
โตกลางทาง
วันหยุดของครอบครัวเราเพิ่งจะผ่านพ้นไปหมาดๆ แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็มีความสุข หลังจากได้ใช้เวลาเป็นอาทิตย์ๆ
วันหยุดของครอบครัวเราเพิ่งจะผ่านพ้นไปหมาดๆ แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็มีความสุข หลังจากได้ใช้เวลาเป็นอาทิตย์ๆ สำหรับการวางแผน ใช้เวลาเป็นเดือนๆ สำหรับการจองตั๋วจับจ่ายซื้อของ ใช้เวลาเป็นวันๆ สำหรับจัดกระเป๋า และใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆ เพื่อเดินทางไปยังจุดหมาย ระหว่างนั้นหลากหลายเรื่องราวเกิดขึ้น มีทั้งเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม น้ำตา ความตื่นเต้น เคร่งเครียด สนุกสนาน รวมไปถึงการทะเลาะถกเถียง
แต่ทุกคนก็ช่วยประคับประคองคลี่คลายให้ผ่านพ้นไปได้ ด้วยความรัก ความผูกพัน และความรู้สึกของการเป็นครอบครัว ซึ่งอย่างไรก็คงตัดไม่ขาด ไม่สามารถลาออก หรือเลิกเป็นได้!!!
การเดินทางเป็นกลุ่มคณะหรือเป็นครอบครัวนั้นให้สีสันที่แตกต่างจากการท่องเที่ยวเพียงลำพังอย่างมาก ถึงแม้จะไม่ได้มีประสบการณ์ช่ำชองหรือโชกโชน แต่ผู้เขียนก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่นชอบการเดินทางคนเดียว ซึ่งในวันนี้ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่อีกต่อไป
จากผลการสำรวจพบว่า ปัจจุบันมีคนนิยมท่องเที่ยวคนเดียวมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในจำนวน “โซโล่ ทราเวลเลอร์” ที่เพิ่มขึ้นก็เป็นผู้หญิงมากขึ้น จากที่เคยเป็นคนในวัย 18-30 ก็ขยายกลุ่มอายุออกไปถึง 54 ปี คนเดินทางคนเดียวก็ไม่ใช่คนโสดเสมอไป ผู้หญิงหลายคนทิ้งสามีหรือคนรักไว้ที่บ้านแล้วออกท่องโลก และเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเพียงลำพัง บริษัททัวร์ โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ฯลฯ อาจจะต้องปรับเปลี่ยนเพื่อที่ให้เข้ากับเทรนด์นี้
เสน่ห์ของการเดินทางคนเดียว คือ การได้ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ ไม่ต้องกังวลความรู้สึกนึกคิดของคนร่วมทริป ไม่ต้องทะเลาะกับใครว่าจะกินอะไร พักที่ไหน ตารางการเดินทางสามารถปรับเปลี่ยนแปลงได้ตลอดตามใจ ไม่มีใครคัดค้านหากคุณจะใช้เวลาทั้งวันอ่านหนังสือในร้านกาแฟที่ชื่นชอบ ไม่มีใครต่อว่าหากคุณต้องการจะเดินขึ้นเขาทั้งวันหรือชมภาพเขียนทุกๆ ชิ้นในพิพิธภัณฑ์อันเก่าครึ ไม่มีใครบ่นเมื่อหลงทางไปไกลครึ่งค่อนเมือง ทุกกิจกรรมระหว่างนั้นเป็นสิ่งที่คุณเลือกเอง ไม่ว่าจะจ่ายเงินไปเรียนทำอาหารอินโดนีเซีย หรือเข้าคอร์สเต้นระบำหน้าท้องแบบอินเดีย ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนคนเดียวคือ ตัวเอง
การเดินทางคนเดียวทำให้เราได้รู้จักหรือมีปฏิสัมพันธ์กับคนท้องถิ่นมากขึ้น แม้อาจจะเคยพบเจอคนที่จ้องมองและกระทำไม่เหมาะสมใส่ แต่ระหว่างนั้นเราก็ได้พบกับคนที่มีความอบอุ่นและความเมตตากับเราในรูปแบบที่ไม่คาดคิด
นักศึกษาสาวที่ซื้อชาร้อนๆ เลี้ยงเราบนรถไฟอันหนาวเหน็บระหว่างเดินทางจากพลปูร์ไปกัลกัตตา
เจ้าของเกสต์เฮาส์ที่หลวงพระบางซึ่งเชื้อเชิญเราร่วมงานเลี้ยงของครอบครัวอันอิ่มเอมสนุกสนาน
หญิงชราผู้พลีชีพลุกขึ้นต่อว่าพนักงานเก็บเงินเพื่อให้เราจ่ายค่ารถเท่ากับคนท้องถิ่นเวียดนาม ...ฯลฯ
ไม่ว่าจะอย่างไรคงไม่มีใครสามารถพูดได้เต็มปากว่า การเดินทางคนเดียวเป็นเรื่องง่าย เมื่อความกล้าหาญ ความอดทน และความตั้งใจที่จะปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ถูกทดสอบ สิ่งที่คนเดินทางลำพังโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวหญิงต้องตระหนักมากที่สุดคือ ความปลอดภัย ระหว่างการเดินทางเราต้องพบเจอผู้คนที่แตกต่างด้วยความคิด ความเข้าใจ อคติ ฯลฯ เพราะฉะนั้นแล้วก่อนเดินทางจึงต้องมีการทำการบ้าน เพื่อเรียนรู้ที่จะแต่งตัว แสดงออกหรือใช้ภาษากายที่เหมาะสม และอื่นๆ อีกมากมาย หลังจากที่ทำการบ้านมาอย่างดีแล้ว สิ่งที่อยู่นอกเหนือนั้นก็ต้องใช้ใจและสัญชาตญาณ
การออกเดินทางคนเดียวโดยเฉพาะครั้งแรกนั้นต้องใช้แรงบันดาลใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่าของคนที่มีประสบการณ์มาแล้ว หรือจากหนังสือ หรือแม้แต่หนังก็สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เราได้ ย้อนเวลากลับไปเมื่อราว 5 ปีที่แล้ว มีหนังเรื่อง Eat Pray Love ที่ทำให้คนจำนวนมากออกเดินทางเพื่อไปค้นหาสิ่งที่แตกต่างและแปลกใหม่
สำหรับหลายๆ คนการเดินทางลำพังได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้ ด้วยนี่เป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่เกี่ยวกับเรื่องความเป็นอิสระ การพึ่งพาตัวเอง และการสร้างความมั่นใจ ซึ่งทุกคนน่าจะได้ลอง... สักครั้ง
ไม่ว่าจะใช้เวลาเป็นเดือนๆ แบกเป้เดินทางรอบโลก หรือจะแค่ 1 วันกับการออกสำรวจย่านซึ่งคุณอาศัยอยู่ เชื่อว่าผลที่ได้จะทำให้คุณประหลาดใจ นี่เป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมซึ่งจะสนุกและเห็นการเจริญเติบโตของตัวเอง







