posttoday

ขุดรากนักล่าหัวคิว เก็บส่วยแท็กซี่สุวรรณภูมิ

01 กุมภาพันธ์ 2558

ปัญหากลุ่มมาเฟียในสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองที่ใช้อิทธิพลเถื่อนเรียกรับ “เบี้ยบ้ายรายทาง”

ปัญหากลุ่มมาเฟียในสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองที่ใช้อิทธิพลเถื่อนเรียกรับ “เบี้ยบ้ายรายทาง” จากบรรดาคนขับรถแท็กซี่ และนำไปสู่การโขกค่าบริการต่างๆ จากผู้โดยสาร จนมีเสียงร้องเรียนดังระงมไปทั่วทั้งสนามบิน ยังคงเป็นหนังม้วนเดิมที่ฉายซ้ำ เพราะแม้ว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเข้ามาจัดระเบียบแท็กซี่ในสนามบินไปพักใหญ่ๆ แล้ว แต่มาเฟียและผู้มีอิทธิพลกลุ่มเดิมๆ พยายามกลับมาแสวงหาประโยชน์ ประหนึ่งว่าสนามบินนานาชาติของไทยเป็นแหล่งหากิน “ของตาย”

นายตำรวจใหญ่ชั้นนายพลปัจจุบันยังรับราชการอยู่ เปิดเผยกับ “โพสต์ทูเดย์” ว่า กลุ่มที่เข้ามาหากินกับแท็กซี่ในสนามบินสุวรรณภูมิในวันนี้ คือกลุ่มผู้มีอำนาจในอดีตที่เคยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากบรรดาผู้ขับขี่รถแท็กซี่สนามบิน เหมือนเดินเหยียบย้ำรอยเท้าเดิม ซึ่งผู้มีอิทธิพลส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารอากาศ เช่น กลุ่มอดีตนายพลอักษรย่อ “ม” เจ้าเดิมที่คุมเกมผลประโยชน์ใต้ดินไว้ทั้งหมด 

“กลุ่มที่เก็บหัวคิวแท็กซี่เป็นกลุ่มของอดีตนายพลที่ทำธุรกิจเก็บส่วยจัดระเบียบวินแท็กซี่ในสุวรรณภูมิ หรือนำรถแท็กซี่ข้างนอกมาวิ่งทับรอยแท็กซี่ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง เวลาเก็บส่วย จะจ้างลูกนักเลงมาทำ” นายพลคนเดิม ระบุ

แหล่งข่าวจากคนมีสีอีกราย เปิดเผยว่า พวกมาเฟียในสนามบินสุวรรณภูมิยังมีอำนาจเหนือหน่วยงานรัฐ เพราะมีอำนาจถึงขั้นจัดคิวผู้โดยสารให้กับแท็กซี่ที่จ่ายใต้โต๊ะ สนนราคา 100-200 บาท/คัน/ผู้โดยสาร 1 ครั้ง ขึ้นอยู่กับระยะทางและจุดหมายที่รับส่ง แม้รถแท็กซี่บางคันจะมีสภาพเก่า รถบางคันหมดอายุห้ามวิ่งรับผู้โดยสาร แต่ก็ยังสามารถนำมาวิ่งรับได้ โดยเฉพาะตรงจุดจอดรับผู้โดยสารด้านล่างของสนามบินสุวรรณภูมิ นับเป็นจุดที่เคยหากินกัน ซึ่งวันนี้มีรถแท็กซี่ต่อคิวรอรับผู้โดยสารหลายพันคันต่อวัน

“ทุกวันนี้ปัญหาอบายมุขกลับมาหมด พวกแท็กซี่ที่จอดรอก็จับกลุ่มพูดคุยในช่วงที่ยังไม่ได้รับผู้โดยสาร และมีกิจกรรมการเล่นการพนัน  โดยเฉพาะไฮโล เป็นที่นิยมของแท็กซี่ มีการแทงฟุตบอล ไปจนถึงเล่นมวยตู้ อีกทั้งภายในสนามบินสุวรรณภูมิมีพื้นที่กว้างใหญ่ การจัดการจึงเป็นไปได้ยาก เพราะผู้มีอิทธิพลหลายกลุ่ม พวกมีสี ที่เข้าจับจองจัดระเบียบคิวแท็กซี่ สร้างรายได้ทุกวิถีทางเหมือนที่เคยทำมา”

ขณะที่บรรดาแท็กซี่ที่สนามบินดอนเมืองก็ประสบชะตากรรมไม่ต่างกัน แหล่งข่าวตำรวจนายหนึ่งที่รู้ตื้นลึกหนาบางยุทธจักรมาเฟียแท็กซี่สนามบินดี บอกว่า แท็กซี่ที่ต้องการมารับผู้โดยสารภายในสนามบินดอนเมืองจะต้องจ่าย “ค่าต๋ง” ให้กับกลุ่มผู้มีอิทธิพล ซึ่งเป็นกลุ่มนายทหารเกษียณราชการแต่มากบารมี และเป็นเครือข่ายเดียวกับมาเฟียสุวรรณภูมิ โดยจะมีนักเลงเดินเก็บค่าเข้าสำหรับแท็กซี่ป้ายเหลืองคันละ 10 บาท เฉลี่ยแล้วต่อวันจะมีรายได้หลายแสนบาท

“การเรียกค่าต๋งที่ดอนเมืองจะไม่เหมือนกับที่สุวรรณภูมิ เพราะผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นคนไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติน้อย แต่หากจะเข้าไปรับคนก็ต้องจ่ายค่าผ่านทางอยู่ดี อีกทั้งมาเฟียกลุ่มนี้ยังเรียกค่าน้ำจากร้านค้า โรงแรม ร้านเครื่องประดับ ที่แท็กซี่จะไปส่งนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อการันตีว่าแท็กซี่จะนำนักท่องเที่ยวเข้าพักหรือไปซื้อของในร้าน แต่หากร้านค้าหรือโรงแรมไม่จ่ายก็ไม่มีลูกค้าไปจนถึงถูกก่อกวน”

เขาเล่าว่า ปัญหามาเฟียสนามบินนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรู้ปัญหาแต่จัดการไม่ได้ และรู้มาว่ามีการ “จ่ายค่าปิดปาก” ให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่รับผิดชอบในการจัดระเบียบแท็กซี่ปีละกว่า 50 ล้านบาท เพื่อสงวนสิทธิให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้าไปควบคุมการจัดคิวแท็กซี่ทั้งหมด และถึงขั้นกำหนดได้ว่าจะให้แท็กซี่คันไหนไปส่งนักท่องเที่ยวที่ใดบ้าง

“ในสนามบินยังมีไกด์ผีที่โฉบเข้าหานักท่องเที่ยว แล้วเรียกแท็กซี่เถื่อนที่อยู่รอบสนามบินมารับ และเรียกค่าโดยสารเหมาจ่ายที่เรียกว่ามหาแพง ทำให้นักท่องเที่ยวเสียทรัพย์สินอันไม่ควร เมื่อรู้ภายหลังว่าถูกโกงก็พูดต่อๆ กัน ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย” แหล่งข่าวจากวงการสีกากี ย้ำ

อย่างไรก็ตาม ประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานบอร์ด บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ชี้แจงว่า ปัญหามาเฟียในสนามบินถูกแก้ไขหมดแล้วในยุคที่ คสช.เข้ามา  แต่ยอมรับว่าในอดีตมีกลุ่มผู้มีอิทธิพล 6-7 กลุ่ม ตั้งโต๊ะเขียนคิวรับผู้โดยสารให้กับแท็กซีี่ โดยแท็กซี่ต้องจ่ายเงินเป็นค่าหัวคิว ซึ่งหลังจากทหารได้เข้ามาจัดการมาเฟียเหล่านี้  ทอท. ได้ปรับระบบการออกคิวมาเป็นระบบอัตโนมัติ โดยแท็กซี่ที่จะมารับผู้โดยสารต้องผ่านช่องอัตโนมัติที่ ทอท.เตรียมไว้ 10 ช่อง เมื่อได้บัตรคิวมาจึงจะมารับผู้โดยสารได้

“ตอนนี้ไม่มีแล้ว พอทหารเข้ามา มาเฟียก็กระเจิงหมดเลย” ประธานบอร์ด ทอท.ให้ความมั่นใจ

ทว่า จากปากคำของ ณรงค์ มีผล ประธานสมัชชาแท็กซี่แห่งชาติ กลับระบุว่า ปัญหาผู้มีอิทธิพลที่เกาะกุมผลประโยชน์แท็กซี่สนามบินยังมีอยู่ ปัจจุบันแท็กซี่ในสุวรรณภูมิมี 43 กลุ่ม บางกลุ่มมีคนมีสีและผู้มีอิทธิพลหนุนหลัง และใช้แท็กซี่เป็นกลไกเรียกร้องเรื่องต่างๆ เช่น ล่าสุดที่มีการขอเก็บค่าสัมภาระเพิ่ม และขอให้เรียกค่าโดยสารแบบเหมาจ่ายได้ ล้วนแล้วแต่ถูกชักใยโดยผู้มีอิทธิพลทั้งนั้น

ณรงค์ ระบุว่า ที่ผ่านมามีความพยายามผลักดันให้นิติบุคคลรายหนึ่ง ที่มีผู้มีอิทธิพลรายหนึ่งเป็นเจ้าของ เข้ามาบริหารลานจอดรถในสนามบินสุวรรณภูมิ และมีสิทธิในการเก็บจอดรถ 10 บาท/คัน หรือในวงการแท็กซี่เรียกว่า “ค่าผ่านแดน” อีกทั้ง “เจ้าหน้าที่รัฐ” ทำตัวเป็นมาเฟียเรียกค่าหัวคิวจากแท็กซี่เสียเอง เช่น ตั้งโต๊ะและให้เด็กไปเจรจากับผู้โดยสารเพื่อเรียกค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย โดยได้ส่วนแบ่งเป็นค่าหัวคิว ขบวนการนี้เพิ่งถูกจับเมื่อ พ.ย.ปีที่แล้ว

นอกจากนี้ ในการลงทะเบียนคนขับแท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิกับ ทอท. 6,000 คัน ช่วงที่ผ่านมา กลับพบว่า แท็กซี่บางส่วนต้องไปรับกับหัวหน้าแท็กซี่กลุ่มต่างๆ โดยต้องจ่ายกันถึงหลักหมื่นบาทต่อคัน

แหล่งข่าวจากแท็กซี่สุวรรณภูมิ ตีแผ่ว่า แม้ปัจจุบันบริเวณชั้น 1 ที่่มีการลงทะเบียนแท็กซ่ี่รับผู้โดยสารถูกกฎหมาย ซึ่งจะไม่มีปัญหาการเรียกเก็บค่าหัวคิว แต่ถ้าไปดูชั้น 2 จะเป็นกลุ่มของรถแท็กซี่ป้ายดำและรถลีมูซีนของบริษัทที่เข้ามาฝังตัว โดยจะมี “ตัวแทน” คอยหาลูกค้าจากข้างในสนามบินมาส่งขึ้นรถ ก่อนจะแบ่งรายได้กันเอง ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น  ส่วนชั้น 4 จะเป็นรถแท็กซี่ป้ายเหลืองที่มาส่ง
ผู้โดยสารที่สนามบิน ซึ่งจะมีจำนวนรถหมุนเวียนหลายร้อยคัน หากสังเกตให้ดีจะมีผู้หญิง 1 คน ทำหน้าที่จัดคิวเรียกรถแท็กซี่ที่จอดพักอยู่จุดต่างๆ ภายในสนามบิน เช่น ตามปั๊ม สะพานลอย  คอยวิทยุเรียกให้มารับผู้โดยสาร 

ปัญหาที่เกิดขึ้น คสช. และ ทอท. ต้องเล่นบทหนักกว่านี้ เพื่อกำราบมาเฟียแท็กซี่สนามบินให้อยู่หมัด เพราะ “ค่าหัวคิว” ต่างๆ ถูกผลักเป็นค่าโดยสารที่ถูกเรียกเพิ่มไม่รู้จักจบสิ้น

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ขีดเส้นตาย 48 ชม. กดดันอิหร่าน ขณะยังไม่ทราบชะตากรรมนักบินที่ถูกยิงตก