
รธน.ใหม่ผุดองค์กรอิสระคัดเลือกบริษัททำอีไอเอ
รัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดให้ตั้ง “องค์กรอิสระ” ทำหน้าที่ว่าจ้างบริษัทประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาเจ้าของโครงการจ้างเขียน “อีไอเอ”
รัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดให้ตั้ง “องค์กรอิสระ” ทำหน้าที่ว่าจ้างบริษัทประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาเจ้าของโครงการจ้างเขียน “อีไอเอ”
เมื่อวันที่ 28 ม.ค. นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวในงานเสวนาหัวข้อ “เราหวังอะไรได้กับการปฏิรูปสิ่งแวดล้อม ?” ซึ่งจัดโดยชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณาข้อเสนอของ กมธ.ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สปช. เพื่อบรรจุลงในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วบางส่วน โดยเฉพาะในมาตรา 36 วรรค 2 กำหนดให้มีการตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาใหม่ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างเจ้าของโครงการกับบริษัทที่ประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเจ้าของโครงการว่าจ้างบริษัททำอีไอเอโดยตรง
“องค์กรอิสระแห่งนี้จะทำหน้าที่คัดเลือกบริษัทจัดทำอีไอเอในแต่ละโครงการ โดยเจ้าของโครงการจะเป็นผู้จ่ายงบประมาณ แต่จะไม่สามารถไปจ้างกันโดยตรงได้เหมือนในปัจจุบัน ซึ่งจะแก้ปัญหาการทำอีไอเอเอื้อต่อเจ้าของโครงการได้ ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรทาง สปช.จะเป็นผู้ออกแบบ” นายบัณฑูร กล่าว
นอกจากนี้ ในมาตราที่ 16 ยังกำหนดให้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นสมบัติของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งอาจทำให้ต้องกลับมาพิจารณาเรื่องแผนโครงการน้ำ หรือแม้แต่ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ใหม่ทั้งหมด และมาตรา 34 ที่เพิ่มเติมข้อความให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องแจ้งผลการพิจารณาในเรื่องที่ประชาชนร้องทุกข์ในเวลาอันรวดเร็ว
นายบัณฑูร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ กมธ.ปฏิรูปทั้ง 18 คณะ จะจัดทำข้อเสนอเพื่อปรับแก้กฎหมายที่มีปัญหาอีกไม่ต่ำกว่า 85 ฉบับ ในจำนวนนี้มีประมาณ 25 ฉบับ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมจริงๆ ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จพร้อมกับการยกร่างรัฐธรรมนูญ คือภายในวันที่ 17 เม.ย.นี้ ก่อนจะทูลเกล้าฯ ในวันที่ 4 ก.ย.
นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ สปช. กล่าวว่า ไม่ควรให้สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) มีคณะกรรมการขึ้นตรงกับหน่วยงานราชการหรือรัฐบาลโดยลำพัง และไม่ควรให้ผู้ที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับนโยบายสิ่งแวดล้อมแต่ละด้านมานั่งเป็นคณะกรรมการ แต่ควรจัดตั้งเป็นองค์กรอิสระที่อยู่นอกระบบราชการทำหน้าที่พิจารณาอีเอชไอเอแทน โดยเอาเงินจากเจ้าของโครงการมาใส่ไว้ในกองทุนนี้
นายหาญณรงค์ กล่าวว่า กมธ.ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติฯ มีคณะอนุกรรมการ 7 คณะ ซึ่งได้จัดทำข้อเสนอออกมา 7 ข้อ เพื่อส่งให้ กมธ.ยกร่างฯ ไปแล้ว และหลังจากนี้แต่ละคณะจะดำเนินการแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอของตัวเอง โดยภายใน 3 เดือนนี้ จะมีความชัดเจนเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม
นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ผู้ประสานงานกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา กล่าวว่า ไม่มีความหวังกับการปฏิรูปแม้จะมีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ นั่นเพราะรัฐบาลไม่ยอมให้มีแนวทางการปฏิรูปนอกรัฐธรรมนูญโดยภาคประชาชนควบคู่กันไป ที่สำคัญในขณะที่รัฐบาลบอกต้องการให้มีการปฏิรูป แต่กลับเดินหน้าแผนน้ำ 9 แสนล้าน หรือรถไฟรางคู่ ทั้งที่ยังไม่เคยผ่านกระบวนการอีไอเอ
"ตอนนี้รัฐบาลออกแผนแม่บทป่าไม้ซึ่งทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน หรือแม้แต่โครงการต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญออกมาแล้ว หลักการของร่างรัฐธรรมนูญก็จะต่ำกว่าแผนแม่บทหรือกฎหมายลูกเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นรัฐธรรมนูญจะทำให้สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการมาตั้งแต่แรกเป็นสิ่งที่ผิด"นายเลิศศักดิ์ กล่าว
นายเลิศศักดิ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่คาดหวังในการปฏิรูปคือคณะกรรมการชำนาญการ (คชก.) พิจารณารายงานผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) ต้องเป็นอิสระอย่างแท้จริง คือต้องไม่ถูกแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือนักการเมือง
นอกจากนี้ รัฐบาลต้องเลิกกดหัวประชาชนด้วยกฎอัยการศึก หรือแม้แต่การออก พ.ร.บ.การชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมปฏิรูปนอกรัฐธรรมนูญควบคู่กันไป
ทั้งนี้ ร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 36 วรรคสอง ระบุว่า การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน โดยบุคคลซึ่งมิได้มีส่วนได้เสีย และประเมินสิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์ และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว
ภาพจาก สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม Greennewstv (www.facebook.com/greennewstv)







