
แกนนำเข้าคุกนปช.ขยับยาก
คอตกอยู่คุกยาว...ที่สุดศาลอาญายกคำร้องไม่ให้ประกันตัวแกนนำและการ์ดกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) รวม 11 คน
คอตกอยู่คุกยาว...ที่สุดศาลอาญายกคำร้องไม่ให้ประกันตัวแกนนำและการ์ดกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) รวม 11 คน
โดย...ทีมข่าวการเมือง
คอตกอยู่คุกยาว...ที่สุดศาลอาญายกคำร้องไม่ให้ประกันตัวแกนนำและการ์ดกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) รวม 11 คน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกในคดีก่อการร้าย
ดีเอสไอให้เหตุผลขอคุมขังเพราะเกรงแกนนำ นปช.จะหลบหนี ก่อความวุ่นวายซ้ำ เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายใช้ความรุนแรง ก่อวินาศกรรม ใช้อาวุธปืนสงครามและวัตถุระเบิดที่มีความร้ายแรงตอบโต้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ รวมทั้งประชาชนฝั่งตรงข้าม
“ผู้ต้องหามีพฤติการณ์นิยมความรุนแรงก้าวร้าว ใช้อาวุธปืนและมีส่วนร่วมในการก่อความไม่สงบวุ่นวาย หรือกระทำผิดกฎหมายมาแล้ว ซึ่งแม้ว่าเหตุการณ์รุนแรงและความวุ่นวายต่างๆ จะสงบลง แต่สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันยังไม่เป็นที่น่าไว้วางใจจากเหตุการณ์รุนแรงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น”
ศาลพิเคราะห์เห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง หากปล่อยตัวชั่วคราวไป ผู้ต้องหาจะหลบหนีได้
11 นปช. ถูกจับส่งไปนอนเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หรือคุกลาดยาว โดยแยกขังผู้ต้องหาไปใน 8 แดนคุมขัง
คุกจริงย่อมลำบากกว่าค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ที่ถูกคุมตัวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
ครั้งนี้แกนนำถูกถอนหมายขังตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามเงื่อนไขควบคุมตัวได้แค่ 30 วัน เมื่อหมดจึงเปลี่ยนสถานะขอคุมขังในฐานะ “ผู้ต้องหา” คดีก่อการร้าย
งานนี้ไม่มีความสะดวกสบาย ได้เชยชมวิวสวยของชายหาด กินอาหารจนอ้วนฉุเหมือนอยู่ในค่ายนเรศวร
การดำเนินคดี 11 แกนนำแดง เป็นไปตามกระบวนการทางคดีอาญาตามปกติ มีการแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งพนักงานสอบสวนผลัดฟ้องได้ 12 ครั้ง ครั้งละ 7 วัน รวม 84 วัน ในการสอบสวน และส่งสำนวนให้อัยการนำตัว 11 แกนนำฟ้องต่อศาลอาญา
11 แกนนำและการ์ด นปช.ล็อตแรก ประกอบด้วย วีระ มุสิกพงศ์ นพ.เหวง โตจิราการ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ขวัญชัย ไพรพนา ก่อแก้ว พิกุลทอง ยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก อำนาจ อินทโชติ พิเชษฐ์ หรือภูมิกิตติ สุขจินดาทอง คนสนิท พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล สมบัติ มากทอง
ตามรูปการณ์รวมเวลาเกือบ 3 เดือนก่อนส่งฟ้องที่แกนนำแดงอาจต้องนอนยาว แต่กฎหมายเปิดให้ทนายยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 11 คนได้ทุกเมื่อ
