posttoday
การเมืองปี58 ปีแห่งการปฏิรูป

การเมืองปี58 ปีแห่งการปฏิรูป

02 กุมภาพันธ์ 2558

การปฏิรูปประเทศจะสำเร็จเสร็จสมบูรณ์หรือไม่ ส่วนหนึ่งก็อยู่ที่การกวดขันของรัฐบาล

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

สถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยในปี 2558 ถือว่ามีความพิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะจะเป็น “ปีแห่งการปฏิรูปประเทศ” ท่ามกลางความหวังของคนไทยทั้งประเทศที่อยากเห็นประเทศเข้ารูปเข้ารอยและเดินหน้าสู่การเลือกตั้งอย่างราบรื่น

การทำงานในเรื่องนี้ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แม้จะได้แบ่งกระบวนการทำงานออกเป็น 5 กระบวนการ หรือที่เรียกว่าแม่น้ำ 5 สาย แต่ในทางปฏิบัติแล้ว คสช.ได้ให้น้ำหนักกับการทำงานของแม่น้ำที่ชื่อว่า “คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ” “สภาปฏิรูปแห่งชาติ” (สปช.) และ “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ” (สนช.) เป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะทั้ง สปช. และ สนช. คือ องค์กรนิติบัญญัติที่จะผลิตกฎหมายออกมาเพื่อสร้างความเป็นรูปธรรมให้เกิดขึ้นกับการปฏิรูปประเทศ ไม่ใช่แค่เพียงการมีรัฐธรรมนูญหรือข้อเสนอในเชิงนามธรรมเท่านั้น

วาง 13 หลักการใน รธน.ใหม่

การทำงานของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในปี 2558 จะเริ่มเข้าสู่การนับหนึ่งในการร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ม.ค. ซึ่ง คณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้จัดหลักการของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไว้ถึง 13 หลักการ ประกอบด้วย 1.พลเมืองเข้มแข็ง นักการเมืองมีคุณธรรม 2.ความเป็นกลางในการกําหนดวันเลือกตั้ง และการรักษาการระหว่างเลือกตั้ง 3.โครงสร้างทางการเมืองที่สมดุลโดยมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนทางสังคม

ประเด็นที่ 4 การกรองผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งสองสภา ที่อาจมีปัญหาเรื่องความสุจริตก่อนเลือกตั้ง 5.กําหนดให้มีการตรวจสอบการหาเสียง 6.ให้มีระบบเลือกตั้ง สส.ที่สะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชน และทําให้คะแนนเสียงทุกคะแนนของประชาชนมีความหมายอย่างแท้จริง 7.การทําให้การซื้อเสียงทํายากขึ้น 8.การทําให้ สส.เป็นผู้แทนราษฎรที่แท้จริงไม่ใช่ลูกจ้างของพรรคการเมืองหรือหัวหน้าพรรค

ขณะที่ประเด็นที่ 9 การปรับพรรคการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยและควบคุมการรับบริจาค และการใช้จ่ายเงินของพรรคและผู้บริหารพรรค 10.การปรับให้มีการถ่วงดุลในการบริหารในรัฐสภาระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน 11.วุฒิสภา สภาพหุนิยม สร้างความสมดุลให้ระบบการเมือง 12.นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมีที่มาจากสภาผู้แทนราษฎรและมีเสถียรภาพและประสิทธิภาพภายใต้ระบบการตรวจสอบที่ดี

สำหรับประเด็นสุดท้าย 13.การกําหนดให้ผู้ซึ่งมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าเป็นผู้ครอบงํา ชักนำ หรือสั่งการให้พรรคการเมืองผู้ดํารงตําแหน่งการเมือง หรือข้าราชการกระทําการใดๆ ต้องมีความรับผิดทางอาญา ทางวินัย การเงินการคลังและงบประมาณ และความรับผิดอื่นเช่นเดียวกับผู้ที่ตนสั่ง ครอบงํา หรือชักนำ

