
จ่อออกหมายจับมือบึ้มพบภาพจากกล้องมีต้องสงสัย2คน
ตำรวจเตรียมออกหมายจับผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิดทางเชื่อมสถานีสยาม พบภาพจากกล้องมีผู้ต้องสงสัย 2 ราย
ตำรวจเตรียมออกหมายจับผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิดทางเชื่อมสถานีสยาม พบภาพจากกล้องมีผู้ต้องสงสัย 2 ราย
เมื่อวันที่ 2 ก.พ. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร.ได้เรียก พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมกุล ผบช.น. พร้อมรองผบช.น. และทีมสืบสวน บก.สส.บช.น. กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เข้าประชุเพื่อเร่งรัดความคืบหน้าเหตุระเบิดที่ทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การสืบสวนคดีมีความคืบหน้าพอสมควร โดยพบว่าวัตถุระเบิดเป็นไปป์บอมบ์ โดยใช้ท่อเหล็กน้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม กว้าง 10 ซ.ม.ยาว 20 ซ.ม. ซึ่งคาดว่าคนประกอบระเบิดมีความชำนาญ เพราะจุดชนวนด้วยสายไฟต่อสายชนวน
"ระเบิดลักษณะแบบนี้ได้ประสานงานกับ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ตรวจสอบข้อมูลพบว่าเคยเกิดที่ สน.มีนบุรี ซึ่งมีกลุ่มฐาน ข้อมูลต้องสงสัย"พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่าจากการตรวจหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในการหาตัวผู้ก่อเหตุพบว่ากล้องบางตัวใช้การได้บางตัวใช้การไม่ได้ซึ่งชายต้องสงสัยที่ก่อเหตุมีหลายคนต้องใช้เวลาคัดกรอง ส่วนสาเหตุในการก่อเหตุไม่ชัดเจน
"จากที่ผ่านตำแหน่งหน้าที่มาหลายที่พบว่าระเบิดที่เกิดขึ้นล้วนมาจากสาเหตุจากการเมือง การระเบิดครั้งนี้อาจมีประเด็นเรื่องดิสเครดิตทางการเมือง ขณะนี้รัฐบาลก็มีแผนปรองดองอยู่แล้วฉะนั้นผมจึงต้องขอประณามผู้ก่อเหตุ หรือเพื่อทำลายการท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้การท่องเที่ยวไทยก็ดีขึ้น เลยหวังเพื่อทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว คนก่อเหตุนั้นเชื่อว่าหวังผลหลายอย่าง ยังไม่กล้าฟันธงว่ามาจากสาเหตุเรื่องอะไร"พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มีความเป็นห่วงและกำชับให้ติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาให้ได้ ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายต้องถูกจับแน่หากไม่หนีไปก่อน
อย่างไรก็ตาม คาดว่าออกหมายจับผู้ต้องหาได้ภายในสัปดาห์นี้ เชื่อว่าสามารถจับกุมคนร้ายได้แน่นอน
รายงานข่าวแจ้งว่า บุคคลต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่พบในภาพจากกล้องวงจรปิดเป็น ชาย 2 คน โดยคนแรกสวมเสื้อยืดสีขาวแขนยาว อีกคนสวมเสื้อสีขาวแขนสั้น และมีการถือถุงพลาสติกสีส้มที่คาดว่าใส่ระเบิดเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 20.03 น. ของวันที่ 1 ก.พ.







