
สายการบินแห่งชาติ
แทบไม่น่าเชื่อว่า บริษัท การบินไทย สายการบินแห่งชาติของไทยที่เป็นหน้าต่างบานแรกของประเทศ
แทบไม่น่าเชื่อว่า บริษัท การบินไทย สายการบินแห่งชาติของไทยที่เป็นหน้าต่างบานแรกของประเทศที่เชื่อมโยงไทยกับโลก จะกลายเป็น 1 ใน 5 รัฐวิสาหกิจที่อาการเข้าขั้นโคม่า เพราะขาดทุนหนักอย่างต่อเนื่องมาเกือบทุกปี ปีละ 8,000-1 หมื่นล้านบาท จะต้องเร่งฟื้นฟูกิจการเป็นการใหญ่ก่อนที่จะกลายเป็นสุสานการบินเหมือนสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ส สายการบินการูด้าของอินโดนีเซีย
อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูกิจการขององค์กรที่มีทรัพย์สินรวมกว่า 3 แสนล้านบาท แต่มีหนี้สินร่วม 2.6 แสนล้านบาท มีฝูงบินกว่า 102 ลำ จะเกิดผลสัมฤทธิ์ไม่ได้ หากพนักงานการบินไทยตั้งแต่ระดับล่างไปจนถึงฝ่ายบริหารที่มีอยู่ 2.5 หมื่นคน ไม่ร่วมแรงร่วมใจกันปรับเปลี่ยนวิธีคิด ปรับรูปแบบการให้บริการ การเพิ่มช่องทางการขาย ตลอดจนปรับกระบวนการทำงานให้กระชับรัดกุมมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แผนการฟื้นฟูที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (ซูเปอร์บอร์ด) มีมติให้ฝ่ายบริหารไปดำเนินการใน 5 ประเด็น เช่น การปรับเส้นทางบิน ปรับแผนการตลาด ขายทรัพย์สินและอากาศยานที่ไม่ได้ใช้งาน ปรับโครงสร้างอัตรากำลังให้เหลือ 2 หมื่นคน ปรับปรุงและพัฒนากิจการที่ไม่ใช่ภารกิจหลักนั้น เป็นเพียงกรรมวิธีในการลดต้นทุน ลดภาระค่าใช้จ่าย รัดเข็มขัดค่าใช้จ่าย เพื่อให้องค์กรอยู่รอดเท่านั้น
การบินไทยจำเป็นต้องกำหนดยุทธศาสตร์ในการปฏิรูปการทำธุรกิจ อุดจุดอ่อน เสริมจุดแข็งของสายการบินเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาวให้ได้ เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจการบินมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงทั้งราคาและการบริการ โดยมีการประเมินว่าใน 10 ปีจากนี้ไป สายการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์จะมีเครื่องบินใหม่เพิ่มขึ้นมาเป็น 1,200 ลำ สายการบินขนาดใหญ่จะเพิ่มขึ้นถึง 1,000 ลำ หากไม่มีการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค โอกาสที่สายการบินแห่งชาติของไทยจะตกอยู่ในภาวะวิกฤตมีสูงอย่างยิ่ง
คณะกรรมการและฝ่ายบริหาร บริษัท การบินไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องวางโรดแมปในการปฏิรูปองค์กรให้เห็นเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการให้บริการ ช่องทางการขาย ความสะดวกในการใช้บริการ รวมถึงการควบคุมต้นทุนอย่างเป็นระบบ เพราะปัญหาของการบินไทยที่หนักหนาสาหัสนั้นเป็นเรื่องของคน ต้นทุน กระบวนการจัดการ วิธีปฏิบัติงานที่อืดอาด ขาดการเชื่อมโยงในการทำงาน และมีการล้วงลูกจากฝ่ายการเมือง ผู้มีอำนาจ และการผูกขาดกับความเป็นทหาร จนกลายเป็นช่องให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นภายในองค์กรในแทบทุกแผนก จนส่งผลให้มีต้นทุนการดำเนินงานของสายการบินสูงเกินจริงในแทบทุกด้าน
ผลการศึกษาของนายบรรยง พงษ์พานิช ซูเปอร์บอร์ด ที่ระบุถึง 7 อุปสรรคที่ขัดขวางการพัฒนาของการบินไทยนั้น มีความชัดเจนว่าต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกันอย่างพลิกฝ่ามือ นอกจากนี้จะต้องมีการควบคุมการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุมเพื่อให้ฝ่ายบริหารสามารถตัดสินใจได้ทันสถานการณ์
หากไม่เร่งปรับเปลี่่ยนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ คัดสรรผู้ที่มีความรู้ความสามารถมาทำงาน ปรับเปลี่ยนการบริการ เพิ่มช่องทางการขายที่ตอบสนองลูกค้าเป็นหลัก ชะตากรรมของสายการบินแห่งชาติอาจหนักกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน







