posttoday
รัฐได้หลายเด้ง ออกกฎหมายล้างหนี้ข้าว

รัฐได้หลายเด้ง ออกกฎหมายล้างหนี้ข้าว

28 มกราคม 2558

แม้ว่าจะยังไม่มีการสรุปการปิดบัญชีรอบใหม่ในโครงการรับจำนำข้าว แต่ประเมินเบื้องต้นว่าโครงการรับจำนำข้าวในช่วง 2 ปีของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้เงินในการรับจำนำข้าวไป 8-9 แสนล้านบาท และจะมีผลขาดทุนสุดท้ายไม่ต่ำกว่า 7 แสนล้านบาท

แม้ว่าจะยังไม่มีการสรุปการปิดบัญชีรอบใหม่ในโครงการรับจำนำข้าว แต่ประเมินเบื้องต้นว่าโครงการรับจำนำข้าวในช่วง 2 ปีของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้เงินในการรับจำนำข้าวไป 8-9 แสนล้านบาท และจะมีผลขาดทุนสุดท้ายไม่ต่ำกว่า 7 แสนล้านบาท

ก่อนหน้านี้ การปิดบัญชีรอบวันที่ 22 พ.ค. 2557 มีผลขาดทุน 6.82 แสนล้านบาท แต่เป็นผลขาดทุนรวม 11 โครงการ โดยเป็นการขาดทุนในโครงการก่อนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จำนวน 1.63 แสนล้านบาท ส่วนอีก 4 โครงการ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขาดทุน 5.19 แสนล้านบาท

ล่าสุด จะปิดบัญชีรับจำนำข้าวรอบ 30 ก.ย. 2557 ซึ่งจะปิดได้อย่างช้าเดือน ก.พ.นี้ คาดว่าโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์จะขาดทุนเพิ่มสูงไม่น้อยกว่า 6 แสนล้านบาท และเพิ่มเป็น
7 แสนล้านบาท ในการปิดบัญชีรอบถัดไป

สาเหตุที่โครงการในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ขาดทุนเพิ่มขึ้น เพราะการปิดบัญชี ที่ผ่านมาคิดราคาข้าว โดยหักค่าเสื่อม 10-20% เท่านั้น รวมทั้งยังไม่ได้ตีราคาตามคุณภาพและปริมาณข้าวที่แท้จริง ทำให้ผลขาดทุนต่ำกว่าสภาพที่แท้จริง

แต่การปิดบัญชีในครั้งนี้จะมีการนำผลการตรวจสอบข้าวของคณะทำงานที่มี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เป็นประธาน ซึ่งจะมีข้อมูลชัดเจนว่ามีข้าวคุณภาพดี ข้าวเสื่อม ข้าวเสีย ข้าวหายจำนวนเท่าไหร่ และตีราคาตามตลาดที่คาดว่าจะขายได้ โดยเฉพาะข้าวหายจะตีเป็นขาดทุนทันที ผลขาดทุนข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จึงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมาก

อย่างไรก็ตาม มีปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลต้องแก้ไขเป็นการด่วน 2 เรื่องสำคัญ อันดับแรกคือการระบายข้าวที่ยอดตัวเลขทางบัญชีเหลืออยู่ 18 ล้านตัน เพื่อให้ยอดขาดทุนเพิ่มขึ้นน้อยที่สุด เพราะยิ่งเก็บไว้นาน ข้าวยิ่งเสียรัฐบาลจะยิ่งเข้าเนื้อ แต่การระบายข้าว 18 ล้านตัน ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจะฉุดให้ผลผลิตข้าวฤดูกาลใหม่ราคาตกต่ำ ชาวนาขาดทุนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของชาวนาและกำลังซื้อในประเทศ

เรื่องที่สองที่ต้องแก้ไขคือ ความเสียหายจากผลขาดทุนกว่า 7 แสนล้านบาท ที่ส่วนหนึ่งประมาณ 6 แสนล้านบาท อยู่ในรูปเงินกู้ อีกส่วนหนึ่งอยู่ในรูปของภาระดอกเบี้ยและค่าดำเนินการอีกปีละ 2-3 หมื่นล้านบาท และตัวเลขเดินหน้าตลอดเวลา การแก้ปัญหาจึงต้องมีความชัดเจน ทั้งกรอบเวลาและแหล่งเงินที่จะมาใช้หนี้

ดังนั้น รัฐบาลจึงผุดไอเดียที่จะออกกฎหมายพิเศษมาล้างหนี้ขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวที่คาดว่าจะสูงกว่า 7 แสนล้านบาท เช่นเดียวกับการออก พ.ร.ก. เพื่อล้างหนี้เสียของกองทุนเพื่อการพื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 1.4 ล้านล้านบาท
ซึ่งจะกำหนดแผนการใช้หนี้ชัดเจนว่าจะใช้ให้หมดภายในกี่ปี

สาเหตุที่ต้องออกกฎหมายพิเศษมองได้หลายแง่ ทั้งความจำเป็นในการบริหารหนี้ หรือเป็นเกมทางการเมือง เพราะเป็นการสร้างอนุสรณ์ความล้มเหลวของนโยบายรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่เกิดจากโครงการประชานิยมที่รับจำนำข้าวทุกเมล็ด แสดงไว้ให้คนรุ่นหลังได้เห็น

ในแง่ความจำเป็นของการบริหารการใช้หนี้นั้น เป็นที่แน่นอนว่าหนี้กว่า 7 แสนล้านบาท ไม่สามารถใช้ให้หมดได้ในเวลาอันรวดเร็ว เพราะงบประมาณของประเทศมีจำกัด โดยเฉพาะงบลงทุนที่ต้องเพิ่มอีกมากเพื่อพัฒนาประเทศ นอกจากนี้งบชำระหนี้ที่มีอยู่ก็ทำให้ต้องทำงบขาดดุลเพิ่มเป็นเวลาติดต่อกันนับ 10 ปี การตั้งงบประมาณเพื่อใช้หนี้จำนำข้าวเพิ่มขึ้นอีก จึงเป็นเรื่องสาหัสของการจัดทำงบประมาณ นอกจากนี้การตั้งงบชำระหนี้ในแต่ละปียังมีกรอบกำหนดไว้ไม่ควรเกิน 15% ของงบประมาณรายจ่ายทั้งปี เพื่อไม่ให้ไปเบียดบังงบส่วนอื่นมากเกินไป

อย่างไรก็ตาม แม้ว่างบประมาณจะมีข้อจำกัด แต่การตั้งงบประมาณเพื่อชำระหนี้ขาดทุนจำนำข้าวก็ควรต้องดำเนินการ เพราะไม่เช่นนั้นหนี้มหาศาลจำนวนนี้จะถูกซุกไว้ และเสียแต่ดอกเบี้ยจนท่วมเงินต้นได้ ประเทศจะเสียหายเพิ่มขึ้น

ดังนั้น การออกกฎหมายพิเศษมาใช้หนี้จำนำข้าว จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าต้องมีการทยอยตั้งงบประมาณชำระหนี้ทุกปี โดยคาดว่าจะใช้เวลา 20 ปี เพื่อไม่ให้เป็นภาระงบประมาณมากเกินไป  และบังคับให้รัฐบาลในอนาคตต้องดำเนินการใช้หนี้ ไม่สามารถเลี่ยงหรือไม่ชำระหนี้จำนำข้าว เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายอย่างอื่น โดยเฉพาะโครงการประชานิยมใหม่ที่รัฐบาลจากการเลือกตั้งชอบหาเสียง

การกำหนดเวลาชำระหนี้และผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวให้ชัดเจนแน่นอน จะทำให้การบริหารการเงินการคลังของประเทศมีความชัดเจน สามารถอธิบายให้คนในประเทศ นักลงทุน รวมถึงสถาบันจัดอันดับชั้นนำของโลก มีความมั่นใจในฐานะการเงินการคลังของประเทศ มีความโปร่งใส ว่าไม่มีการซุกหนี้ไว้ใต้พรม

ขณะเดียวกัน หากมองในแง่ของการเมือง การออกกฎหมายพิเศษล้างหนี้ขาดทุนจำนำข้าวก็อาจจะเป็นอนุสรณ์ เป็นตราบาปของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ทำให้โครงการรับจำนำข้าวที่เป็นนโยบายหาเสียงชิ้นโบแดง ต้องกลายเป็นสัญลักษณ์ความเสียหายของประเทศจำนวนมโหฬาร มีการทุจริตในโครงการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่เว้นแม้แต่ ยิ่งลักษณ์ ที่ยังโดนพิษโครงการรับจำนำข้าว ทั้งถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งทางการเมือง ถูกเว้นวรรคการเมือง 5 ปี และยังถูกดำเนินคดีอาญาตามมาอีกด้วย ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ไม่ระงับโครงการ ทั้งที่รู้ว่ามีความไม่ชอบมาพากล

เมื่อเป็นเช่นนี้พรรคเพื่อไทยจึงถูกมัดตราสังไว้กับผลขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวที่ทำให้ประเทศเสียหายกว่า 7 แสนล้านบาท เมื่อไหร่ที่พูดถึงการใช้หนี้จำนำข้าว ทุกคนก็จะนึกถึงพรรคเพื่อไทยในฐานะต้นตอของความเสียหายที่เป็นภาระของคนทั้งประเทศ

อย่างไรก็ตาม หากมองข้ามให้พ้นจากการเมือง การออกกฎหมายพิเศษล้างหนี้จำนำข้าวน่าจะเป็นอนุสรณ์เตือนใจของคนทั้งชาติ ไม่เลือกนักการเมืองที่ออกนโยบายที่อ้างทำเพื่อประชาชน แต่กอบโกยผลประโยชน์เข้าตัวเองและพวก ทิ้งซากความเสียหายให้คนทั้งประเทศต้องชดใช้ถึง
รุ่นลูกรุ่นหลาน

นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องเตือนใจนักการเมืองที่คิดจะบริหารประเทศเพื่อหาผลประโยชน์อย่างเดียว ไม่สนใจและไม่รับผิดชอบว่าประเทศเสียหายเท่าไร เพราะคิดว่าอำนาจบารมีเงินทองที่หามาได้จะทำให้ตัวเองอยู่เหนือกฎหมายได้ นักการเมืองเหล่านี้อาจจะต้องคิดใหม่

การออกกฎหมายพิเศษล้างหนี้จำนำข้าวกว่า 7 แสนล้านบาท จึงเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว ทั้งการใช้หนี้ การสร้างจิตสำนึก และเกราะป้องกันของคนในประเทศ ไม่ให้เลือกรัฐบาลที่ทำนโยบายหรือโครงการแย่เหมือนโครงการรับจำนำข้าวเข้ามาบริหารประเทศอีก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท