
ต้องรอดูกันต่อไป
สำนักข่าวเวิลด์บูลเล็ทตินแห่งตุรกี แสดงทัศนะเกี่ยวกับวิกฤตชาวญี่ปุ่นถูกกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามจับเป็นตัวประกันว่า วิกฤตตัวประกันอาจเป็นเชื้อไฟให้รัฐบาลญี่ปุ่นเดินหน้าความพยายามยกระดับกองทัพญี่ปุ่น ในขณะที่หลายฝ่ายกังวลว่านโยบายด้านความมั่นคงที่ผ่านมาของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ จะส่งผลให้ญี่ปุ่นโดนลากเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามในตะวันออกกลาง
สำนักข่าวเวิลด์บูลเล็ทตินแห่งตุรกี แสดงทัศนะเกี่ยวกับวิกฤตชาวญี่ปุ่นถูกกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามจับเป็นตัวประกันว่า วิกฤตตัวประกันอาจเป็นเชื้อไฟให้รัฐบาลญี่ปุ่นเดินหน้าความพยายามยกระดับกองทัพญี่ปุ่น ในขณะที่หลายฝ่ายกังวลว่านโยบายด้านความมั่นคงที่ผ่านมาของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ จะส่งผลให้ญี่ปุ่นโดนลากเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามในตะวันออกกลาง
ก่อนหน้านี้รัฐบาลญี่ปุ่นให้การสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรต้านไอเอสที่นำโดยสหรัฐ รวมถึงการประกาศงบประมาณช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 200 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการสนับสนุนสืบเนื่องมาจากการอยู่ข้างสหรัฐต่อสงครามตะวันออกกลาง ทั้งสงครามอ่าวเปอร์เซีย ปี 1991 และสงครามอิรัก ปี 2003 และยังเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของญี่ปุ่นอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม กฎหมายในปัจจุบันไม่เกื้อหนุนให้รัฐบาลญี่ปุ่นทำอะไรได้มากนัก ดังนั้นรัฐบาลอาเบะจึงได้พยายามที่จะแก้ไขและพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับกองกำลังป้องกันตัวเอง ซึ่งจะทำให้ความร่วมมือทางการทหารระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นแน่นแฟ้นขึ้นไปอีก
ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2014 ที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นผ่อนคลายกฎการส่งออกอาวุธ และในขณะที่เกิดวิกฤตตัวประกัน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศก็อยู่ที่ลอนดอนเพื่อพัฒนากองกำลังป้องกันตัวเอง
ทั้งนี้ เวิลด์บูลเล็ทติน ระบุว่า ก่อนที่นโยบายด้านความมั่นคงของญี่ปุ่นจะส่งผล ทางรัฐบาลจะต้องผ่านร่างกฎหมายกองกำลังป้องกันตัวเองใหม่เสียก่อน ซึ่งความเห็นสาธารณชนต่อเรื่องดังกล่าวก็แบ่งเป็น 2 ฝ่าย และในขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะเห็นผลกระทบของวิกฤตตัวประกันต่อนโยบายด้านความมั่นคงของญี่ปุ่น ซึ่งยังต้องรอดูกันต่อไป







