posttoday
สปช.ยังไม่ส่งร่างกม.องค์การอิสระคุ้มครองผู้บริโภคให้ครม.

สปช.ยังไม่ส่งร่างกม.องค์การอิสระคุ้มครองผู้บริโภคให้ครม.

02 กุมภาพันธ์ 2558

สปช. มีมติไม่ส่ง ร่างพ.ร.บ. องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ครม.พิจารณา เหตุยังมีหลายมาตราที่ยังไม่สมบูรณ์

สปช. มีมติไม่ส่ง ร่างพ.ร.บ. องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ครม.พิจารณา เหตุยังมีหลายมาตราที่ยังไม่สมบูรณ์

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. เวลา 11.20  น. ณ รัฐสภา การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งมี ศ. เทียนฉาย กีระนันทน์ เป็นประธาน ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ... ที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.) การคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งมีนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เป็นประธาน พิจารณาแล้วเสร็จ

สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว คือการปฏิรูปโครงสร้างการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรม สนับสนุนให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการกำหนดหลักเกณฑ์ร่วมกับหน่วยงานรัฐ ลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้ประกอบการกับผู้บริโภค และเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการเพื่อสร้างผลิตผลด้านคุณภาพสู่สังคม ตลอดจนเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ จึงได้บัญญัติให้มีองค์การเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นอิสระจากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนผู้บริโภค ทำหน้าที่ให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐในการตรวจและการบังคับใช้กฎหมายและกฎ และให้ความเห็นในการกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งตรวจสอบและรายงานการกระทำหรือการละเลยการกระทำอันเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งนี้ให้รัฐสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการขององค์กรอิสระดังกล่าวด้วย

หลังจากนั้นที่ประชุม สปช. ได้มีการอภิปรายในประเด็นดังกล่าว อาทิ นายคุรุจิต นาครทรรพ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ที่จะให้มีองค์การอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคที่ไม่อยู่ภายใต้กำกับของรัฐ เพราะปัจจุบันมีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่เป็นหน่วยงานในการคุ้มครองผู้บริโภคอยู่แล้ว การตั้งองค์กรอิสระที่มีอำนาจหน้าที่ซ้ำซ้อนกับ สคบ. จะทำให้เกิดความสับสนในการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือไม่ เช่น การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การดำเนินคดีแทนผู้บริโภค เป็นต้น

นอกจากนี้การตั้งองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคโดยภาคเอกชน  ซึ่งกำหนดให้ซึ่งรัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณในจำนวนที่เพียงพอสำหรับการบริหารและค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่า 3 บาทต่อหัวประชากร หากประชากรมี 68 ล้านคน ก็จะมีเงินอุดหนุนไม่ต่ำกว่าปีละ 200 ล้านบาท ซึ่งต้องรายงานให้นายกฯ ทราบ และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สามารถตรวจสอบบัญชีได้ แต่รัฐสภาไม่สิทธิตรวจสอบหรือถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งให้องค์กรดังกล่าวได้ จึงยังขาดกลไกในการถ่วงดุลอำนาจดังกล่าว

“ผมไม่ขัดข้องหากองค์กรนี้มีหน้าที่วิจัยปัญหาของผู้บริโภค เสนอแนะแนวทางและมาตรการแก้ไขเพื่อให้ฝ่ายบริหารได้แก้ไข แต่ไม่ใช่แย่งงานฝ่ายบริหารไปทำเอง และใช้งบประมาณแผ่นดินโดยขาดการตรวจสอบ เหตุใดจึงไม่แก้ไขกฎหมายสคบ. ด้วยการเพิ่มตัวแทนผู้บริโภคเข้าไปเป็นกรรมการ ที่สำคัญร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ น่าจะเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน ตามรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติว่าคณะรัฐมนตรี(ครม.) เท่านั้นที่จะเป็นผู้เสนอกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงินได้ ดังนั้นก่อนที่สปช.จะรับหลักการควรจะปรึกษากับครม.ก่อน" นายคุรุจิต กล่าว

นายเสรี สุวรรณภานนท์ สปช. กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่า การตั้งองค์การอิสระขึ้นมาโดยไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐ คือแยกอิสระเด็ดขาด จึงขอให้พิจารณาให้ถี่ถ้วนเพราะการยึดโยงกับการบริหารต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน ความเป็นอิสระต้องตรวจสอบได้โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) แต่หากเป็นแบบนี้ก็เป็นอิสระแบบเอกชน และกรรมการในชุดนี้ต้องตรวจสอบได้  ส่วนเรื่องเงินอุดหนุนที่รัฐต้องจัดสรรให้เพียงพอนั้น มีในบทเฉพาะกาลแล้ว ที่เป็นครั้งเดียวก็ถือว่าจบไป แต่ในร่างนี้กลับบัญญัติไว้ในมาตรา 8 อีก นอกจากนี้สัดส่วนของกรรมการในองค์การฯไม่ใช่มาจากองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค แต่มาจากองค์กรที่คุ้มครองผู้ประกอบการมากกว่า จึงอยากให้มีการแก้ไข

ทั้งนี้ประชุม สปช. มีมติไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ด้วยมติเห็นชอบ 72 คะแนน ไม่เห็นด้วย 145 คะแนน งดออกเสียง 7 คะแนน ไม่ประสงค์ลงคะแนน 0 คะแนน อย่างไรก็ตาม ประธานที่ประชุม สปช. ให้กมธ. พิจารณาแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว 30 วัน ก่อนที่จะนำเข้ามาพิจารณาอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท