สถานการณ์เปราะบาง







