กมธ.ยกร่างฯรื้อระบบคลังป้องกันกู้เงินไม่ผ่านสภาฯ
กมธ.ยกร่างฯ ผุดระบบ "งบฯ สองขา" แจงรายได้-รายจ่าย พร้อมบัญญัตินิยามเงินแผ่นดิน ป้องกันออกกฎหมายพิเศษกู้เงิน ไม่ผ่านสภาฯ
กมธ.ยกร่างฯ ผุดระบบ "งบฯ สองขา" แจงรายได้-รายจ่าย พร้อมบัญญัตินิยามเงินแผ่นดิน ป้องกันออกกฎหมายพิเศษกู้เงิน ไม่ผ่านสภาฯ
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญญ แถลงความคืบหน้าในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราว่าที่ประชุมได้ พิจารณา หมวด 2 การคลังและการงบประมาณ โดยกมธ.ได้มีการวางหลักการใหม่ ในมาตรา1 ว่าด้วย “การดำเนินนโยบายการคลังและงบประมาณของรัฐ ต้องเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล หลักประสิทธิภาพและความคุ้มค่า หลักการรักษาวินัยทางการคลัง และหลักความเป็นธรรมในสังคม” มาตรา 2 ยังได้เพิ่มความหมายนิยามความหมาย คำว่า “เงินแผ่นดิน”ให้รวมถึง (1) เงินรายได้แผ่นดิน เงินกู้ เงินคงคลัง และเงินรายได้จากทรัพย์สินและสิทธิประโยชน์อื่นที่รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐ ถือกรรมสิทธิ์หรือครอบครองเพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินโดย รวม(2)เงินรายได้จากการดำเนินงานหรือทรัพย์สิน หรือสิทธิประโยชน์อื่นที่หน่วยงานของรัฐถือกรรมสิทธิ์หรือครอบครองและใช้ จ่ายตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ โดยไม่จำเป็นต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
นอกจากนั้น มาตรา 2 วรรคสอง ยังระบุถ้อยคำว่า “การใช้จ่ายเงินแผ่นดินตาม(1)โดยไม่ได้ตราเป็นพ.ร.บ.งบประมาณประจำปี หรือพ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติมจะกระทำมิได้” ส่วนวรรคสาม ระบุว่า“การกำหนดให้เงินรายได้ใดไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน จะกระทำได้ก็แต่โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายและการตรากฎหมายให้หน่วยงานของรัฐไม่ต้องนำเงินรายได้ส่งเป็นรายได้แผ่นดินตาม (2)ต้องมีขอบเขตและกรอบวงเงินเท่าที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการรักษาวินัยการเงินการคลัง และต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าของการใช้จ่ายเงินแผ่นดินและความจำเป็นในการใช้จ่ายเงินของหน่วยงาน
สำหรับ มาตรา 3 “ งบประมาณของแผ่นดินให้ทำเป็นพ.ร.บ. ถ้าพ.ร.บ.งบประมาณประจำปีงบประมาณออกไม่ทันปีงบประมาณใหม่ ให้ใช้พ.ร.บ.งบประมาณในปีงบประมาณปีก่อนนั้นไปพลางก่อน” ซึ่ง กมธ. ยกร่างได้เพิ่มสาระสำคัญในวรรคสองคือ “ร่างพ.ร.บ.งบประมาณประจำปี และร่างพ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติม ต้องแสดงงบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตลอดจนถึงการจัดสรรงบประมาณตามหน่วยงาน ภารกิจ และพื้นที่ ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ” โดยการเขียนแบบนี้เป็นการจัดทำงบประมาณแบบสองขา ที่ต้องมีการแสดงทั้งรายได้และรายจ่ายประจำปี โดยต้องมีความละเอียดมากขึ้น ส่วนการบังคับใช้ต้องไปดูรายละเอียดในกฎหมายลูกต่อไป เช่นเดียวกับการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับความต้องการของ “พื้นที่” ซึ่งตรงนี้ต้องไปดูด้านภูมิศาสตร์ ประชาชนกลุ่มต่างๆด้วย จึงถือเป็นเรื่องใหม่ ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
“ใน การจัดเงินประมาณถือว่าแตกต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา 4 ประเด็นคือ 1. วางหลักการใหม่ของการเงิน การคลังและงบประมาณทั้งหมด 2.นิยามคำว่า “เงินแผ่นดิน” 3.เป็นการจัดทำระบบงบประมาณสองขา และ4.จัดการงบประมาณตามหน่วยงาน ภารกิจ และเพิ่มคำว่า “พื้นที่”เข้าไป”นายคำนูณ ระบุ
เมื่อถามว่า การวางหลักการใหม่ในการจัดทำงบประมาณแผ่นดินโดยให้ “เงินกู้”ต้องใช้จ่ายตามพ.ร.บ.งบประมาณประจำปี ถือว่านำบทเรียนในอดีตมาประกอบการพิจารณา โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวยอมรับว่า ใช่เพราะที่ผ่านมารัฐบาลในอดีตทั้ง 2 รัฐบาลได้ออกกฎหมายพิเศษเพื่อกู้เงินและใช้จ่ายโดยไม่ผ่ายงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ซึ่งการกู้เงินแต่ละครั้งใช้วงเงินเทียบเท่ากับวงเงินงบประมาณรายจ่าย ประจำปีทั้งปี
ทั้งนี้ข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณีที่กระทรวงการคลังมีแนวคิดที่จะกู้เงินเพื่อนำมาชำระหนี้โครงการจำนำข้าว และกระทรวงคมนาคมก็จะกู้เงินเพื่อนำมาใช้ในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศ จะขัดกับหลักการของ กมธ.ยกร่างฯหรือไม่ นายคำนูณ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปดูในรายละเอียดของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ เพราะหลักการที่กำหนดมาไม่ได้ห้ามกู้เงิน แต่ต้องนำเงินที่กู้มาใส่ในพ.ร.บ.งบประมาณว่าใช้จ่ายอะไรบ้าง