ทั้งหมดอยู่ที่ดุลยพินิจศาล แต่เงื่อนไขที่ศาลไม่ให้ปล่อยตัวเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. เพราะเกรงแกนนำ นปช.จะหลบหนี ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญจากนี้ในการพิจารณาให้อิสระชั่วคราว
เมื่อหัวขบวน นปช.ต้องถูกคุมขังในเรือนจำ|ยาวอย่างนี้ แง่หนึ่งรัฐบาลอาจโล่งใจเพราะไร้แกนนำให้มากวนใจ เปิดโอกาสให้รัฐบาลเดินหน้าสู่กระบวนการปรองดองเต็มที่
แต่ใช่ว่าจะอยู่รอดปลอดโปร่ง รัฐบาลมีเวลาไม่มากแค่ 3 เดือน หรือประมาณเดือน ก.ย.-ต.ค. ตามเพดานสูงสุดก่อนส่งฟ้อง
เพราะทุกอย่างอยู่ที่ดุลยพินิจ หากศาลให้ปล่อยตัวแกนนำ 11 นปช. ตามคำร้องทนายเสื้อแดง
แม้จะมีเงื่อนไขพ่วงท้าย ห้ามป่วนเมือง ยุ่งกับพยาน หลบหนี แต่ก็ไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาล
กรณีจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ที่ได้รับประกันตัวจากคดีก่อการร้าย อาศัยสิทธิของความเป็น สส. ก็ออกมาตอบโต้รัฐบาล และปลุกคนเสื้อแดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ปราบปรามประชาชน และมีส่วนที่ “อ้วน บัวใหญ่” แกนนำโคราชถูกสังหารโหดจากเกมไล่ล่า
“จตุพร” เป็นแกนนำคนเดียวที่เป็นอิสระ แค่นี้รัฐบาลก็ยังปวดเศียรเวียนเกล้า ถ้าแกนนำที่เหลือได้รับประกันปล่อยตัวออกมาจะวุ่นวายแค่ไหน
โดยเฉพาะหากรัฐบาลเดินแผนปรองดองที่ทำให้คนเสื้อแดงรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมก็จะทำให้แรงขย่มรัฐบาลกระเพื่อมมากขึ้น
แต่เสื้อแดงไม่มีวันตาย...
บรรยากาศที่คนเสื้อแดงอาลัยอาวรณ์แกนนำที่ถูกนำส่งขึ้นรถไปคุกลาดยาว เป็นภาพที่น่ากลัวสำหรับรัฐบาลยิ่ง
ดังนั้น เวลาที่เหลือก่อนสิ้นเทอมอายุสภาซึ่งรัฐบาลอยู่บริหารประเทศได้สูงสุด 1 ปีครึ่ง จนครบวาระปลายปีหน้า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะบั่นทอนพลังของเสื้อแดงให้สิ้นซาก
รัฐบาลเองก็รู้ว่า ทุกวินาทีคือ “เคาต์ดาวน์” ที่ระทึกขวัญการสิ้นอำนาจรัฐของพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย สองพรรคคู่หูที่ผูกขากันเดิน
เพราะถ้าเลือกตั้งเมื่อไร พรรคเพื่อไทยก็กลับมาจัดตั้งรัฐบาลอีก ขณะที่เครื่องมือ กลไกที่รัฐบาลล็อกเครือข่ายทักษิณเอาไว้ ไม่ว่า การแช่แข็งธุรกรรมการเงิน การปิดพีทีวี วิทยุชุมชนสีแดงที่ถูกดองเค็มอยู่ภายใต้อำนาจพิเศษของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซักวันรัฐบาลก็ต้องยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯแน่ๆ ไม่สามารถลากยาวจนถึงยุบสภาได้
เมื่อใดที่ยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อนั้นกระบอกเสียงเสื้อแดง ตัวแพร่อุดมการณ์ ปลุกระดมเรื่องศพ การถูกกลั่นแกล้งด้วยระบบสองมาตรฐาน ก็จะกลับมาหลอกหลอนรัฐบาลอีก
การ “เด็ดหัว” แกนนำเสื้อแดงมีเวลาจำกัด ในไม่ช้าก็ต้องปล่อยตัว โดยเฉพาะหากคดียึดสนามบินของแกนนำเสื้อเหลืองไม่มีการส่งฟ้อง ประเด็นสองมาตรฐานก็จะลุกฮือขึ้นมา
หรือถึงจะอยู่ในซังเตยาวไปถึงการต่อสู้คดีก่อการร้ายในชั้นศาล ขบวนการเสื้อแดงก็ไม่มีทางอ่อนแรง
โจทย์อยู่ที่รัฐบาลจะสร้างความเป็นธรรมให้คนเสื้อแดงรู้สึกพอใจได้อย่างไร







