
ศาลรับฟ้อง"พงศ์พัฒน์"หมิ่นเบื้องสูง-ส่วย
อัยการสั่งฟ้อง "พงศ์พัฒน์" พร้อมอดีตลูกน้องอีก5คน รับส่วย -หมิ่นเบื้องสูง ศาลประทับรับฟ้องคดี พร้อมสั่งเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯสอบคำให้การ 30 ม.ค.นี้
อัยการสั่งฟ้อง "พงศ์พัฒน์" พร้อมอดีตลูกน้องอีก5คน รับส่วย -หมิ่นเบื้องสูง ศาลประทับรับฟ้องคดี พร้อมสั่งเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯสอบคำให้การ 30 ม.ค.นี้
วันที่ 29 ม.ค. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 ได้ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อายุ 59 ปี อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) , พล.ต.ต.โกวิทย์ วงค์รุ่งโรจน์ อายุ 59 ปี อดีตรองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) และ พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีตผู้บังคับการตำรวจน้ำ (ผบก.รน.) อายุ 55 ปี เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ , เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นผู้ใด หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112,157และ 149 จากกรณีเรียกเก็บส่วยน้ำมัน
โดยคำฟ้องระบุว่า ระหว่างเดือน ก.พ.55-ก.ค. 57 ต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งสาม ร่วมกันเรียกรับทรัพย์สิน เป็นเงินจากผู้ประกอบการลักลอบจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยผิดกฎหมายในบริเวณน่านน้ำไทยเป็นรายเดือน และให้นำเงินมามอบแก่จำเลยที่ 2 ก่อนที่จำเลยที่ 2 จะนำเงินมาส่งมอบแก่จำเลย ที่ 1 เพื่อแลกกับการไม่จับกุมผู้ประกอบการลักลอบจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยผิดกฎหมายหลายครั้งรวมเป็นเงิน 147.4 ล้านบาท ทำให้เกิดความเสียหายกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และรัฐบาล นอกจากนี้ จำเลยที่ 3 ยังได้บังอาจดูหมิ่น หมิ่นประมาทองค์รัชทายาทด้วยเหตุเกิดที่ ต.บางด้วน อ.เมืองสมุทรปราการ และเขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เกี่ยวพันกัน ชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ศาลได้ประทับรับฟ้องไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำ อ.291/2558
นอกจากนี้ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 ยังเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ พล.ต.ต.โกวิทย์ พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ อายุ 46 ปี อดีต ผกก.4 ปคบ. ด.ต.สุรศักดิ์ จันเงา อายุ 50 ปี อดีต ผบ.หมู่ กก. 2 ป. และด.ต.ฉัตรินทร์ หรือจักรินทร์ เหล่าทอง อายุ 48 ปี อดีต ผบ.หมู่ ปพ.ป. ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบหรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด
กรณีระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 53 - 11 พ.ย.57 จำเลยทั้ง 5 กับ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีต ผกก.1 ป. (เสียชีวิตแล้ว) ได้บังอาจสมคบร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยทุจริต ในการสรรหา คัดเลือก และลงนามในคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในสังกัดบช.ก. และร่วมกับจำเลยที่ 3-5 กับพวกดังกล่าวร่วมกันวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำ ข่มขืนใจ พ.ต.ต.ชาตรี รุ่งดำรง สว.ทล.1 กก.1 บก.ทล. และบุคคลอื่นอีกหลายคน มอบให้หรือหามาซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด แก่จำเลยทั้งห้า กับพวกรายละ 3-5 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าตอบแทน อันเป็นการรวมกันใช้ตำแหน่งโดยมิชอบ เหตุเกิดที่แขวงและเขตปทุมวัน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ชั้นสอบสวนโดยจำเลยที่ 1 และ 4 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 2, 3 และ 5 ให้การปฏิเสธ ท้ายคำฟ้องพนักงานอัยการโจทก์ คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูง เกรงว่าจำเลยทั้งห้าจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ศาลประทับรับฟ้องคดีเป็นคดีหมายเลขดำ อ.292 / 2558 ทั้งนี้ศาลได้ออกหมายเบิกตัวจำเลยทั้งห้า จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาสอบคำให้การจำเลยทั้งห้าว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธในวันที่ 30 ม.ค.นี้ เวลา 09.00 น.