หนึ่งในหลักการดังกล่าวมีประเด็นสำคัญอย่างการกำหนดให้ นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องเป็น สส. ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นประเด็นที่สร้างแรงเสียดทานในทางการเมือง ภายใต้คำถามที่ว่าคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญกำลังจะเปิดปูทางให้ คสช.สืบทอดอำนาจหรือไม่ ซึ่งตามปฏิทินที่คณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องเขียนรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายในเดือน เม.ย. 2558

นอกจากนี้ การทำหรือไม่ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะเป็นอีกปมความขัดแย้งหนึ่งเช่นกัน โดยตั้งแต่กลางปีนี้เป็นต้นไปต้องจับตาว่า คสช.จะยอมเสี่ยงทำประชามติเพื่อแลกกับการสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ทุกประเด็นที่ว่ามาไม่ว่าคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญและ คสช.จะตัดสินใจอย่างไร ก็ล้วนสร้างแรงกระเพื่อมให้กับการเมืองได้ทั้งสิ้น

สปช.รองานใหญ่-เร่งงานรอง

ในส่วนการทำงานของ สปช.แม้จะเสร็จสิ้นการระดมสมองให้คำแนะนำในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญแก่คณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญไปแล้วตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 เมื่อช่วงกลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่การทำงานของ สปช.ไม่ได้หยุดแค่นั้น เพราะมีงานใหญ่ในเดือน ส.ค. คือ การลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

แต่ก่อนจะถึงงานใหญ่ สปช.มีงานรองที่สำคัญไม่แพ้กันอย่างการเร่งจัดทำข้อเสนอปฏิรูปแบบเร่งด่วน (ควิกวิน) ที่ต้องจับตา ได้แก่ การปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ การจัดตั้งสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นองค์กรทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมและธรรมาภิบาลของบุคคลสาธารณะ โดยองค์กรนี้จะเป็นองค์สำคัญที่จะเข้ามาสานงานปฏิรูปประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ภายหลัง คสช.หมดอำนาจ รวมไปถึงการเร่งจัดทำกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศเสนอให้ สนช.พิจารณา

สนช.ประตูสำคัญสู่ปฏิรูป

ขณะที่การมี สนช.ในครั้งนี้ ถือว่ามีความพิเศษมากกว่าเมื่อ สนช.ปี 2549 เพราะครั้งนั้นถูกตัดขาดจากการปฏิรูปชัดเจน มีแค่พิจารณากฎหมายเหมือนกับกระบวนการรัฐสภาตามปกติเท่านั้น แต่เที่ยวนี้ สนช.มีบทบาทสำคัญในฐานะองค์กรผู้กลั่นกรองกฎหมายที่จะถูกส่งมาจากแม่น้ำ 3 สาย ประกอบด้วย รัฐบาล สปช. และคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่ง คสช.ตั้งความหวังไว้กับ สนช.ว่าจะสามารถผ่านกฎหมายจากทุกหน่วยงานได้ทั้งหมดประมาณ 300 ฉบับ เพื่อให้การปฏิรูปประเทศมีความสมบูรณ์รอบด้านมากที่สุด

สุดท้ายการปฏิรูปประเทศจะสำเร็จเสร็จสมบูรณ์หรือไม่ ส่วนหนึ่งก็อยู่ที่การกวดขันของรัฐบาล เพราะการเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศคงไม่สามารถพึ่งแต่กลไกทางนิติบัญญัติได้เพียงอย่างเดียว รัฐบาลจำเป็นต้องกำชับให้ข้าราชการ ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของประเทศยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นด้วย เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับคนไทยทั้งประเทศ

การเมืองปี58 ปีแห่งการปฏิรูป

1.อภิมหาโครงการลงทุนภาครัฐปี58

2.การเมืองปี58 ปีแห่งการปฏิรูป

3.แนวโน้มเศรษฐกิจไทย

4.ธุรกิจรุ่ง-ธุรกิจร่วงปี58

5.ธุรกิจน่าลงทุนปี58

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์