
ควรยกหนี้ให้กรีซ
บทบรรณาธิการสำนักข่าวบลูมเบิร์กแสดงความเห็นต่อกรณีพรรคไซรีซาแห่งกรีซเตรียมขอปลดมาตรการรัดเข็มขัดและขอให้ยูโรโซนยกหนี้ให้ ระบุว่า ทางยูโรโซนโดยเฉพาะเยอรมนี ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ใหญ่ควรยกหนี้ให้กับกรีซ
บทบรรณาธิการสำนักข่าวบลูมเบิร์กแสดงความเห็นต่อกรณีพรรคไซรีซาแห่งกรีซเตรียมขอปลดมาตรการรัดเข็มขัดและขอให้ยูโรโซนยกหนี้ให้ ระบุว่า ทางยูโรโซนโดยเฉพาะเยอรมนี ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ใหญ่ควรยกหนี้ให้กับกรีซ
บลูมเบิร์ก ระบุว่า แม้ว่ากรีซจะได้รับการลดหย่อนหนี้บางส่วนแล้ว แต่ไม่เพียงพอที่จะทำให้กรีซมีสถานะการเงินอย่างยั่งยืน ดังนั้นกรีซจึงเรียกร้องให้ยูโรโซนยกหนี้ให้ราว 1 ใน 3 ของความช่วยเหลือทางการเงินในช่วงวิกฤตหนี้ช่วงปี 2010
บทบรรณาธิการเตือนความจำรัฐบาลกรุงเบอร์ลินว่า เยอรมนีเองก็เคยต้องแบกรับภาระหนี้ก้อนใหญ่จากค่าปฏิกรรมสงครามในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เจ้าหนี้โลกตะวันตกเห็นตรงกันว่า การให้เยอรมนีต้องจ่ายหนี้เต็มจำนวนจะทำให้เกิดความบาดหมาง ซึ่งจะสร้างความระส่ำระสายไปทั่วยุโรป จึงตัดสินใจที่จะยกหนี้ให้เยอรมนีถึง 50% ซึ่งช่วยให้เยอรมนีมีโอกาสในการพัฒนาและฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
จากการยกหนี้ให้ครั้งนั้น ทุกวันนี้เยอรมนีจึงเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่งที่สุดในยุโรป บทบรรณาธิการเห็นว่าการยกหนี้ให้กรีซจะช่วยหนุนการปฏิรูปเศรษฐกิจให้เติบโต ในบางประเทศรัฐบาลต้องแบกรับภาระการชำระหนี้กว่า 10% ของงบประมาณ ทั้งๆ ที่เงินก้อนดังกล่าวควรถูกใช้ในการกระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน ซึ่งการกระตุ้นการจ้างงานและเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วจะช่วยให้รัฐบาลสามารถชำระหนี้ได้ง่ายขึ้น อีกทั้งการยกหนี้ก็มีต้นทุนต่ำเป็นอย่างยิ่ง
การยกหนี้ให้กับชาวกรีซจะช่วยเพิ่มเสียงสนับสนุนให้กับโครงการของยุโรป ซึ่งในฐานะที่เยอรมนีเป็นหุ้นส่วนของโครงสร้างในยุโรปจะได้ประโยชน์อย่างมาก แต่หากรัฐบาลกรุงเบอร์ลินยังยืนยันที่จะปฏิเสธ ก็ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจและหายนะทางการเมือง บทบรรณาธิการจึงขอให้เยอรมนีควรพิจารณาการยกหนี้ให้กับกรีซอีกสักครั้งหนึ่ง







