
ผู้ว่าฯกาญจน์เล็งสร้างมัคคุเทศน์น้อยพาทัวร์วัดหลวงพ่ออุตตมะ
ผู้ว่าฯเมืองกาญจน์เตรียมอบรมมัคคุเทศก์น้อยหวังขายท่องเที่ยว หลังเขื่อนวชิราลงกรณ์แห้งขอดจนวัดวังก์วิเวการามที่จมอยู่โผล่พ้นน้ำสามารถเข้าไปท่องเที่ยวได้
ผู้ว่าฯเมืองกาญจน์เตรียมอบรมมัคคุเทศก์น้อยหวังขายท่องเที่ยว หลังเขื่อนวชิราลงกรณ์แห้งขอดจนวัดวังก์วิเวการามที่จมอยู่โผล่พ้นน้ำสามารถเข้าไปท่องเที่ยวได้
นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ภายหลังจากที่อำเภอสังขละบุรีประสบกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก เป็นเหตุทำให้ทะเลสาบซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขื่อนวชิราลงกรณ์แห้งขอด ทำให้เมืองบาดาลที่จมอยู่ใต้น้ำมาเป็นเวลากว่า 27 ปี ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นดิน และมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยี่ยมชมเมืองบาดาลเป็นจำนวนมาก สำหรับเมืองบาดาลนั้นอดีตคือวัดวังก์วิเวการามเดิม ที่หลวงพ่ออุตตมะเป็นผู้ก่อสร้างขึ้นมา เมื่อปี 2496 โดยมีชาวกะเหรี่ยง และชาวมอญ ที่อพยพเข้ามาช่วยกันก่อสร้าง ในบริเวณดังกล่าวเรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสามสาย คือ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตีไหลผ่าน
อย่างไรก็ตามต่อมาในปี 2527 มีการก่อสร้างเขื่อนเขาวชิราลงกรณ หรือเดิมชื่อ เขื่อนเขาแหลม ทำให้น้ำเข้าท่วมอำเภอสังขละบุรีเก่ารวมทั้งวัดวังก์วิเวการามด้วย หลวงพ่ออุตตมะจึงได้ย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขา ส่วนวัดเดิมได้จมอยู่ใต้น้ำมาเป็นเวลากว่า 20 ปี โดยในช่วงฤดูแล้งประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน น้ำจะลดระดับลง ทำให้สามารถมองเห็นโบสถ์ของวัดได้อย่างชัดเจน และนักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือไปเที่ยวชมได้ แต่ในช่วงน้ำขึ้นระดับน้ำจะสูงท่วมเกือบทั้งหมด เหลือเพียงยอดโบสถ์ให้เห็นเท่านั้น และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอสังขละบุรี ในชื่อเมืองบาดาล
ทั้งนี้จากปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น ทางเขื่อนมีความจำเป็นที่จะต้องระบายน้ำเพื่อนำไปช่วยเหลือเกษตรกร ประกอบกับในปีนี้ฝนตกลงมาช้ากว่าปกติ ทำให้ทะเลสาบที่ท่วมวัดวังก์วิเวการามเดิมลดลงจนแห้งขอด ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวเมืองบาดาลสามารถเดินเข้าเยี่ยมชมโบสถ์ได้อย่างสะดวก แต่อย่างไรก็ตามอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้าคาดว่าน้ำก็จะกลับมาท่วมเหมือนเดิม จึงอยากให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวชมความงดงามของโบสถ์ และศาลาการเปรียญ ของวัดวังก์วิเวการามเดิมอย่างใกล้ชิด เดินทางมาชมก่อนเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้
นอกจากนักท่องเที่ยวยังสามารถได้ชมพื้นที่ที่เป็นที่ว่าการอำเภอสังขละบุรีเก่าได้ โดยจะพบว่าจุดที่เป็นที่ว่าการอำเภอเก่าจะมีหมุดปูนสี่เหลี่ยม กว้าง 1 ฟุต ยาว 1 ฟุต แสดงเป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอ และมีร่องรอยในอดีตหลงเหลือให้เห็นอยู่ พร้อมกันนี้จะได้จัดอบรมให้ความรู้กับเยาวชนในพื้นที่เพื่อให้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์น้อยแนะนำนักท่องเที่ยวให้ทราบข้อมูลที่แท้จริงอีกด้วย







