
รัฐบาลทุ่มงบพิเศษปราบค้ามนุษย์ถือเป็นวาระชาติ
รัฐบาลแถลงรายงานแก้ค้ามนุษย์เสนอสหรัฐฯยกระดับปัญหาเป็นวาะแห่งชาติ เร่งขึ้นทะเบียนแรงงาน1.6 ล้านคน
รัฐบาลแถลงรายงานแก้ค้ามนุษย์เสนอสหรัฐฯยกระดับปัญหาเป็นวาะแห่งชาติ เร่งขึ้นทะเบียนแรงงาน1.6 ล้านคน
นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงแรงงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)แถลงรายงานความก้าวหน้าในการต่อต้านการค้ามนุษย์ของไทย ประจำปี 2557 ซึ่งได้นำเสนอต่อประเทศสหรัฐอเมริกาสหภาพยุโรป หรือองค์กรระหว่างประเทศต่างๆแล้วโดยมีสาระสำคัญ คือรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมกับเพิ่มงบประมาณสนับสนุนเป็นการพิเศษ ปี 2557 จากเดิม 210 ล้านบาท เป็น 490 ล้านบาท ในปี 2558
ทั้งนี้เนื่องจากรัฐบาลมีความจริงจังและจริงใจอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหา จึงให้ความสำคัญด้วยการยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ และเน้นการปฎิรูปกระบวนการแก้ไขปัญหาทุกระดับ พร้อมกับออกเป็นนโยบาย "ไม่อดทนต่อไป" เพื่อขจัดการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบให้หมดสิ้นไป โดยรัฐบาลชุดนี้ ได้เพิ่มงบประมาณมากขึ้นเป็นพิเศษในปี 2558 เพื่อความเข้มข้นและแก้ปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน"ไทยมีความมุ่งมั่นและเจตนารมย์ ในการแก้ปัญหาและการจัดทำรายงาน เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงการแก้ปัญหา และติดตามการทำงาน ให้เกิดความยั่งยืนและเป็นรูปธรรม และรายงานฉบับนี้ยังเป็นความท้าทายของไทยที่จะร่วมมือกันแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง และได้แปลเป็นภาษาอังกฤษ และนำเสนอไปยัง องค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ทั้งในสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งอยากให้เห็นความจริงใจในการแก้ไขปัญหา" รมช.กระทรวงการต่างประเทศกล่าว
นายดอน กล่าว 5 แนวทาง หลักในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ประกอบด้วยด้านนโยบาย และกลไกลขับเคลื่อน คือ 1.การบังคับใช้กฎหมาย 2.การคุ้มครอง 3.การให้ความช่วยเหลือ 4.การป้องกันและป้องปราม ลดความเสี่ยงในการค้ามนุษย์ และ5.ส่งเสริมความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการปราบปรามสามารถดำเนินการได้ 260 คดีเนื่องจากนายกรัฐมนตรีกำชับและสั่งการในการแก้ปัญหาเรื่องนี้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย และลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมกระทำผิด ซึ่งในปีที่ผ่านมาสามารถดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารชั้นผู้ใหญ่ได้จำนวนหลายราย จึงสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย
นอกจากนี้ทางรัฐบาลได้มีการจัดตั้งสายด่วน 1300 ขึ้นมาเพื่อรับแจ้งเบาะแส หรือการแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายที่เกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์ รวมถึงการทำงานร่วมมืออย่างดีกับองค์กรพัฒนาเอกชน หรือ เอ็นจีโอ อีกทั้งยังมีการเพิ่มหรือพัฒนาสวัสดิการด้านสิทธิมนุษยชนแก่แรงงานต่างด้าวโดยเฉพาะเด็กและสตรีที่ถือว่าตกเป็นเหยื่อขบวนการดังกล่าวมาโดยตลอด
นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่ากลุ่มหรือเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์มีด้วยกัน 3 กลุ่มใหญ่คือ หญิงค้าบริการ แรงงานประมงและ ขอทานเด็กที่ถูกบังคับ ที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นในการแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องแยกแยะกลุ่มผู้เสียหายคนเหล่านี้ อาทิเช่น กลุ่มแรงงานประมง ต้องมีการขึ้นทะเบียนรวมถึงเด็กถูกบังคับมาขอทานต้องมีการป้องปรามและจับกุมกลุ่มขบวนการเหล่านี้ หรือ กลุ่มโรฮิงยา ต้องแยกแยะระหว่างกลุ่มค้ามนุษย์ หรือ หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย ออกจากกัน
นายอารักษ์ พรหมณี รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่าขณะนี้แรงงานต่างด้าวที่ขอขึ้นทะเบียนแล้ว 1.6 ล้านคน และอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์สัญชาติและประสานกับประเทศต้นทางเพื่อออกบัตรทำงานชั่วคราว หรือ Work Permit ให้แล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค.นี้จึงอยากให้นายจ้างแรงงานต่างด้าวนำตัวลูกจ้างที่เป็นแรงงานต่างด้าวมาแสดงตนเพื่อขึ้นทะเบียนและพิสูจน์สัญชาติตามนโยบายรัฐบาล







