posttoday
จงเขียนรัฐธรรมนูญลงในจิตใจคน

จงเขียนรัฐธรรมนูญลงในจิตใจคน

28 มกราคม 2558

ผมเข้าใจว่า “การเขียนรัฐธรรมนูญ” ในแต่ละครั้งต้องมีการลงทุน มีค่าใช้จ่าย ทั้งค่าตอบแทน ค่าที่ปรึกษา ค่าประชุมของคณะกรรมาธิการ และคณะอนุกรรมาธิการ เป็นต้น

ผมเข้าใจว่า “การเขียนรัฐธรรมนูญ” ในแต่ละครั้งต้องมีการลงทุน มีค่าใช้จ่าย ทั้งค่าตอบแทน ค่าที่ปรึกษา ค่าประชุมของคณะกรรมาธิการ และคณะอนุกรรมาธิการ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม โดยสาระหลักในภาระหน้าที่ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็คือ การพิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญตามที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.รธน.) จัดทำขึ้น แม้ฟังชื่อ สปช.ก็รู้สึกดูดี ยิ่งเขียนอำนาจหน้าที่ไว้อีกประการหนึ่งว่าให้เข้ามาศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำแนวทาง รวมถึงทำ
ข้อเสนอแนะ เพื่อการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ ที่กำหนดไว้ 11 ด้านก็ตาม

แต่เข้าใจว่าในทางปฏิบัติตามที่ดำเนินการกันอยู่ กลายเป็นว่าเรื่องหลักของ สปช.ก็คือ มุ่งเสนอความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่อ กมธ.รธน. จึงทำให้เห็นว่า “เป้า” ก็คือ การจัดทำรัฐธรรมนูญ และให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ

สำหรับผมแล้ว เข้าใจว่า “การปฏิรูปประเทศไม่ได้อยู่ที่เป้ารัฐธรรมนูญเพียงประการเดียว” และรัฐธรรมนูญก็เป็นเพียง “การเขียนลายลักษณ์อักษรที่คนร่างเขียนขึ้นมา” ซึ่งผมไม่แน่ใจนักว่า แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะเขียนบทบัญญัติที่ดีๆ ไว้ ทั้งในแง่การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และองค์กรตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญที่มีต่อนักการเมืองก็ตาม แต่ก็ยังมีนักการเมืองที่ยังกระทำผิด ซึ่งต้องพิจารณากันว่ารัฐธรรมนูญผิดพลาดหรือมีปัญหา หรือคนทำรัฐธรรมนูญและผู้ใช้รัฐธรรมนูญผิดพลาดที่ทำให้ประเทศมีปัญหา

กล่าวโดยเฉพาะประเด็นปัญหาทางการเมืองของไทยทั้งที่เกิดปัญหาความแตกแยก ความขัดแย้ง ซึ่งส่วนใหญ่ก็เกิดมาจากนักการเมืองที่เข้ามาใช้อำนาจในการบริหารประเทศ แล้วก่อให้เกิดปัญหา ที่มุ่งเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ เช่น ก่อให้เกิดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือเกิดความไม่โปร่งใส เกิดการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย ปัญหาก่อนเข้ามาใช้อำนาจบริหารประเทศ ก็ใช้เงินลงทุนหรืออาจจะซื้อเสียงตอนเข้ามา และเมื่อเข้ามาแล้วก็เข้ามาใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม กดขี่ข่มเหงข้าราชการทั้งการโยกย้าย และการกลั่นแกล้ง การมุ่งให้ร้ายซึ่งกันและกัน จนก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่แกนนำ หัวคะแนน และประชาชน นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นจาก “คน” ที่เป็นนักการเมือง ผู้ซึ่งขาดจริยธรรมคุณธรรม และความรับผิดชอบ

ผมจึงไม่แน่ใจนักว่า แม้ว่าเราจะมีข้อเสนอที่ถือเป็นความคิดดีๆ ใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ผู้ใช้รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะนักการเมืองและประชาชนกลับมีพฤติกรรมที่มีปัญหา เช่น ขาดความซื่อสัตย์สุจริต ขาดความโปร่งใส ขาดคุณธรรมจริยธรรม และขาดสำนึกความรับผิดชอบ ซึ่งก็จะวกวนมาเป็นปัญหาเดิมๆ อีกเช่นเคย

ผมจึงเข้าใจว่า “รัฐธรรมนูญอยู่ที่จิตใจคนมากกว่าความเป็นลายลักษณ์อักษร” ที่นักการเมืองที่คิดจะหลบหนี คิดจะทุจริตประพฤติมิชอบ และขาดสำนึกความรับผิดชอบ เขาก็หาช่องทางหลีกเลี่ยงจนได้

โจทย์หลักของประเทศและการปฏิรูปประเทศ ก็คือจะทำอย่างไรให้ “คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม” โดยเฉพาะนักการเมืองที่คิดจะเข้าสู่การใช้อำนาจรัฐ ต้องรู้สำนึกความรับผิดชอบชั่วดี รู้จักผิดถูก ว่าพฤติกรรมอะไรควรทำและไม่ควรทำ โดยเฉพาะการมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้องให้กลับมาคิดถึงประโยชน์ชาติ

ผมเห็นบทเรียนของนักการเมืองที่เป็นผู้นำประเทศที่เจริญแล้วหลายๆ ประเทศ เขาประกาศลาออกจากตำแหน่ง โดยที่ตัวเขาอาจจะไม่ได้กระทำผิดโดยตรง แต่เขาสำนึกถึงความรับผิดชอบ ถ้าประชาชนในชาติของเขาต้องประสบความเดือดร้อน หรือบาดเจ็บล้มตาย เขาก็ประกาศลาออกโดยไม่รีรอ ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องเขียนหรือมีบทบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เขาก็แสดงออกถึงความรับผิดชอบและมี
Spirit ที่ดี

ดังนั้น สำหรับนักการเมืองไทย เมื่อถูกถอดถอนและการดำเนินการตามกฎหมายที่ตนเองได้กระทำไว้นั้น ได้กลับกลายเป็นความเคลื่อนไหวว่าตนเองถูกกลั่นแกล้ง และกล่าวหาว่าอีกฝ่ายจ้องจะทำลาย ซึ่งผมเห็นว่าเป็นปรากฏการณ์ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งใหม่ และรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างขึ้นมาอาจจะถูกกล่าวหาต่างๆ นานา

จึงกล่าวได้ว่า ในการลงทุนการจัดทำรัฐธรรมนูญในแต่ละครั้งจะต้องพิจารณาให้รอบด้านว่าจะมีความคุ้มค่าอะไร มากน้อยแค่ไหน ถ้าเขียนรัฐธรรมนูญออกมาแล้วประชาชนไม่เคารพหรือไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ หรือต้องยกเลิก หรือฉีกรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ เพราะผมลองคำนวณการใช้จ่ายงบประมาณของ สปช.แต่ละคน ตลอดการจัดทำประมาณคนละ 5 ล้านบาท ในจำนวน สปช. 250 คน ต้องใช้งบประมาณถึง 1,250 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมค่าใช้จ่ายของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และค่าใช้จ่ายการประชุมของคณะกรรมาธิการยกร่าง คณะกรรมาธิการ และคณะอนุกรรมาธิการ ด้านต่างๆ อีกจำนวนมาก รวมทั้งการจัดเวทีเสวนา และการจัดทำประชามติจากประชาชน จึงอาจกล่าวได้ว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญในแต่ละครั้งประมาณการได้ว่าน่าจะใช้งบประมาณแผ่นดิน 3,000-5,000 ล้านบาท

ผมจึงเข้าใจว่า การลงทุนจัดทำรัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์อักษรไม่สำคัญเท่ากับการจัดทำรัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติอยู่ในใจของคนไทย อยู่ในสำนึกของนักการเมือง ที่รู้สึกถึงความรับผิดชอบชั่วดี รับผิดชอบต่อการกระทำว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ มีความโปร่งใสอยู่ในจิตใจมากกว่าการใช้บทบัญญัติทางกฎหมายบังคับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท