posttoday
ตั้ง2องค์กรพิทักษ์ความเสมอภาคในร่างรธน.

ตั้ง2องค์กรพิทักษ์ความเสมอภาคในร่างรธน.

30 มกราคม 2558

กมธ.ยกร่างฯเห็นชอบผนึกผู้ตรวจฯ-กสม.ทำหน้าที่เพื่อปชช. มีคณะกรรมการ11คนมาจากการคัดเลือกของผู้ทรงคุณวุฒิ

กมธ.ยกร่างฯเห็นชอบผนึกผู้ตรวจฯ-กสม.ทำหน้าที่เพื่อปชช. มีคณะกรรมการ11คนมาจากการคัดเลือกของผู้ทรงคุณวุฒิ

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ยกสถานะของ 2 องค์กร คือ ผู้ตรวจการแผ่นดิน และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ขึ้นเป็น “ผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิของประชาชน” โดยให้มีอำนาจหน้าที่พิทักษ์ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของประชาชน

อย่างไรก็ตาม การรวมกันครั้งนี้เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ไม่จำเป็นต้องยื่นเรื่องต่อ 2 องค์กร อย่างที่ผ่านมาในอดีต โดยคณะกรรมการมีจะจำนวน 11 คน ซึ่งมาจากการคัดเลือกของผู้ทรงคุณวุฒิ ส่วนรายละเอียดการปฏิบัติหน้าที่ จะมีการเขียนอยู่ในกฎหมายที่กำลังยกร่างต่อไป

จาก นั้นในช่วงบ่าย ที่ประชุมกมธ.ยกร่างฯได้กลับมาพิจารณาในภาค 3 นิติธรรม ศาลและองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ หมวด 2 การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ส่วนที่ 3 เกี่ยวกับการถอดถอนออกจากตำแหน่งและการตัดสิทธิทางการเมืองหรือสิทธิในการ ดำรงตำแหน่งอื่น  หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบให้แขวนมาตราดังกล่าวไว้

ทั้ง นี้ มาตรา ( 3/2/3) 1 ฝ่าย อนุกมธ.ยกร่างฯได้มีการปรับจากหลักการเดิมที่พิจารณาไปเมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ระบุว่า ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ผู้ใดร่ำรวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ รัฐสภาสามารถลงมติโดยใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด มาเป็น"ให้รัฐสภาส่งชื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ขึ้นบัญชีแล้วให้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนน"

ทำ ให้กมธ.ยกร่างฯได้ยกมือขออภิปรายและแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว เนื่องจากมองว่ากระบวนการถอดถอนนักการเมืองควรจะต้องผ่านขั้นตอนของรัฐสภา หรือวุฒิสภาจะเหมาะสมมากกว่า เพราะก่อนเข้าสู่การถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งได้นั้นก็จะต้องมีการตั้งคณะทำ งานขึ้นมาตรวจสอบและศึกษาสำนวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องได้แถลงเปิดคดีและแถลงปิดคดี แต่ถ้าให้ประชาชนทำหน้าที่ถอดถอนเลยนั้นก็อาจจะทำให้ประชาชนดำเนินการถอดถอน โดยไม่ได้รับข้อมูลที่เพียงพอจะทำให้พิจารณาไปตามความชอบและความรู้สึก มากกว่าพิจารณาจากข้อเท็จจริง และเหตุผล เท่ากับว่าเป็นการลงโทษนักการเมืองแบบเป็นการฟังความข้างเดียว ขาดการไต่สวน ไม่ได้คำนึงถึงความเป็นธรรมแก่ฝ่ายผู้ถูกร้องให้ต่อสู้คดีเลย

อีก ทั้ง กระบวนการเช่นนี้จะเป็นการสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นกับสังคม ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ต้องการทำให้ประเทศมีความสามัคคีปรองดอง ดังนั้นหากจะปฏิรูปก็ควรปฏิรูปแบบพอเหมาะพอควร พิจารณาตามสภาพปัญหาของสังคมและสภาพปัญหาการเมือง และถ้าหากให้ประชาชนทำหน้าที่ถอดถอนก็เห็นว่าคงเป็นเรื่องที่ตลกและโจ๊กมาก สำหรับวงการตุลาการ

อย่าง ไรก็ตาม ที่ประชุมใช้เวลาอภิปรายอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมงมีแนวโน้มไม่ได้ข้อยุติ เสียงส่วนใหญ่จึงได้เห็นชอบแขวนมาตราดังกล่าวไว้ก่อน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท