
มาร์คให้ก.ล.ต.ตรวจสอบปั่นหุ้นปัดนำเงินทักษิณชื้อดาวเทียมคืน
อภิสิทธิ์ ปัดไม่มีแนวคิดนำเงินทักษิณ ชื้อดาวเทียมไทยคมคืน ยันไม่หวังผลทางการเมือง ให้ กลต.สอบปั่นหุ้น แจงต่างชาติเข้าใจคง พ.รก.ฉุกเฉิน
อภิสิทธิ์ ปัดไม่มีแนวคิดนำเงินทักษิณ ชื้อดาวเทียมไทยคมคืน ยันไม่หวังผลทางการเมือง ให้ กลต.สอบปั่นหุ้น แจงต่างชาติเข้าใจคง พ.รก.ฉุกเฉิน
นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการขอซื้อดาวเทียมไทยคมคืนจากบริษัทเทมาเสก ประเทศสิงคโปร์ ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นของการศึกษาเบื้องต้นถึงความเป็นไปได้ โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่การดูแลความมั่นคงของประเทศ เพราะเรื่องนี้ถือว่ามีความสำคัญมาก ทั้งนี้ยังไม่มีความคิดที่จะนำเงิน ที่ได้จากการยึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อตีดนายกรัฐมนตรี กว่า 4 หมื่นล้านบาทมาชื้อกิจการดังกล่าวแต่อย่างใด โดยเงินดังกล่าว ภาครัฐก็ได้นำมาเสริมการเงินการคลังของประเทศตามกฏหมาย
ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายออกมาระบุว่าแนวคิดดังกล่าวของรัฐบาลเพื่อปั่นหุ้นนั้นนายกฯกล่าวว่า ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ โดยขณะนี้ก็ทราบมาว่า ทาง คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลัก ทรัพย์ (ก.ล.ต.)กำลังตรวจสอบอยู่ ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ยืนยันว่า แนวคิดเรื่องการชื้อดาวเทียมคืนนั้นไม่ได้หวังผลทางการเมือง เพราะ รัฐบาลถือว่ากิจการดาวเทียมถือเป็นความมั่นคงของประเทศ และช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่าดาวเทียมมีสำคัญมากจากการควบคุมสถานการณ์และรัฐก็ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือมากนัก
สำหรับความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ทักษิณ ที่เห็นว่ามีความพยามที่จะนำต่างชาติ เข้ามาโจมตีรัฐบาลนั้นเชื่อว่ารัฐบาลต่างประเทศและต่างประเทศและนานาชาติ เข้าใจสถานการณ์การเมืองของไทยดี ไม่น่ามีปัญหา ทั้งนี้รัฐบาลคงไม่สามารถที่จะไปห้ามการเคลื่อนไหว พ.ต.ท.ทักษิณได้แต่รัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจงรายละเอียด ขณะนี้แนวทางการปรองดอง ก็ได้เดินหน้าอยู่แล้ว
ส่วนกรณีนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมเสื้อแดงบางส่วนนั้น เป็นหน้าที่ของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จะเข้าไปดูแลของความเหมาะสมว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนตัวเห็นว่าการนิรโทษกรรมจะต้องไม่ส่งสัญญานว่าการทำสิ่งผิดกฏหมายเป็นสิ่งถูกต้องซึ่ง ต้องระวัง เพราะอาจทำให้เข้าใจผิดได้ สำหรับที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้ยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ตอนนี้ ศอฉ. กำลังประเมินสถานการอยู่เป็นระยะ โดยส่วนตัวแล้วยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวบ้าง แต่เท่าที่มีการพูดคุยกับต่างชาติ ก็เข้าใจดี ถึงความจำเป็น ที่ต้องป้องกัน ซึ่ง รัฐบาลก็กำลังพิจารณาอยู่ยืนยันว่า คงจะไม่มีการคงไว้ตลอดไป







