
“พิชัย” เตือน ให้ระวังสายตาประชาคมโลกที่มองไทย
อดีต รมว.พลังงาน แนะรัฐบาล รับฟังคำเตือนของสหรัฐ หวั่นทำให้ภาพพจน์แย่ในสายตาประชาคมโลก
อดีต รมว.พลังงาน แนะรัฐบาล รับฟังคำเตือนของสหรัฐ หวั่นทำให้ภาพพจน์แย่ในสายตาประชาคมโลก
นาย พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า ตามที่นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ได้ออกมาเตือนรัฐบาลให้ยกเลิกกฏอัยการศึก รวมถึงให้มีเสรีภาพในการคิดเห็นและการแสดงออก แต่รัฐบาลกลับปฏิเสธ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก เพราะการเรียกร้องของสหรัฐเป็นเรื่องปกติที่ประชาคมโลกยอมรับ หากประเทศไทยเห็นเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ จะทำให้ประเทศไทยมีภาพพจน์ที่แย่ในสายตาประชาคมโลก ไม่ต่างอะไรกับประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการค้า การลงทุนจาก ต่างประเทศของไทย โดยหากสหรัฐออกมาตรการกีดกันการค้าด้วยเหตุนี้จะทำให้เศรษฐกิจของ ไทยที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ยิ่งแย่ไปกว่าเดิมอีก โดยการส่งออกในเดือนธันวาคมขยายตัวเพียง 1.9% ซึ่งทำให้ ทั้งปี 2557 ส่งออกติด ลบ 0.41% และปีนี้แนวโน้มการส่งออกก็ไม่น่าจะดีนักจากการโดนตัดจีเอสพีของอี ยู อีกทั้งการอัดฉีดเงินของอียูและ ญี่ปุ่น จะทำให้เงินบาทของไทยแข็งค่า ซึ่งจะกระทบกับการส่งออก ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลและแบงค์ชาติออกมาตรการรับมือล่วงหน้า ทั้งนี้การที่รัฐบาลเตรียมเงิน 25,000 ล้านเพื่อดันราคายางให้ถึงกิโลละ 80 บาท ไม่น่าจะเป็นไปได้หากราคาน้ำมันยังลดลง อีกทั้งการเตรียมงบกลาง หนึ่งแสนสี่หมื่นล้านบาทเพื่อช่วยเกษตรกร แม้จะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่คำถามคือการใช้จ่ายดังกล่าวไม่ต่างกับการจำนำข้าว ซึ่งจะถือเป็นความเสียหายของประเทศหรือไม่ และหากเกิดการทุจริตคอรัปชั่น นายกฯ จะต้องรับผิดชอบในลักษณะเดียวกันไหม ซึ่ง สนช. ที่เลือกมาเองจะกล้าลงคะแนนถอดถอน นายกฯหรือไม่







