posttoday
กระแสโลกกับบทบาทองค์กร กำกับดูแล (ตอนจบ)

กระแสโลกกับบทบาทองค์กร กำกับดูแล (ตอนจบ)

02 กุมภาพันธ์ 2558

โดย...สำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

โดย...สำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ในฉบับที่ผ่านมาได้มีการกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของภาคการเงินและตลาดทุนของโลก และการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของสถาบันการเงิน โดยในส่วนของการสร้างกลไกการกำกับดูแลสถาบันการเงินเพื่อให้เกิดความยั่งยืน อันจะทำให้สถาบันการเงินเข้มแข็งและปรับตัวได้นั้น จะรวมถึงการส่งเสริมและผลักดันมาตรฐานการจัดการและการบริหารความเสี่ยงของสํานักหักบัญชีของไทยให้ได้รับ EMIR recognition มีความจําเป็นด้วยเหตุผล สําคัญ คือ

ผลต่อระดับขององค์กร เพื่อทำให้สามารถขยายตลาดจากการให้บริการClering Service กับสาขาของผู้ให้บริการทางการเงินของสหภาพยุโรปได้

ผลต่อตลาดในวงกว้างจะทำให้ลูกค้าต่างประเทศที่เป็นผู้ให้บริการทางการเงินในสหภาพยุโรป ได้แก่ ธนาคาร สำนักงานการลงทุนที่ซื้อขายกับบริษัทหลักทรัพย์ไทย ไม่ต้องมีต้นทุนด้านเงินกองทุนเพื่อทำธุรกรรมซื้อขายหลักทรัพย์ หรือ Derivatives ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้หากสถาบันเหล่านี้จะต้องมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ความน่าสนใจของการลงทุนใน ตลท.ลดลง

2.2 การดูแลผู้ใช้บริการทางการเงินและความเป็นธรรมต่อลูกค้า

1) จากความต้องการของภาคประชาชน ได้แก่ ประชาชนทั่วไปต้องการให้ภาครัฐเข้ามาคุ้มครองช่วยเหลือเยียวยาช่วยให้มีแหล่งรายได้และช่วยให้เข้าถึงกองทุนและการใช้บริการทางการเงิน รวมทั้งมีแหล่งสะสมเงินทุนเพื่อการออมให้มีเงินไว้ใช้เมื่อยามจำเป็นและใช้ในยามเกษียณ และผู้สะสมเงินออมให้มีเงินไว้ใช้เมื่อยามจำเป็นและใช้ในยามเกษียณ และผู้สะสมเงินออมบริโภคสินค้าหรือใช้บริการในตลาดทุนต้องการความคุ้มครองเพิ่มมากขึ้น เพื่อไม่ให้ตนเองเสียหาย ขาดทุน หรือถูกเอาเปรียบจากผู้ที่ลงทุน รู้ไม่ทัน ไม่เข้าใจ และไม่รู้จักเพียงพอถึงนวัตกรรมทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก หรือไม่เข้าใจเงื่อนไขของสินค้าและบริการที่ซับซ้อนหรือไม่เป็นธรรม แม้กระทั่งถูกชี้นำจากแรงดึงดูดทางจิตวิทยาของการโฆษณาสินค้าหรือบริการด้านการลงทุนต่างๆ

2) จากบทเรียนของวิกฤตที่ส่งผลกระทบให้ผู้ลงทุนรายย่อยในต่างประเทศจำนวนมากเสียหายจากการลงทุนในผลิตภัณฑ์การเงินที่ซับซ้อนที่ตนเองไม่เข้าใจ และคิดว่าเป็นตราสารที่คล้ายเงินฝาก

ทางการจึงควรเพิ่มประสิทธิภาพการ พัฒนากฏเกณฑ์และแนวปฏิบัติของสถาบันการเงิน โดยการศึกษาวิเคราะห์พฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้ลงทุนและสถาบันการเงิน และปรับปรุงกฎเกณฑ์การกำกับดูแลการผลิตและการขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ซับซ้อนของสถาบันการเงิน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายการกำกับดูแลของสากล

2.3 การกำกับดูแลสถาบันการเงินให้มั่นคง และมีการบริหารความเสี่ยงที่ดีและเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

1.จากความพยายามปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านการเงินของโลก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตซ้ำอาจพิจารณานำแนวนโยบายกฎเกณฑ์และมาตรฐานการกำกับดูแลของสากลมาใช้ในการกำกับดูแลสถาบันการเงินและระบบชำระเงินของประเทศ โดยจะให้องค์กรกำกับดูแลมีดุลพินิจในการกำหนดกฎเกณฑ์ โดยต้องคำนึงถึงสภาพพื้นฐานของตลาดในประเทศ ความพร้อมของผู้ประกอบธุรกิจและผู้ลงทุนประกอบด้วย

2.แนวนโยบายสากลในการกำกับดูแลความเสี่ยงจากสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารของ Financial Stability Board (FSB) เพื่อควบคุมและป้องกันระบบความเสี่ยง และ Regulatory Arbitrage ที่เกิดจากสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารจะเป็นประโยชน์กับการกำกับสถาบันการเงินแบบรวมกลุ่ม เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์และกลุ่มธุรกิจการเงินที่ทำธุรกิจด้านการให้สินเชื่อและเป็นสถาบันการเงินในตลาดทุนที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างเหมาะสม ซึ่งจะสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงให้แก่ระบบธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินในตลาดทุนโดยรวม

3.แนวนโยบายและมาตรฐานสากลในการกำกับดูแลองค์กรที่ทำระบบชำระราคาด้านหลักทรัพย์ ซึ่งกำหนดแนวนโยบายและมาตรฐานสากลในเรื่องระบบการชำระเงิน ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (CSDs) ระบบชำระราคาด้านหลักทรัพย์ และการทําหน้าที่เป็นคู่สัญญากลาง (CCPs) เพื่อให้ระบบชําระเงินหรือชําระราคามีมาตรฐานในการบริหารความเสี่ยงเดียวกันทั่วโลกโดยกําหนดหลักการในด้านต่างๆ เช่น โครงสร้างองค์กร บรรษัทภิบาล การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งกําหนดบทบาทของธนาคารกลางและองค์กรกํากับดูแลขององค์กรในระบบชําระเงินและชําระราคาด้านหลักทรัพย์

ในเรื่องนี้จึงจําเป็นที่องค์กรกํากับดูแลฯ จะจัดให้มีกลไกการกํากับดูแลระบบการชําระราคาหลักทรัพย์ที่เหมาะสมและรัดกุม และเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อทําให้มั่นใจได้ว่าผู้ให้บริการในตลาดทุนไทยมีความมั่นคง มีเสถียรภาพ และจัดการความเสี่ยงจากการดําเนินงานอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีเงินทุนที่เพียงพอ โดยสะท้อนระดับความเสี่ยงจากการดําเนินธุรกิจและสามารถประกอบการได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสภาวะวิกฤตของตลาด

จากแนวโน้มกระแสการเปลี่ยนแปลงและความต้องการของทุกภาคส่วนที่เพิ่มขึ้น สถาบันการเงินจึงต้องพัฒนาศักยภาพและสร้างนวัตกรรมเพื่อพร้อมต่อการแข่งขัน พร้อมกับเป็นกลไกสนับสนุนระบบเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ทางการก็มีความจําเป็นที่จะต้องพัฒนาแนวปฏิบัติและเพิ่มประสิทธิภาพของกฎเกณฑ์และบทบาทในการกํากับสถาบันการเงินเพื่อให้มีความยืดหยุ่น เหมาะสมกับสภาพแข่งขัน รวมทั้งคุ้มครองผู้ลงทุนได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับมาตรฐานการกํากับดูแลของสากล

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท